อารมณ์ “ลาน” อาการ “เกร็ง” กับเสียงด่าเกินเหตุสถานการณ์แบบที่สังเกต “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปลี่ยนจากอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ดีๆ เป็นหงุดหงิดทันทีที่เดินเข้าบูธอีเวนต์ก่อนประชุม ครม.ของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่นำเสนอผลงานการพัฒนาระบบบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันที่จะนำไปใช้ในภาคเหนือชิงออกตัว ต้องเข้าใจรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5พร้อมวอนขอร้องทุกฝ่ายอย่าโจมตีรัฐบาล ยืนยันให้ความสำคัญและแก้ปัญหาฝุ่นควันได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ขออย่ามองว่ารัฐบาลไม่มีผลงานอาการของผู้นำถึงจุด “สะท้าน” ผวาสังคมพาลด่ารัฐบาลทุกเรื่องและเหมือนจะเป็นแฟชั่น ด่า “บิ๊กตู่” แล้วดูฉลาด ไม่ตกยุค ไม่ตกเทรนด์ตามจังหวะโหนกระแส ร่วมด้วยช่วยแห่อีเวนต์ “ไล่ลุง” ของ “คึกรายวัน” นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุด “แกว่งปาก” กระแทก “บิ๊กตู่”ซัด “ระบอบประยุทธ์” ต้นตอขัดแย้งไล่ให้พิจารณาตัวเอง ถอยออกจากปมปัญหาก่อนม็อบไล่ม็อบเชียร์ชนกัน“หนึ่งเสียงเท่ากับศูนย์” ของ “รัฐบาลอิสระ” ยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยกระดับอาการ “แว้งใส่” ผู้นำรัฐบาลด้วยกันเองแรงขึ้นทุกขณะ เหมือนจะอ่านเกมขาดล่วงหน้า สถานการณ์การปรับ ครม.ที่น่าจะเกิดขึ้นหลังคดียุบพรรคอนาคตใหม่และจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจปรับสมการตัวเลขในสภาผู้แทนฯย้ายข้างกันใหม่ประชาธิปัตย์ในปีกแนวร่วมของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งรวมถึงนายเทพไท ที่ว่ากันว่านับหัวแล้วประมาณ 20 เสียง อาจไม่จำเป็นกับรัฐบาล “ระบอบประยุทธ์” อีกต่อไปเพราะจะเหลือประชาธิปัตย์อีกกว่าครึ่งที่พร้อมไปต่อกับทีม “บิ๊กตู่”คอยดูพวกโหนกระแสไล่ลุงในพรรคร่วมรัฐบาล จะโดนลุงไล่อัปเปหิพ้นเรือเหล็กเรื่องของเรื่อง โดยเงื่อนไขสถานการณ์ไม่ต้องรอนาน พล.อ.ประยุทธ์น่าจะหยั่งได้ถึงธรรมชาตินักการเมืองอาชีพอย่างลึกซึ้ง ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ในยามเผชิญภาวะยากลำบากพิสูจน์ “มิตรแท้” กับ “เพื่อนเทียม”โดยเฉพาะกับสัญญาณการตีธงอภิปรายไม่ไว้วางใจของ “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัยที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย แบไต๋ชัดๆ“ล็อกเป้า” จัดหนัก “บิ๊กตู่” เป็นหลักตามสถานะเบอร์หนึ่งฝ่ายบริหาร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คุมตำรวจดูแลความมั่นคงเหมารวมยัดข้อหาทุกกระทงว่างั้นเถอะไม่นับชื่อที่โดนจับมัดพวงพ่วงกับ “บิ๊กตู่” ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มือเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศล้วนแต่โควตาพิเศษของนายกรัฐมนตรีงานนี้ “เหมาเข่ง” เชือด “มือบริหารอาชีพ” เจาะยางพวกที่ไม่มีฐาน ส.ส.เป็นกองกำลังคุ้มกันเขย่า “ศูนย์กลาง” ยุทธศาสตร์บริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ และนั่นยังแฝงเหลี่ยมสางแค้นพวกแปรพักตร์ “นายใหญ่” ไล่จองเวร “สมคิด-วิษณุ” ไม่เลิกราที่แน่ๆ ถ้าทีมโควตาพิเศษของนายกฯแกว่งในเวทีเชือด “บิ๊กตู่” ก็สะเทือนด้วยและที่ยังกั๊กไม่ปิดกล่อง จังหวะดึงเช็งต่อรอง แลกกล่อง แลกของ กับมุกเขี่ยลูกเข้าเหลี่ยมยั่วเกม “แทงหลัง” ในพรรคร่วมรัฐบาลอารมณ์แบบที่นักข่าวตั้งคำถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจ่อเพิ่มชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เข้าบัญชีอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีการแบนสารพิษทางการเกษตรจะทำให้พรรคภูมิใจไทยสวิงไปหนุนฝ่ายค้านหรือไม่โดยที่เซียนเขี้ยวระดับนายสมศักดิ์รีบดักคอดักทาง เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยแยกแยะออกแต่ที่น่าจับตาสุดก็คิวของ “พี่ใหญ่” กับ “พี่รอง” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ชื่อผลุบๆโผล่ๆว่ากันว่า ใครติดโผ ใครหลุดโผ จัดเป็นคลาสสิกเคส “เกมอำนาจพี่น้อง 3 ป.”ชิงพื้นที่ยืนทางการเมือง ยึด “ขาลอย” จากอำนาจท็อปบูต.ทีมข่าวการเมือง