สิ่งมีชีวิตในตำนานที่คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะนำมาเล่าให้แฟนานุแฟนฟังในวันนี้ คงจะคุ้นตากันอยู่ไม่น้อย เพราะว่าตัวเอกของเราคือ เงือก นั่นเอง เงือกเป็นสัตว์พิสดารที่รูปร่างไม่หนีจากครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นปลามากเท่าไหร่ (แต่หลายที่ ครึ่งบนนั้นเป็นคนแค่หัวก็มีครับ) ความเชื่อเรื่องเงือกสิ่งที่น่าแปลกพอกับนาคหรือมังกร เพราะเป็นความเชื่อที่มีอยู่ทั่วทุกถิ่นที่ในโลกทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่พี่ไทยเรา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าจะมีตำนานเงือกอยู่บนโลกมากมาย และก็มีความแตกต่างกันไปครับตำนานเงือกที่เก่าที่สุดที่มีการจดจารกันไว้ และนับว่าเก่าแก่แช่น้ำมากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นแอสซีเรีย เมื่อ 1,000 ปีก่อน ค.ศ. เป็นเงือกในนามเทพีอตาร์กาติส นางเป็นพระมารดาแห่งราชินีอัสซีเรีย-เซมิรามิส ท้องเรื่องนั้นเล่าว่าอตาร์กาติสเกิดหลงรักมนุษย์ (คนเลี้ยงแกะ) แต่นางก็พลั้งมือฆ่าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความละอายใจ อตาร์กาติสกระโดดลงไปในทะเลสาบและเปลี่ยนร่างเป็นปลา กระนั้นน้ำก็ไม่อาจปกปิดความงามอันศักดิ์สิทธิ์ อตาร์กาติสจึงแปลงร่างอีกครั้งเป็นนางเงือก ร่างซึ่งครึ่งบนเหนือเอวเป็นมนุษย์ส่วนเบื้องล่างเป็นปลา แม้ว่าในชั้นแรกๆสุด ภาพของอตาร์กาติสจะเป็นปลาที่มีหัวและแขนเป็นมนุษย์ก็ตาม ภาพเทพีอตาร์กาติส บนเหรียญโบราณ.ความนิยมซึ่งกระจายกว้างแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยว่าย่อมต้องมีที่กรีซซึ่งมีความเชื่อด้านเทวะเหนียวแน่น แน่นอนว่ากรีซก็มีเงือกไว้เชื่อเหมือนกัน ชาวกรีกเชื่อว่า เงือกเป็นลูกหลานเผ่าพันธุ์หนึ่งของไทรทัน–นักเป่าแตรแห่งท้องทะเลกับพรายน้ำตนหนึ่ง (ไทรทันเป็นลูกของโปไซดอนอีกต่อหนึ่งครับ) ส่วนชาวโรมันว่า เงือกเกิดจากเศษไม้ซากไหม้ของเรือรบในสงครามกรุงทรอย ไปโน่นเลยส่วนเงือกในตำนานอังกฤษ ว่ากันว่าอาจมีกำเนิดบนฝั่งบริตานีและว่ายข้ามช่องแคบอังกฤษไปยังคอร์นวอลล์ ทำให้ผู้คนที่นั่นขนานนามมันว่า เมอร์เมด-เมอร์แมน อันเป็นคำผสมของแองโกลของฝรั่งเศสจากคอร์นวอลล์นี่ละครับ เงือกก็แพร่พันธุ์ไปถึงฝั่งตะวันตกของอังกฤษ ไปถึงรอบๆสกอตแลนด์ตอนเหนือสู่สแกนดิเนเวีย มีบางครั้งเท่านั้นที่เราอาจเห็นเงือกในจุดต่างๆตลอดแนวฝั่งยุโรปด้วย ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะเงือกชอบอากาศเย็นและชอบแนวฝั่งแอตแลนติกอันขรุขระของอังกฤษกับไอร์แลนด์ รวมทั้งหน้าผาและฟยอร์จของสแกนดิเนเวียด้วย (ชาวไอร์แลนด์เรียกเงือกว่าเมอร์โรว์และเมอรูซา) นางเงือก จิตรกรรมโดย จอห์น วิลเลี่ยม วอเตอร์เฮ้าส์ .นอกจากที่ใหญ่ๆเท่าที่กล่าวมา เงือกยังปรากฏอยู่ในที่อื่นๆอีก ทั้งที่อเมริกาเหนือ รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีและจีนด้วย พวกนี้มีการปรากฏตัวแตกต่างจากเงือกในยุโรปมาก และก็แล้วแต่ว่า แต่ละที่จะคิดเห็นว่าการเจอเงือกเป็นเรื่องโชคดีหรือโชคร้าย อันนี้หมายถึงพวกที่ยืนยัน และนั่งยันว่าที่เจอนั้นเป็นเงือกตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ตัวมานาตี หรือดูกอง (พะยูน) แต่อย่างใดเงือกอาศัยอยู่ในแทบทุกตำแหน่งแห่งที่ ที่มี แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ตั้งแต่ในทะเล มาจนจดแม่น้ำ หนองน้ำ ในบริเวณที่น้ำนิ่งสงบและเย็นกว่าปกติจนแสงแดดส่องไม่ถึง (หรือจะเรียก วังน้ำ ก็ไม่ผิดกติกาครับ) เงือกมีสองเพศเหมือนมนุษย์ นางเงือกและนายเงือกอาศัยอยู่ใต้น้ำนั้น สามารถทำตัวสบายๆ เมื่ออยู่บนแผ่นดิน พวกนี้มีภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง และยังสามารถพูดภาษาคนของแผ่นดินที่มันอาศัยอยู่ใกล้ที่สุดได้เช่นกัน ว่ากันตามอุปนิสัยแล้ว นางเงือกชอบขึ้นมาเที่ยวที่ชายฝั่ง ก็แค่มานั่งหวีผมยาวสลวยๆ ฟังเสียงคลื่นลม นกร้อง ก็มีความสุขกว่าใต้ทะเลลึกแล้วละครับชาวประมงละครับเป็นพวกที่ได้เห็นเงือกอยู่บ่อยๆ โดย เฉพาะในเวลาที่คลื่นลมแรงจัด พวกนี้กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะงามเตะตาเท่ากับที่ได้เห็นกลุ่มเงือกทุกวัยโลดแล่นอยู่ในท้องทะเลที่กำลังมีคลื่นลม ดวงตาสีเขียวเป็นประกายสนุกสนานยามเมื่อมันไถลตัวลื่นลงตามแนวคลื่น เงือก ผลงานของ โฮเวิร์ด ไพล์.ความแปลกแต่จริงอย่างหนึ่งของเงือกคือมันไม่เคยติดร่างแหของชาวประมงเลยครับ นับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ฉลาดที่สุดและว่องไวเกินกว่าจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากใดๆ เงือกกินปลาและอาหารทะเลอื่นๆ แต่ไม่เคยเข้าไปข้องแวะในกิจกรรมของคนหาปลา การยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์มีเพียงสถานเดียวก็คือมนุษย์เกิดรุกรานเงือกเข้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นว่าถึงนางเงือกซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเพศเมียที่น่าสนใจ (เพราะความลึกลับของพวกหล่อนไงครับ) ก็ต้องยอมรับละว่า เป็นพวกที่มีความสวยสะดุดตา แม้จะเป็นความสวยที่ดูเย็นชาไปหน่อย พวกนี้มีผมบลอนด์แก่อ่อนต่างระดับ เรียกกันว่า “สตรอว์เบอร์รีบลอนด์” นางเงือกหรือนางสาวเงือกมีดวงตากลมโตสีเขียว หรือเขียวอมฟ้าเหมือนน้ำทะเล ผิวเนื้อส่วนที่เป็นคนขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนไข่มุก เป็นความขาวแตกต่างจากเนื้อคนตรงที่จะเหลือบสีเงินยามอยู่ใต้น้ำทะเล เมื่อผสมกับทรวงอกได้รูปและช่วงไหล่ แขน เอว และสะโพก กลายเป็นความงามมากครับ พวกเงือกนี่โชคดีอย่างหนึ่งตรงที่เป็นเผ่าพันธุ์อมนุษย์ประเภทที่มีพัฒนาการทางร่างกายช้ามาก จึงไม่อาจเดาอายุที่แท้จริงของมันได้ เงือกวัยอ่อนเยาว์ใช้เวลานานมากกก...กว่าจะไปถึงวัยรุ่น แล้วยังได้ใช้ชีวิตตอนนี้อย่างมีความสุขอีกนานกว่าจะถึงวัยสาวเต็มที่ จากนั้นก็ยังคงสภาพความเป็นสาวเช่นนี้ไปนานจนลืมนับเชียวละครับพวกนายเงือกก็หนีไม่พ้นจะหล่อเหลาเอาการ พวกนี้ดูบึกบึน ร่างกายเต็มไปด้วยขนและแลดูคล้ำกว่าพวกที่เป็นเพศเมีย การปรากฏตัวของมันดูอ่อนโยนกว่าบุคลิกมากทีเดียว ภาพวาดจากตำนานนางเงือกแห่งท้องทะเลสลาฟเมื่อมนุษย์นามแซดโกได้ไปยังอาณาจักรใต้น้ำวาดโดย อิลยา เรพิน.เงือกทั้งสองเพศมีส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปเหมือนคน ส่วนล่างจากนั้นเหมือนปลาที่มีหางขนาดใหญ่ แต่ไม่มีครีบ อย่างไรก็ตามครับ ในหลายความเชื่อก็ว่า เงือกพวกนี้สามารถเปลี่ยนส่วนหางที่เหมือนปลาของมันให้กลายเป็นขามนุษย์ได้ ซึ่งก็จะทำให้มันเดินบนแผ่นดินแห้งยามต้องการ เพราะอย่างนั้นจึงเป็นไปได้มากทีเดียวที่พวกเงือกจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอาศัยอยู่ในน้ำและบนบกด้วยขาคนแทนหางปลาความสัมพันธ์ระหว่างคนและเงือกเป็นเรื่องซับซ้อนเกินเข้าใจ ในเมื่อทั้งสองสายพันธุ์ต่างมีความประทับใจกับความงามของเรือนร่างในอีกสายพันธุ์หนึ่ง แต่บุคลิกและความเป็นอยู่กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ความสัมพันธ์แต่ละครั้งจบลงด้วยความเศร้าเสมอ เงือกเป็นพวกไม่มีวิญญาณแต่มีอำนาจเหนือธรรมชาติอันอาจทำให้เป็นอมตะ และสามารถทำนายอนาคตได้ นอกจากนั้นแล้วมันจะเห็นแก่ตัว ไร้สาระ และขี้ริษยาถึงจะรู้อย่างนี้ก็ไม่ได้ทำให้ความรักระหว่างคนและเงือกลดจำนวนลงเลยละครับ ดังนั้น เรื่องความรักของมนุษย์ผู้ชายและมนุษย์ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเลแล้วไปรักกับเงือกเข้าก็มีให้ฟังอยู่เสมอ ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วเกิดไปรักกับนายเงือก นายเงือกก็มีอำนาจดลบันดาลให้ขาของหญิงสาวผู้นั้นกลายเป็นหางปลาแล้วตามลงไปอยู่ด้วยกันในทะเลได้ แบบเดียวกับนางเงือกที่เมื่อตกหลุมรักมนุษย์ผู้ชายก็จะเปลี่ยนหางเป็นขาแล้วขึ้นมาอาศัยอยู่กับสามีมนุษย์ของนางบนฝั่งเหมือนกันระยะแรกๆ ความรักของทั้งสองฝ่ายก็ดูดดื่มดีละครับ แต่ไม่ช้าเมื่อความหลงใหลมืดบอดสลายไป คราวนี้มนุษย์ผู้หญิงก็จะเริ่มถวิลหาบรรดาเพื่อนๆ และญาติพี่น้องบนฝั่งจนที่สุดก็อาจละทิ้งสามีชาวเงือกของตน ส่วนนางเงือกที่คุ้นเคยกับอิสระเสรีบนยอดคลื่นก็ชักจะรู้สึกว่าชีวิตแห้งแล้งและเต็มไปด้วยฝุ่นบนบกไม่น่าอภิรมย์อีกต่อไป เธอจะรู้สึกชิงชังกับการพูดจาซุบซิบนินทาของมนุษย์จนที่สุดต้องหนีไปชายหาด เปลือยกายพุ่งลงไปในน้ำและเข้ารวมกลุ่มกับเพื่อนเก่า หวีผมร้องเพลงกันริมหาดเหมือนเดิมละครับ เงือกชราเพศชายสวมมงกุฏ วาดโดย อาเธอร์ เรคแฮม.นางเงือกร้องเพลงได้เพราะมาก แต่อย่าไปหวังให้หล่อนทั้ง หลายเป็นแม่บ้านเลย เพราะยังงี้แหละ ความงามของนางเงือกจึงค่อยคลายลงเรื่อยๆ ในสายตาของสามีชาวมนุษย์ เมื่อเขากลับมาถึงบ้านแล้วได้พบแต่เพียงปลาดิบๆ สำหรับเวลาน้ำชาเท่านั้น นางเงือกน่ะไม่ยอมทำงานบ้านหรอกครับ สิ่งเดียวที่พวกเธอพึงใจทำก็คือนั่งส่องกระจกชมโฉมตัวเองทั้งวันหรือไม่ก็ลองทำผมทรงใหม่ๆ เชื้อสายของนางเงือกและมนุษย์จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกอย่างครับ แต่ส่วนที่เหมือนแม่ก็คือเด็กพวกนี้จะมีพังผืดที่มือและเท้าทำให้ว่ายน้ำคล่องแคล่ว แต่ก็เล่นเกมอื่นไม่เก่งทั้งหมด ที่แจงมานี่น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอสำหรับการไขปัญหาว่าทำไมนางเงือกกับลูกๆของเธอในที่สุดก็ทิ้งฝั่งลงไปรวมกับสังคมเงือกในเวลาต่อมาทั้งๆที่พวกเงือกมีอำนาจรู้อนาคตข้างหน้า รู้ว่าการแต่งงานของตนกับมนุษย์ไม่อาจไปกันได้อย่างราบรื่น แต่ยามที่แยกกันนางเงือกจะขึ้งโกรธริษยาคู่ของตน โทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของมนุษย์ฝ่ายเดียวแล้วยังร่ายคำสาปแช่งทิ้งไว้เสียด้วย ชาวประมงที่เคยมีเมียเงือกไม่ควรออกทะเลหลังจากที่นางทิ้งไปแล้ว เพราะเขาจะไม่มีวันจับปลาได้อีกเลย เผลอๆทั้งเรือและตัวเขาเองอาจประสบภัยกลางทะเลด้วยซ้ำหากยังดื้อดึงทำอาชีพนี้ต่อ รวมความแล้ว เงือกเป็นของเอาไว้ดูสวยๆไกลๆเท่านั้น ถ้าเอามาอยู่ใกล้ๆเมื่อไรจะรู้สึกอึดอัดทันที เงือกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยความอ่อนโยนเสมอ มันจะไม่ก้าวร้าวแม้ว่าจะเป็นฝ่ายถูกรุกรานก็ตามเรื่องความแตกต่างทางอารมณ์ระหว่างเงือกกับคนนี่เป็นสิ่งเข้าใจยากจริงๆ และก็เลยกลายมา เป็นต้นเรื่องของตำนาน นิทาน และนิยายต่างๆ มากมายทั่วโลกเลยครับ.ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูนโดย : คอสมอส