“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง จับตาความเคลื่อนไหวเครือข่ายยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีข่าวเตรียมทยอยเคลื่อนย้ายยาเสพติดลอตใหญ่จากแหล่งพักคอยยาเสพติดภายนอกเข้าในประเทศและกระจายออกสู่ชุมชนเมืองใหญ่ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเครือข่าย คนไทยร่วมกับต่างชาติย่ามใจใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งออกต่างประเทศ ส่งผลกระทบภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก” คำพูดของ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี กับท่าทีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มความเข้มมาตรการยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาในช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารระดมกำลังทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนไทยที่กลับภูมิลำเนา เปิดช่องโหว่ให้ขบวนการค้ายาเสพติดขนลำเลียงยาเสพติดในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ทุก บช.ยกระดับการปราบปราม แก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นแม่งาน ประสาน เร่งรัด ติดตาม จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า แจ้งข้อมูลการข่าวให้กับตำรวจ ตชด. ตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจทางหลวง ร่วมกันเฝ้าระวัง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนหรือพื้นที่ชั้นนอกป้องกันไม่ให้ฉวยโอกาส ลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้นเข้าไปพื้นที่ชั้นกลาง ชั้นใน หรือแหล่งชุมชน ตามเมืองต่างๆ ผบ.ตร.เอาจริง ไม่ปล่อยให้คนร้ายขนยาเสพติดได้โดยง่าย วางแผนสกัดกั้นทุกเส้นทาง พื้นที่ บช.น. และ บช.ภ.1- 9 เน้นปราบปรามจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อย เมื่อจับกุมได้ให้ขยายผลไปถึง แหล่งเงินทุน นายทุน เครือข่ายผู้ร่วม ขบวนการ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังตำรวจเป็นแม่งานหลัก ประสานทุกภาคส่วน ทั้ง ป.ป.ส. ทหาร ปกครอง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ไม่ปล่อยปละละเลย ให้คุมเข้มสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายยาเสพติดและสารตั้งต้นในพื้นที่ชายแดน ประสานทุกด่านศุลกากรตรวจเข้มสินค้าและการผ่านแดนทั้งทางบก ทางน้ำ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุขนำผู้เสพมาบำบัดควบคู่กันพล.ต.อ.จักรทิพย์มีประสบการณ์ด้านการปราบปรามยาเสพติดมาต่อเนื่อง ห่วงใยการแพร่ระบาดสารเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน นักท่องเที่ยวตามสถานบริการและแหล่งมั่วสุม รวมทั้งบ้านเช่าหรือห้องพัก ดัดแปลงชั่วคราวเป็นสถานบริการและใช้ปาร์ตี้ โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานศึกษามีคำสั่งให้ ผกก.ในพื้นที่ไปสืบสวนหาข่าว ดำเนินการป้องกันปราบปราม อย่าให้มี อย่าให้เกิด ต้องกวดขันกันยาเสพติดออกจากเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด หากมีหน่วยนอกเข้าไปจับกุมแล้ว พบว่าเป็นการปล่อยปละละเลย จะมีการลงโทษหัวหน้าหน่วย คาดโทษตำรวจที่ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจแก้ปัญหายาเสพติด รวมทั้งตำรวจนอกแถวเข้าไปมีส่วนพัวพันเครือข่ายยาเสพติดผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับหน่วยงานป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน หากมีความเข้มแข็ง ยาเสพติดจะไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาพื้นที่ชั้นในโดยง่าย ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยตำรวจที่ตั้งอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน และจุดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้าในประเทศไทย ทั้งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับฟังปัญหาและสนับสนุนเครื่องมือที่ทันสมัยสกัดกั้นขบวนการขนยาเสพติดผบ.ตร.ได้เดินทางไปเยือนมิตรประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศไทย เพื่อแสวงหาความร่วมมือแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชั้นกลางและชั้นในจะไม่ยอมให้ยาเสพติดทะลักเข้ามาอย่างเด็ดขาดสิ่งที่หนีไม่พ้นในมาตรการยาเสพติดที่สังคมจับตามองการทำงานของตำรวจคือ การเข้าไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดหรือมีข่าวตำรวจไปทำผิดเสียเอง พล.ต.อ.จักรทิพย์รู้ปัญหานี้ดี กำชับให้ผู้บังคับบัญชาลงไปสุ่มตรวจ ดูแลพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเครือข่ายยาเสพติดหากพบตำรวจกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผบ.ตร.ให้พิจารณาโทษผู้ที่เป็นนายด้วย เป็น “กฎเหล็ก” ของ ผบ.ตร. ที่นำเอามาตรการการควบคุมความประพฤติของตำรวจนอกแถวมา “ขันนอต” ให้เป็นยาแรง ลงโทษตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหากตำรวจเอาจริงเอาจัง ขบวนการค้ายาเสพติดคงทำผิดได้ยากยิ่งขึ้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “วันหยุดยาวเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2563 ขบวนการยาเสพติดอาจฉวยโอกาสกระทำความผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์ ยาเสพติด กำชับให้ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจับตาความเคลื่อนไหวเครือข่ายยาเสพติดในช่วงปีใหม่ที่เตรียมเคลื่อนย้ายยาเสพติดลอตใหญ่จากแหล่งพักคอยเข้าในประเทศ และกระจายออกสู่ชุมชนหัวเมืองใหญ่ ได้กำชับให้ทุก บช. โดยเฉพาะ บช.ปส.ให้เป็นหน่วยงานหลักประสานด้านการข่าวสกัดกั้นการลำเลียงร่วมกับ ตชด. สตม. และตำรวจทางหลวง ส่วน ตำรวจภูธรและนครบาลในพื้นที่ชั้นในเน้นสืบสวนจับกุมเครือข่ายในพื้นที่ขยายผลและยึดทรัพย์ผู้ที่มีส่วนร่วมทำผิด เน้นปราบปรามยาเสพติดตามสถานบริการ บ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ แหล่งมั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติด จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว” “ให้ ผกก.หรือหัวหน้าหน่วยในทุกพื้นที่ หาแนวทางป้องกันยาเสพติดออกจากเด็กและเยาวชนในพื้นที่โดยเฉพาะรอบสถานศึกษา มหาวิทยาลัย หากพบตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องผลประโยชน์เรื่องยาเสพติด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมให้ลงโทษขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้บังคับ- บัญชาต้องร่วมรับผิดชอบ รวมทั้งบูรณาการกำลังทุกภาคไม่ว่าจะเป็นทหาร ปกครอง ป.ป.ส. ที่สำคัญตำรวจต้องแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ เป็นหูเป็นตาและเฝ้าระวังขบวนการค้ายาเสพติดในทุกมิติ ได้ไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบายตำรวจตามแนวตะเข็บชายแดน ทุกนายมีความพร้อมในการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล เชื่อว่าเทศกาลปีใหม่นี้ ตำรวจยังควบคุมสถานการณ์และสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติดในรูปแบบต่างๆได้”ภาพรวมมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่นำประสบการณ์มาวางแผน วิเคราะห์ หาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก่อนหน้าลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายตำรวจที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน กำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มสกัดกั้นการลำเลียงทุกรูปแบบและปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเด็กเยาวชนมั่วสุมตามสถานบันเทิงในช่วงเทศกาลปีใหม่ของคนไทยผบ.ตร.คาดหวังได้เห็นทุกหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดอย่างจริงจังในทุกรูปแบบ.ทีมข่าวอาชญากรรม