พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกสุ่มตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติประจำจุดตรวจจุดสกัด 4 จุด ในเขตพื้นที่ บช.ภ. 1 และก่อนหน้านี้เดินทางไปสุ่มตรวจในทุกภาคตั้งแต่ บช.ภ.1-9ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ได้ฝากขอบคุณ และแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานทุกนายที่เสียสละทุ่มเทเพื่อส่วนรวมพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เน้นย้ำในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะและบุคคล ตลอดจนการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัส และข้อแนะนำแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจจุดสกัดจากรายงานการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 970 กว่าจุดทั่วประเทศยังพบว่า มีผู้ฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวจำนวนมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หน่วยร่วมปฏิบัติทุกนายเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชนให้ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม ร่วมปฏิบัติออกตรวจตราในบริเวณถนนสายรอง หรือ ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะจับกุมการกระทำผิดที่ซ้ำเติมประชาชนสำหรับประเด็นที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย ถึงความซ้ำซ้อนของการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ที่ส่งผลกระทบให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวก พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้สั่งให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยร่วมปฏิบัติปรับจุดตรวจและแนวทางการปฏิบัติให้มีความเหมาะสมเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุดผบ.ตร. ฝากขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย หากจุดตรวจคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปกระทบการใช้ชีวิตประจำวันแต่ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐบาล ในการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อการควบคุมแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งมีเจตนาให้ประชาชนปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสให้มากที่สุดมิได้มีเจตนาให้พี่น้องประชาชนเสียเวลาจากการออกสุ่มตรวจในแต่ละพื้นที่ได้รับทราบถึงสถานการณ์และปัญหาในการปฏิบัติจะได้นำมา ปรับเปลี่ยน แก้ไขการทำงานโดยเร็วต่อไป.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th