คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา ขังแมว เด่นดังแค่ไหน ถ้าทำผิดกฎหมายก็ติดคุกได้ทั้งนั้นล่าสุดศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 6 ปี 24 เดือนฐานทุจริตตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐโดยศาลเห็นว่า จำเลยเคยประกอบความดีมาก่อนในฐานะสื่อมวลชนอาวุโส ย่อมเป็นแบบอย่าง แต่มากระทำความผิดเสียเอง ไม่เป็นเหตุให้รอการลงโทษอดีต “กรรมกรข่าว” คนดัง ต้องถูกคุมตัวเข้าเรือนจำทันทีแต่ที่ยังรอด ได้หายใจอีกเฮือก รอลุ้นเสียวช็อตต่อไปหลังศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยยกคำร้องที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขห้วงสั้นๆ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาอ่านแค่ 12 นาทีค่ายสีส้มรอดบ่วง “อิลลูมินาติ” คดีล้มล้างการปกครองแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ค่ายอนาคตใหม่ยังต้องฝ่าอีกหลายด่าน สถานการณ์ยังไม่ได้อยู่รอดปลอดภัย โดยเฉพาะคดีที่ “ไพร่ห้าพันล้าน” ปล่อยกู้เงิน 191 ล้านบาท ให้พรรคตัวเองใช้ในการเลือกตั้งใหญ่นั่นต่างหาก คิวพลิกคว่ำพลิกหงายที่เซียนพนัน เซียนการเมือง ทุ่ม “แทงเต็ง”ราคาต่อรองไหลไปที่ “โดน” มากกว่า “รอด”ทีมสีส้มยังต้องลุ้น “สืบชะตา” โดยแนวโน้มสถานการณ์ที่ลุ้นกันว่าจะจบก่อนหรือหลังวันที่ 24 มีนาคม 2563 ตามกำหนด “ภายใน 1 ปี” หลังการเลือกตั้งใหญ่ตามเงื่อนไขที่โยงกับแต้มปาร์ตี้ลิสต์แต่ ณ วันนี้ นายธนาธรนำทีมแถลงขอบคุณกองเชียร์ที่ให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ยังได้ไปต่อ ขอสัญญาต่อประชาชนผู้สนับสนุนจะมุ่งมั่นทำงานในสภาฯอย่างสร้างสรรค์ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขันซึ่งนั่นก็น่าจะมุ่งธงไปที่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่วันนี้ทีมเชือดของ “นายใหญ่” ดูไบ ยังปิดกล่องไม่ลงประชุมแล้วประชุมอีก คณะกรรมการไม่รู้กี่ชุด ทีมงานซ้อนกันไปซ้อนกันมาต่างฝ่ายต่างแถลง พูดกันไปคนละทางสองทางจากที่ประกาศฤกษ์ยามอุบากอง โดย “เซอร์เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ กุนซือ “ทีมเชือดนกแล” พรรคเพื่อไทย ตีปี๊บเชิดฉิ่งโหมโรงตั้งแต่ก่อนปีใหม่จะยกขบวนยื่นญัตติเชือดในวันที่ 13 มกราคม หลังปีใหม่เปลี่ยนเป็นวันที่ 20 มกราคมล่าสุดตามข่าวจะเลื่อนดีเดย์ออกไปเป็นวันที่ 29 มกราคมอารมณ์แบบที่หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวตามไม่ทัน เลิกตามข่าววันยื่นญัตติรอยื่นจริงทีเดียวเลยขณะที่เป้าเชือดก็ยังไม่นิ่ง ปรับโพยกันแบบรายวันนอกจากล็อกคิวจัดหนัก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมมัดเป็นพวงพ่วงกับทีมโควตาพิเศษของนายกฯ ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มือเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยโผของ “เซอร์เหลิม” ปิดกล่องแต่หัววันโดยไม่แตะต้อง “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯไว้ไมตรีเว้นชื่อรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลทั้งยี่ห้อภูมิใจไทยและค่ายประชาธิปัตย์แต่ต่อมาก็ต้องจัดให้ “คิวยัดไส้” แทรกโพยชื่อของนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่ชื่อโผล่ๆหายๆข้อหาไม่ชัด ยุทธศาสตร์เบลอๆ เป้าเชือดกระจายที่สำคัญดูจากชื่อที่ออกมา เทียบกับพฤติกรรม คนที่ไม่น่าโดน กลับโดน คนน่าโดนดันรอดณ วันนี้มันยังไม่มีเหตุผลอื่นที่มีน้ำหนักมากไปกว่าเกมเชือดแฝงแค้น “นายใหญ่” เล่นงานผู้แปรพักตร์เลือกเป้าทุบ “อดีตคนกันเอง” ด่าไป ต่อรองไป.ทีมข่าวการเมือง