ปัดหวงชีวิตโสด...แค่ยังสนุกกับงานใหม่ๆ ที่ท้าทายต้องร้ายให้สุด หยุดที่ความหลอนน่าสะพรึง!! สำหรับ น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ พวงทอง นักแสดงสาวจากละคร “สางนางพราย” ทางช่อง 8 รับบท “ผีเมธาวดี” สิงอยู่ในหัวเรือโบราณ จองเวรจองกรรม “พระนาง” จนถึงขั้นเอาชีวิตกันเลย แต่ทว่าชีวิตนอกจอจะมีใครรู้ว่าจริงๆ น้ำหวาน กลับเป็นคนกลัวผีขึ้นสมอง งานนี้ “คนดังนั่งคุย” คว้าตัวมาเปิดใจกับชีวิตทำงาน และไม่พลาดซอกแซกเรื่องความรักกับหนุ่มนอกวงการ 11 ปียังหวานชื่นมื่นแต่ไม่สะดวกเปิดตัวอยู่ดีคนฮือฮามากชื่นชมน้ำหวานรำได้สวยมาก“คนจะไม่รู้ว่าจริงๆ หวานเรียนจบนาฏศิลป์มา บางคนรู้แต่บางคนไม่รู้ คนที่เรียนด้วยกันมาจะรู้ว่าเรารำเป็น แต่แฟนละครเห็นคลิปที่หวานลงตอนบวงสรวงก็เข้ามาคอมเมนต์ ทำไมรำสวยจัง เข้ามาชมกันเยอะ เราก็ดีใจ จริงๆไม่ได้รำมานานหลายสิบปี”แฟนๆหารู้ไหมถ้ารำออกมาไม่สวยน้ำหวานจะยิ่งเครียดกว่าหรือเปล่า “ใช่ค่ะ จะเครียดยิ่งกว่า ถ้าเรารำไม่สวย เรียนนาฏศิลป์มา มันจะเสียเซลฟ์ ก็ถือว่าสบายๆ แต่ก็มีอะไรให้ทำอีกเยอะนะ ขี่ม้า ซึ่งไม่เคยขี่ม้าเลยในชีวิต และต้องเป็นนักรบ ไม่เคยฟันดาบเลย เล่นเป็นผี ต้องเรียนดำน้ำ ซึ่งหวานไม่เคยเรียนดำน้ำเลย ตอนดำน้ำเป็นผีห้ามปล่อยลม ห้ามอมอากาศ ซึ่งน้ำสระลึก 4.5 เมตร ลองหายใจเอง พอถึงก้นสระมันก็จะหมด พี่เอ๊ะ-อิสริยา ผู้จัดฯ เค้าเซฟนักแสดงขยับไปที่ตื้นๆ หน่อยเพื่อที่ให้เราดำแล้วความกดอากาศลงไปไม่เยอะ”ฉากดำน้ำนานมั้ยกว่าผ่านไปได้ “จริงๆก็ไม่นานมากเพราะว่าวันวันนึงเราถ่ายได้ไม่กี่ฉาก มันจะ ฟิกเวลา คนที่ลงไปถ่ายกล้องถ่ายน้ำก็เป็นครูเหมือนกัน เค้าอยู่ได้แค่ 5 ชม.ได้แค่นั้น ประมาณ 4 โมงก็จะต้องเลิกค่ะ ต่อให้เงินเพิ่มยังไงเค้าก็ไม่เอา ทุกอย่างต้องเป๊ะๆ”>> อ่านเรื่องย่อนิยายทุกเรื่อง คลิกที่นี่ <<เห็นว่าฉากขี่ม้าก็หนักหน่วงเอาเรื่องเหมือนกัน“หนักมากค่ะ ไปเรียนขี่ม้ามาก่อนครั้งนึง ตัวที่เข้าฉากทำความรู้จักกันก่อน ตอนแรกเลยพี่เอ๊ะคิดอยู่จะให้เหมือนขี่ม้าแล้วรบแต่ด้วยระยะเวลาและเค้าอยากเซฟนักแสดงเดี๋ยวมันจะเสี่ยงเกินไป เลยเปลี่ยนแค่ขี่ม้าเข้ามาหลังจากรบเสร็จแล้วแต่เราต้องไปเรียนมาเหมือนกัน วันที่ไปเรียนก็ซ้อมอยู่ในคอก แค่พี่เค้าบอกเลยห้ามกลัวนะ เพราะม้าสัมผัสเราได้ถ้าเรากลัวจะทดสอบเรา เค้าจะเตลิดได้ เราต้องมีสติตลอด มันวิ่งไปยังไงต้องยื้อให้สุด ที่สำคัญต้องมีสติ สมาธิ”ปกติได้ลองอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้มั้ย “มันแล้วแต่จังหวะมากกว่า แต่กลัวสุดคือกลัวผี”อ้าวแล้วเล่นผี “(หัวเราะ) ตอนถ่ายก็ต้องมีคนอยู่ข้างๆตลอด ในระยะที่หนูมองเห็น”มีแต่คนอื่นกลัวเราเพราะแต่งผีได้หน้ากลัวมาก “ใช่ค่ะ แม่หนูยังกลัวเลย หนูก็งงเค้าบอกว่ามีเหมือนเสียวๆบ้าง ตอนเป็นหัวแม่ย่านาง น้องหนูก็กลัวแต่ตัวหนูกลัวของจริง ซึ่งไม่เคยเจออะไรที่ลี้ลับนะแต่ก็กลัว คิดดูตอนถ่ายจะไปถ่ายตามวัด ตามป่าช้า หวานจะต้องกรี๊ดโหยหวน กรี๊ดเป็นผี มันเลยรู้สึกมันน่ากลัว เค้าจะคิดมั้ยว่าเราไปเรียกเค้ามาหรือเปล่า เดี๋ยวเค้าจะมามั้ย แต่มีไหว้ขอก่อนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยเห็นนะ ไหว้ทุกที่ที่เคยไป เราไหว้ไว้ก่อน” พอเล่นบทแบบนี้กลัวเรื่องอาถรรพณ์บ้างมั้ย“คือตอนแรกกลัวมาก ถามกับพี่เอ๊ะ หนูควรไหว้อะไรยังไงที่เกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยมีแม่ย่านางทุกที่ โชคดีเรื่องนี้ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงก็โล่ง แต่เรื่องแม่ย่านาง หวานเชื่อนะมีอยู่จริงเลยไปขอพี่เอ๊ะว่ารำวันบวงสรวงได้มั้ย เรารำถวายได้มั้ย ทำเองกลัวผิดพลาดจะไม่ดีหรือเปล่า จริงๆ เป็นคนกลัวผีขึ้นสมองแต่ก็ไม่เคยเจอเลย ไม่อยากเจอด้วย เวลาเข้าห้องน้ำวันแต่งเป็นผี ให้น้องสนิทเฝ้าหน้าห้องน้ำเหมือนกัน ถ้ายื่นส่องไปไม่ใช่หน้าเราจะเป็นยังไง ไปถ่ายวัด จำได้ว่าพี่เค้าให้เราไปจอดรถ ตอนแรกพุ่งเข้าไปหันไป อ้าว รูปคน(ตาย)หมดเลย เลยขอถอยๆ จอดที่อื่นเหมือนเค้าจ้องเราตลอดเวลา แล้วเลิกดึกเดินมาแล้วเจอแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ”เสน่ห์ของละครเรื่องนี้“ส่วนตัวชอบพาร์ตอดีตเพราะดูมันมีสตอรีเรื่องราวเยอะ บวกกับฉากอลังการ มีทั้งรบ ตกเรือ ฉากใหญ่ทั้งนั้น ความสนุกอยู่ตรงนั้น ส่วนนึงเป็นเรื่องราวผูกมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันตามล้างจองเวรจองกรรมพระเอกนางเอกจัง แม้แต่แม่นม ทำไมเวลาผีออกมาจะต้องมีเสียงข้อเท้าดังตลอด มันมีเรื่องราวอดีต ข้อเท้าอันนี้มาจากไหน มีเรื่องราวให้ค้นหาคำตอบ ทำไมต้องอยู่หัวเรือ จุดมุ่งหมายเมธาวดีทำยังไงก็ได้ให้เมธาวลัยมาอยู่ที่หัวเรือแทนที่เราต้องอยู่ตลอด เรื่องนี้มันสนุก แต่ละฉากออกทีวีแป๊บเดียวแต่เราถ่ายจริงใช้เวลานานมาก” ใกล้สิ้นปีมีแพลนไปเที่ยวเคาต์ดาวน์ไหนหรือเปล่า“สิ้นปีนี้ไม่น่าจะไปเพราะคนไปเยอะ พอเราทำงานติดกัน 2 เรื่อง ถ้าไม่ได้ติดอะไรวันเคาต์ดาวน์อยากกลับไปอยู่บ้านมากกว่า”นึกว่าจะเคาต์ดาวน์กับหนุ่มรู้ใจเสียอีก “อ่อ ส่วนมากไปสวดมนต์ข้ามปี หวานไม่ได้ซีเรียสวันนี้ต้องอยู่ด้วยกัน วันนี้ต้องเจอกันนะ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันอะไรขนาดนั้น ด้วยความที่เราทำงานตรงนี้ไม่ว่างเหมือนกับคนอื่น เพราะฉะนั้น วันไหนเราว่างก็เจอกันได้ ปีใหม่ สงกรานต์ บ้านใครบ้านมันเลย ปีที่แล้วหวานสวดมนต์อยู่ที่บ้าน ทางแฟนเค้าก็ไปกับที่บ้านเค้า หรือบางทีเค้าก็ไปกับเพื่อน 365 วัน มีตั้งหลายวันที่เจอกันได้ แล้ววันนั้นเป็นเทศกาลวันหยุด คนที่ทำงานประจำได้หยุด อย่างเพื่อนเราได้หยุดช่วงนั้น เพื่อนเค้าก็หยุดช่วงนั้นก็ต่างคนต่างอยู่กับเพื่อน อยากคุยโทร.