เปิดนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ เจอเรื่อง สมเด็จพระเจ้าตากสิน ปราบก๊กเจ้าพระฝาง อ้าง “นิมิตอุบาทว์” เป็นเรื่องถูกจริต ก็ตั้งใจอ่านดร.ปฐมพงษ์ สุขเล็ก อธิบายถึงอธิไทยโพธิบาทว์ หรือนิมิตอุบาทว์ในตำราพิชัยสงคราม มีเนื้อหาเกี่ยวกับนิมิตร้าย 8 ประการ จำแนกตามอำนาจของเทวดาทั้ง 8 องค์ มีตัวอย่าง ดังนี้1. อุบาทว์พระอินทร์ ปรากฏนิมิต ฟ้าผ่าแผ่นดิน ฟ้าผ่าประตู ฟ้าผ่ามณเฑียรปราสาท ฟ้าผ่าต้นไม้ ฟ้าผ่าโรงม้า2. อุบาทว์พระเพลิง ปรากฏนิมิต ไฟลุกเองไม่มีลม ไม่มีใครจุด เห็นไฟในบ้านแต่ที่จริงไม่มีไฟ แผ่นดินแยก ต้นกล้วยออกเครือกลางลำต้น และฤดูกาลแปรปรวน3. อุบาทว์พระยม ปรากฏนิมิต วัวตายคาเกวียน วัวตายคาแอกไถนา ม้าคลอดออกมามีสองหัว (สัตว์ออกลูกประหลาด) ได้ยินเสียงผีหัวเราะในบ้านเรือน4. อุบาทว์นารายณ์ ปรากฏนิมิต เครื่องดนตรีบรรเลงเอง พระพุทธรูปหรือเทวรูปแตกหักเอง สายน้ำไหลเป็นเลือดแล้วหายเป็นปกติ พระพุทธรูปหรือเทวรูปมีเหงื่อเลือดไหลออก อาวุธตีกันเอง และพระสงฆ์สะสมอาวุธ5. อุบาทว์พระพิรุณ ปรากฏนิมิต ฝนตกหนักมากเกินไปผลไม้ไม่ออกลูกตามที่จะเป็น เกิดหมอกหรือน้ำค้างผิดปกติฝนแล้ง น้ำแล้ง และคนเกิดลูกเป็นสัตว์6. อุบาทว์พระพาย ปรากฏนิมิต พายุพัดแรงมากจนบ้านเรือนพัง บ้านปลิว พายุพัดต้นไม้หักระเนระนาด พายุพัดเสียงดัง เมฆมีรูปประหลาด (รูปวัว คน ช้าง สิงห์ เสือ ฯลฯ)7. อุบาทว์พระโสม ปรากฏนิมิต น้ำผึ้งน้ำอ้อยในตุ่มเดือด ผลไม้ออกลูกเป็นผลอื่น สุนัขคลอดลูกในครัวหรือเตาไฟ หนูทำรังในเตาไฟ และสุนัขขึ้นไปเดินบนหลังคา8. อุบาทว์พระไพสพ ปรากฏนิมิต ผ้าผ่อนถูกหนูกัด ผ้าผ่อนถูกไฟไหม้ ทำนาได้ข้าวมากเกินไป ทำข้าวได้ข้าวสารมากผิดปกติ และเงินทองตกในบ้านแล้วหายไปมีผู้ศึกษาเรื่องเทวดารักษาทิศอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเทวดากับนิมิตว่า เทวดารักษาทิศทั้ง 8 องค์ จะสำแดงอุบาทว์คือเหตุร้ายต่างๆล่วงหน้า อย่างมีความสัมพันธ์กับประวัติและบทบาทหน้าที่ของเทวดาแต่ละองค์ดร.ปฐมพงษ์ สุขเล็ก บอกว่า ข้ออ้างหนึ่งที่พระเจ้าตากสิน ต้องยกทัพไปปราบก๊กเจ้าพระฝาง...คือการที่พระสงฆ์สะสมอาวุธ...เป็นนิมิตอุบาทว์ต่อบ้านเมือง...พระเจ้าตากจึงจำต้องเสด็จปราบสัตว์บาป ฟอกฟื้นศาสนา...แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงปราบก๊กเจ้าพระฝาง ด้วยเหตุผลทางการเมือง ในฐานะเป็นศัตรูเมื่อผนวกก๊กเจ้าพระฝางให้อยู่ภายใต้อำนาจราชธานีกรุงธนบุรีแล้วก็ทรงชำระพระสงฆ์หัวเมืองเหนือ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากกรุงธนบุรี ไปทำการบวชและจำพรรษา ถือว่าเป็นกุศโลบายในการจัดระเบียบและควบคุมหัวเมืองเหนือ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ทางการเมืองเช่นกันผมอ่านเรื่องนิมิตอุบาทว์ 8 ประการแล้ว มองไปรอบๆตัว มองฟ้า เจอฝุ่นพิษ มองดินเจอดินแล้ง เพราะไม่มีน้ำ มองป่าก็เจอแต่ไฟป่า ขึ้นรถไฟฟ้าถ้าไม่ใส่หน้ากากก็อาจเจอไวรัสโคโรนาเหนื่อยหนักจากข้างนอก กลับบ้านเปิดทีวีดูถ่ายทอดสดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา...ก็เจอนักการเมืองด่าประท้วงกันโกลาหลวุ่นวาย จนทนดูต่อไปไม่ไหวเรื่องราวในบ้านเมืองเราตอนนี้ ถ้าเชื่อตามตำราโบราณ เราเจออุบาทว์ครบทั้ง 8 ประการจนดูประหนึ่งว่า ไม่มีทางหนีไปทางไหนเลย.กิเลน ประลองเชิง