ขอฟัง ประชาชนอีก 5 เดือนเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.62 ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง) นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมหารือโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้บริหารสำนักการโยธา ผู้แทนกรมศิลปากร กรมเจ้าท่า องค์การต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วม ทั้งนี้ กทม.ได้เชิญกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ และองค์กรเครือข่าย 35 องค์กร เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ กลุ่มดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับโครงการ อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มสมัชชาแม่น้ำและเครือข่าย 35 องค์กร ไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด และเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา สมัชชาแม่น้ำได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าขอให้ กทม. สั่งยกเลิกโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในรูปแบบถนนทางเลียบที่รุกล้ำลงไปในแม่น้ำ ก่อนเปิดการเจรจาหาทางออกร่วมกันตามกระบวนการที่ถูกต้องและเหมาะสม การที่ กทม.จะขอหารือทั้งที่ยังมีเป้าหมายคงเดิมอยู่ จึงไม่เกิดประโยชน์ในการเปิดเจรจานายศักดิ์ชัยกล่าวว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโครงการที่รัฐบาลมอบหมายให้ กทม.ดำเนินการ มีการดำเนินการไปตามขั้นตอนของระบบราชการใกล้สมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีการคัดค้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.จึงให้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือ รวมถึงกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ และองค์กรภาคีเครือข่าย 35 องค์กร เพื่อให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันแสดงความเห็น แต่วันนี้รู้สึกเสียใจที่ผู้เข้าร่วมประชุมมาไม่ครบตามที่เชิญ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดกว้าง และคิดว่าจะได้รับฟังแนวคิด หรือความคิดเห็นต่างๆ ร่วมกัน หลังจากก่อนหน้านี้ ยังมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบทางเลียบเจ้าพระยาที่ถูกนำเสนอออกไปดูใหญ่ไปยังไม่เหมาะสม อาจจะต้องปรับรูปแบบใหม่ ซึ่ง กทม.พร้อมเปิดรับฟังความเห็น เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นชอบรูปแบบที่ตรงกันโดยจะใช้เวลาในส่วนนี้ 5 เดือน ก่อนจะมีการเดินหน้าโครงการต่อไปนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักการโยธา สนย.กล่าวว่า สนย.ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วนถูกต้อง ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับกรมเจ้าท่าปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้างไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งได้จัดสรรเงิน 200 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โดยให้นำไปจัดตั้งสหกรณ์ในแต่ละชุมชน เพื่อไปหาที่ดินสร้างบ้านใหม่ ซึ่งครัวเรือน ที่รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา มี 285 ครัวเรือน เบื้องต้นรับเงินไปแล้วกว่าร้อยละ 75 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้างบ้านใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้กลุ่มสมัชชาแม่น้ำ และเครือข่ายจะไม่ได้เข้าร่วมประชุม ก็ไม่ได้หมายความว่า กทม.จะเดินหน้าโครงการ ต่อทันที ยืนยันว่า กทม.จะรับฟังความคิดเห็นและรอการประสานงานจากกลุ่มสมัชชาแม่น้ำและเครือข่าย เพื่อทำงานร่วมกันเพื่อสาธารณประโยชน์.