หาก็ได้”กลายเป็นคนไม่ติดแฟนแปลกจัง “ไม่ติดแฟนขนาดนั้นค่ะ 365 วันเราเจอกันวันไหนก็ได้แต่ช่วงเทศกาลมันเป็นอะไรที่ อย่างแม่หวานทำงานรับราชการก็หยุด เราก็กลับไปอยู่ที่บ้านเรา ควรให้ความสำคัญกับคนที่เราไม่ค่อยได้เจอ แต่กับแฟน วันนี้ว่างก็โทร.หากัน กินข้าวกันวันนี้ก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเทศกาล ก็เข้าใจกันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก เราก็คบกันมา 11 ปีแล้ว ปีหน้า 12 ปี เลยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเยอะ”คบกันมานานแต่งได้แล้วมั้ง“เดี๋ยวก่อนก็ได้ ยังสนุกอยู่เลย (หัวเราะ) จริงๆ ก็ทำงานได้เจอทีมงานใหม่ๆกองใหม่ๆ เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เราก็สนุกอยู่”ถามจริงๆแฟนมีเกริ่นเรื่องแต่งบ้างยัง “เอาจริงๆ ก็มีคุยกันอยู่แล้ว ด้วยอายุ ด้วยระยะเวลา โชคดีเค้าก็เข้าใจ หวานว่า 40 ก็ยังไม่สายหรอกมั้ง”ที่ยังไม่อยากแต่งเพราะกลัวเสียโอกาสการทำงานตรงนี้ด้วยหรือเปล่า “คือเหมือนว่าเราเริ่มใหม่ มันสนุกที่เราได้เจอบทบาทที่มันท้าทาย เหมือนอย่างเรื่องนี้ ตัวหวานได้ทำอะไรหลายอย่าง ได้ประสบการณ์เยอะมาก เราไม่รู้เรื่องหน้าได้เจออะไร ทำให้เราตื่นเต้นอยู่เพราะเราได้เจออะไรหมดเลย หวานก็พูดก็คุยกันเพราะคบกันมา 11-12 ปี ก็รู้การเปลี่ยนแปลงของชีวิตกันและกันอยู่แล้ว เค้าก็เข้าใจ”ที่บ้านเริ่มถามเมื่อไหร่แต่ง “บ้านหวานไม่ถามนะเพราะเค้ารู้อยู่แล้ว”แอบหวงชีวิตโสดรึป่าว “เปล่านะ หวานยังสนุกกับงานตรงนี้และเราไม่มีข่าวกับใคร”นอกจากไม่มีข่าวกับหนุ่มคนไหน เราก็ยังไม่เปิดตัวแฟนด้วยแหละ “(หัวเราะ) ใช่ค่ะ ด้วยความที่คบกันได้นานเพราะไว้ใจกันได้ไม่ระแวง หวานไปไหนกับเพื่อนได้เลย ในขณะที่เค้านอนกับบ้าน ไม่ต้องโทร.เช็กกันว่าอยู่ไหน ทำอะไร เราไม่ได้มีเรื่องตรงนี้ เราไว้ใจกันและกันและโชคดีแฟนหนูเค้าไม่เที่ยว ตรงข้ามเป็นหวานที่ออกไปไหนมาไหนแต่เจอเพื่อนกลุ่มเดิมๆ เพื่อนนักแสดงก็ไม่กี่คน บางทีเจอกันแค่กินข้าว แยกย้าย กิจกรรมไม่มีอะไร ต่อให้ไปเที่ยวกลางคืนแต่ไลฟ์สไตล์เค้าก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ใช่คนที่จะไปคุยกับคนโน้นคนนี้ ทำให้ไว้ใจกัน ไม่ต้องมานั่งระแวง หึงหวงกัน ส่วนสาเหตุที่หวานไม่ลงรูปคู่ลงไอจีเลยเพราะส่วนหนึ่งเค้าเป็นคนนอกวงการและถ้าวันนี้เราลงรูปแต่บางครั้งไม่ลงเดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นโน่นนี่ก็เลยเลือกที่จะไม่ลงเลยดีกว่า”เวลาแต่งตัวเซ็กซี่ไปทะเลแฟนต้องขอดูชุดก่อน“คือให้อิสระเลยค่ะ ไม่ยุ่ง การทำงานก็ไม่ยุ่งไม่ก้าวก่าย ส่วนงานของเค้าหวานก็ไม่ยุ่งนะ แต่งชุดเซ็กซี่บางทีก็เป็นงานไม่ได้ใส่อย่างนี้ทุกวี่ทุกวัน อย่างไปทะเลใส่ชุดว่ายน้ำ จะให้ใส่เสื้อคอเต่ามันก็ไม่ใช่ คนที่ถ่ายรูปให้ก็คือเพื่อนเราซึ่งก็เป็นเพื่อนผู้หญิง บวกกับอายุด้วยเรารู้สึกเราโตมาประมาณนึงไม่ใช่ไปใส่ตอนอายุ 20 ยังเรียนไม่จบ เราใส่ก็โตมาขนาดนี้อายุก็ขึ้นเลข 3 แล้ว มันไม่ได้น่าเกลียดอะไร เหมาะตามอายุ เราไม่ได้ใส่แต่งตัวแบบนี้ สมมติใส่เปิดหลังก็ไม่ได้ใส่เข้าวัด เราใส่ไปทำงาน ทะเล ตามกาลเทศะมากกว่า”ความฝันที่อยากทำยังมีอยู่อีกมั้ย“ความฝันในวัยเด็กคงไม่อยากแล้ว เมื่อก่อนฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตสมาก พอบินไปต่างประเทศนานๆ เราเห็นแอร์ไม่ได้นอนพัก ไม่ได้หยุดเลย เราก็รู้สึกว่าถ้าเราเป็นเราต้องทำงานแบบนี้เราจะไม่ได้นอนในแบบที่เรานอนแบบนี้ เลยรู้สึกว่าเราทำท่าตามเค้าไปดีกว่า ดูแค่นี้ไปดีกว่า นับถือจริงๆ เมื่อก่อนชอบไง ได้บินไปโน่นไปนี่ พอโตถึงรู้ล่ะไม่ใช่อาชีพที่สบายๆแบบที่เราคิด แต่ถ้าไม่ได้เป็นดารา อาจจะเป็นพิธีกรหรือเบื้องหลังเพราะเรียนเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์มา อยากสมัครเป็นดีเจอะไรแบบนี้”เข้าวงการมานานทำให้หวาน ดูกล้าคุยกับคนแปลกหน้ามากขึ้น“กับคนแปลกหน้าก็ยังไม่ค่อยกล้าคุย บางทีเราไม่รู้ บวกกับหน้าหนูถ้าหน้านิ่งจะดูเหวี่ยง ถ้าไม่ยิ้มแต่ถ้าให้หนูยิ้มให้ทุกคนก็จะดูเฟกอีก อยู่ดีๆ มายิ้มให้ ทั้งๆที่ไม่รู้จัก ตอนแรกๆที่คนมองเราหน้าเหวี่ยงมีนอยด์เหมือนกัน มีแอบคิดจะทำยังไงไม่ให้ปากไม่คว่ำ ต้องไปทำศัลยกรรมให้ปากยิ้มตลอดเวลาหรือเปล่าก็บ้าสิ ถ้าทำแล้วไม่ดีอย่างที่เราคิดหน้าเราก็เพี้ยนไปสิ ทำยังไง เลยมาคิดถ้าคนรู้จักเราอยู่แล้วก็จะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง บวกกับตาเป็นคนตาดุ แล้วจะให้ทำยังไงเพราะเราก็เป็นคนแบบนี้ อยู่นานๆเป็นคนปล่อยวาง จากเมื่อก่อนนอยด์ โดนว่าโน่นว่านี่ที่เค้าเรียกว่าบูลลี่ก็โดนมาเยอะแล้วจนเรารู้สึกช่างมันเหอะ ถึงเวลาผ่านไปคำพวกนี้ ผลงานเราเป็นการพิสูจน์เองเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”โดนบูลลี่เรื่องอะไรจนนอยด์ “เล่นละครกาลครั้งหนึ่งในหัวใจโดนด่าเยอะมาก แค่มีภาพฟิตติ้งออกมา ต้องเล่นกับพระเอกที่อายุน้อยกว่า คนก็เข้ามาคอมเมนต์ ไม่เห็นอินเลย ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูเนื้อเรื่องเลย พอละครออกมาจริงกลายเป็นชอบมาก แฮปปี้มาก แฟนคลับจีนมาจากไหนไม่รู้เต็มเลย ตอนนี้ก็เลยปล่อยวาง ทำใจได้เยอะ”.ทีมข่าวบันเทิง