ในบางประเทศสั่งแบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็มีอีกบางประเทศที่เห็นว่าร้านขายเครื่องดื่มมึนเมายังเป็นภาคบริการที่จำเป็น แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงก็ยังแนะให้จิบช่วงต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะช่วยบำรุงร่างกายก็เลยกลายเป็นกระแสข้อถกเถียงในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ทั้งดุและโหด ทั้งประเด็นเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของคนทำงานซึ่งที่แอฟริกาใต้มีคำสั่งห้ามขายทุกชนิดนับแต่ชัตดาวน์ประเทศ แต่ที่อเมริกาเหนือและอีกหลายประเทศในยุโรป ร้านค้ายังเปิดทำการและยังมีลูกค้าเดินเข้าเดินออกตลอด เพราะรัฐบาลให้ข้อยกเว้นเหมือนซุปเปอร์มาร์เกต และร้านขายยาขณะที่ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ในฝรั่งเศส รวมไปถึง Pernod Ricard กับ Bacardi ต่างผันการผลิตเครื่องดื่มมาทำเจลฆ่าเชื้อที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เหมือนกับที่โปแลนด์ก็นำแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่ลอบผลิตกับวอดก้าเถื่อนหลายล้านลิตรมาใช้เป็นสารพ่นฆ่าเชื้อแทนที่จะทำลายทิ้งมร.ฟร็องซัวส์ เลโกลต์ นายกรัฐมนตรีเมืองควิเบก ในแคนาดา ซึ่งไม่ได้มีคำสั่งล็อกดาวน์อย่างเป็นทางการ เพียงแนะประชาชนให้อยู่กับบ้าน พร้อมๆกับ social distancing ที่แม้แต่ร้านจำหน่ายกัญชาก็เปิดให้บริการ ยังเสนอแนวคิดที่ว่า ลดความเครียด ออกกำลังกายบ้าง เดินไปมา และบางทีก็ไวน์สักแก้วก็ช่วยได้เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก แห่งเบลารุส ที่ยังแนะนำให้จิบวอดก้าในปริมาณ 100 มล. หลังกลับจากอบซาวน่า โดยเชื่อว่าจะช่วยปลอดเชื้อโคโรนาไวรัสต่างจาก แคร์รี แลม ผู้บริหารปกครองพิเศษฮ่องกง ที่สั่งห้ามร้านอาหาร ภัตตาคาร บาร์ทุกแห่งเสิร์ฟเครื่องดื่มของมึนเมาให้กับลูกค้า เพราะจะเป็นการขัดมาตรการ social distancingปัจจัยเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่านั้นจากการดื่มมากเกินไป นั่นคือปัญหาความรุนแรงภายในบ้านจากคำสั่งล็อกดาวน์และความเครียดสะสม ซึ่งทางประเทศกรีนแลนด์ก็ต้องการลดความเสี่ยงดังกล่าว จึงสั่งห้ามขายชั่วคราวในกรุงนุก แต่ก็มีแนวคิดสวนทางกลับมาสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ดื่มปานกลางว่า การปิดร้านขายเหล้าอาจยิ่งทำให้วิตกกังวลและเครียดเพิ่มขึ้น...กลายเป็นเรื่องนานาจิตตังซะงั้น.ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