เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ทาง “แอปเปิล” ได้เปิดตัว iPad Pro 2020 นับเป็นตัวท็อปสุดในบรรดาไอแพดที่จำหน่ายอยู่ นับตั้งแต่เปิดตลาดนี้มาเมื่อ 10 ปีที่แล้วโดยมียอดขายกว่า 500 ล้านเครื่องทั่วโลก นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จเป็นอย่างดีiPad Pro รุ่นใหม่มีด้วยกัน 2 ขนาดคือรุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2) ราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท และรุ่น 12.9 นิ้ว ซึ่งเริ่มต้นที่ 34,900 บาท นับว่ามีราคาถูกลงกว่ารุ่นก่อนหน้า และตัวที่ให้มาทดสอบเป็นรุ่น 12.9 นิ้ว ขนาด 1 TB สีเทา ราคา 52,000 บาท แอปเปิลระบุด้วยว่า iPad Pro รุ่นใหม่มีความสามารถมากมาย ทรงพลังมากกว่าคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทั่วไปกับพลังชิป A12 Bionic ดีไซน์หน้าจอแบบ Liquid Retina แบบจอ ไร้ปุ่มโฮม รองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3, True Tone ทำให้หน้าจอสีสวยสดดูคมกริบ ทำให้ทันทีที่เปิดเครื่องมาชวนให้สัมผัสใช้งานทันทีขณะเทคโนโลยี ProMotion ที่จะปรับอัตรารีเฟรชของจอภาพสูงสุด 120 Hz แบบอัตโนมัติทำให้การเลื่อนจอไปมาไหลลื่นทันใจตอบสนองได้ดี การใช้งานกับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ตอบสนองได้ดีเช่นเดิม ยิ่งสำหรับคอเกมแล้วทดสอบกับเกม PUBG MOBILE เล่นได้ไหลรื่นสุดๆ iPad Pro รุ่นใหม่รองรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมอย่าง Track Pad และเมาส์ไร้สายของค่ายอื่นๆ ทำให้การใช้งานเติมเต็มมากยิ่งขึ้นใกล้เคียงกับแล็ปท็อปมากขึ้น โดยจะแตกต่างจากเคอร์เซอร์บน iPad Pro จะเป็นจุดเล็กกลมต่างจาก MacBook ที่จะเป็นรูปลูกศร แต่ต้องอัพเดตให้เป็น iPadOS 13.4 ก่อน จุดเด่นที่ชัดเจนของรุ่นนี้คือการออกแบบกล้องมา 2 ตัว เพิ่มกล้องเป็น 2 ตัวคือกล้องไวด์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพและ วิดีโอ 4K และกล้องอัล-ตราไวด์ 10 ล้านพิกเซลเพื่อเก็บภาพและวิดีโอในมุมมองที่กว้างกว่าที่ 125 องศา มีเพียงกล้องหน้าเท่านั้นรองรับโหมด Portrait ซึ่งเมื่อทดลองถ่ายสามารถจับโฟกัสได้เร็วและถ่ายได้ทันที นอกจากนี้ ยังใส่เทคโนโลยีใหม่เข้ามาคือ LiDar Scanner เป็นตัววัดระยะด้วยการใช้แสงเดินทางไปยังวัตถุและสะท้อนกลับมาได้ไกลสูงสุด 5 เมตร ทำงานได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง เข้าใจว่าทางแอปเปิลต้องการที่จะต่อยอดการนำไปใช้งานกับเทคโนโลยี AR หรือเทคโนโลยีความจริงเสริมที่จะให้ประสบการณ์ในโลกความจริงเสริมและโลกจริงเชื่อมหากันได้จากการทดลองใช้กับแอป IKEA Place กับ LiDar Scanner เพื่อนำเฟอร์นิเจอร์ในแอปไปทดลองวางในพื้นที่ว่างจริง ช่วยให้เห็นได้เลยว่าขนาดเหมาะสมไหม วางได้หรือไม่ หรือมีความสวยงามลงตัวหรือไม่ เหมาะสำหรับสถาปนิกหรือผู้ชอบแต่งบ้าน ตัว LiDar สแกนได้เร็วมาก รวมทั้งการใช้กับแอป Measure ลองวัดพื้นที่สแกนได้เร็วมากเช่นกัน ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเมจิก คีย์บอร์ด เป็นครั้งแรกที่จะทำให้ปุ่ม iPad มีไฟ พร้อมดีไซน์ใหม่ สามารถยกลอย iPad Pro และยึดติดด้วยแม่เหล็ก สำหรับอุปกรณ์เสริม เมจิก คีย์บอร์ด รุ่น 12.9 นิ้ว ราคา 11,690 บาท สมาร์ทคีย์บอร์ด โฟลิโอ รุ่น 12.9 นิ้ว 6,590 บาท และแอปเปิล เพนซิล รุ่นที่ 2 ราคา 4,490 บาท บทสรุปของ iPad Pro เป็นรุ่นท็อปที่ขีดความสามารถทำได้มากมาย และยากที่ใครจะตามทัน แค่เห็นหน้าจอคมกริบก็ชวนใช้งาน รองรับงานหนักระดับโปร แต่ก็แลกด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง รองรับการใช้งานใหม่ๆเพิ่มขึ้น แต่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม นั่นหมายถึงว่าต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้น แต่เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ น่าซื้อใช้ Work from home ในช่วงนี้.