การพิจารณาคดีถอดถอน “อิมพีชเมนต์” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวุฒิสภา ย่างเข้าสู่วันที่ 2 เมื่อ 22 ม.ค. ในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดขวางสภาคองเกรส กรณีทรัมป์ถูกกล่าวหากดดันผู้นำยูเครนให้สอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และลูกชาย ในข้อหาคอร์รัปชันแลกกับการให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนเพื่อหวังผลทางการเมือง เพราะไบเดนเป็นตัวเก็งที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์ปลายปีนี้ อีกทั้งทรัมป์ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงไปให้การต่อสภาผู้แทนฯ ที่สอบสวนคดีนี้การอิมพีชเมนต์วันแรก คณะอัยการจากพรรคเดโมแครตและทีมทนายของทรัมป์ถกเถียงกันยาวนานกว่า 13 ชม. จนถึง 02.00 น. เช้าวันที่ 22 ม.ค. ก่อนสมาชิกวุฒิสภา 100 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะลูกขุนลงมติด้วยเสียง 53 ต่อ 47 เสียง ตามจำนวนวุฒิสมาชิกของทั้ง 2 พรรค รับรองกฎเกณฑ์ต่างๆ ในกระบวนการอิมพีชเมนต์ โดยกฎเกณฑ์นี้เป็นไปตามความต้องการของนายมิตช์ แม็คคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา ซึ่งหวังควบคุมกระบวนการอิมพีชเมนต์เพื่อช่วยทรัมป์ให้พ้นผิดกฎเกณฑ์อิมพีชเมนต์รวมทั้งการปฏิเสธญัตติ 4 ข้อของนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ซึ่งต้องการบังคับให้ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศ กลาโหมและหน่วยงานอื่นๆของรัฐบาลส่งมอบประวัติและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดียูเครนให้วุฒิสภา อีกทั้งปฏิเสธญัตติให้เรียกเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปให้การต่อวุฒิสภาในฐานะพยาน รวมทั้งนายมิค มัลวานี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว นายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ กฎอิมพีชเมนต์ยังระบุเวลาการอภิปรายเปิดคดี 48 ชม. ภายใน 6 วัน และอนุญาตให้นำประวัติการสอบสวนคดีนี้โดยสภาผู้แทนฯ มาใช้เป็นหลักฐานได้ทนายของทรัมป์ยืนยันว่าทรัมป์ไม่ได้ทำอะไรผิด การอิมพีชเมนต์เป็นเพียงแผนเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 และทำลายทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลายปีนี้ ส่วนฝ่ายเดโมแครตชี้ว่ามีหลักฐานท่วมท้นว่าทรัมป์ทำผิดจริง คาดว่ากระบวนการอิมพีชเมนต์จะใช้เวลาราว 1 เดือนและมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ทรัมป์จะถูกถอดถอน เพราะต้องใช้เสียงวุฒิสมาชิกถึง 2 ใน 3 ขณะที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา 53 เสียง วุฒิสภายังมีสิทธิ์ลงมติให้ยุติกระบวนการอิมพีชเมนต์ ด้วยเสียงข้างมาก 51 เสียงขึ้นไปทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐฯคนที่ 3 ที่ถูกดำเนินกระบวนการถอดถอน หลังอดีตประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ในปี 2411 และบิลล์ คลินตัน ในปี 2542 ซึ่งทั้งคู่รอดจากการถูกถอดถอน.