คณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะกลายเป็นความจริงเสียที เมื่อ 7 หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านทำสัตยาบัน ประกาศว่าจะแก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน โดยยึดมั่นในหลักการระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในเวทีเสวนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7 ผู้นำฝ่ายค้านอันได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย ได้แถลงเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และประกาศว่าจะร่วมกันทุกภาคส่วนของสังคม รวมทั้งนักศึกษา ประชาชนเหตุผลที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 “ไม่ใช่ของเรา” แต่เป็นของ คสช. โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการร่าง เพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องแก้ไขให้เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนเป็นอุดมคติที่สังคมไทยยังก้าวไม่ถึง ใน 87 ปี หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 20 ฉบับ เป็นอันดับ 3 ของโลก เพราะเมื่อมีรัฐประหารที ต้องมีฉีกรัฐธรรมนูญ 1 ฉบับ ประกาศใช้เอง 1 ฉบับ และร่างใหม่อีก 1 ฉบับคราวนี้ก็คงไม่ต้องสงสัย สังคมไทยจะก้าวถึงเป้าหมายหรือไม่ แม้จะยังก้าวไม่ถึง แต่จะต้องไม่ลดละความมุ่งมั่น เริ่มต้นด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะประธาน กมธ. จะต้องเป็นผู้ที่มีความ ปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแก้รัฐธรรมนูญ “ที่ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ให้เป็นของ ประชาชนดูๆแล้วก็น่าหนักใจ เพราะพรรคพลังประชารัฐ แกนนำของรัฐบาลยืนกรานว่าประธาน กมธ.จะต้องเป็นคนพรรค พปชร. ทั้งๆที่พรรค พปชร.ไม่เคยประกาศนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซ้ำยังคัดค้านโดยอ้างว่าเพิ่งประกาศใช้ไม่นาน และยังไม่มีปัญหา แสดงว่ายังไม่จำเป็นต้องแก้ไขต้องถือว่าน่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง หากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มองไม่เห็นปัญหา และข้อบกพร่องที่สำคัญของรัฐธรรมนูญ 2560 ข้อบกพร่องที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การแก้ไขเพิ่มเติม ไม่สามารถทำได้ ถ้ามี ส.ว.ที่มาจากแต่งตั้งคัดค้าน 84 คน แม้ ส.ส.จะยกให้ทั้งสภา 500 เสียง.