ถ้าพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และราชวงศ์โรมานอฟไม่ถูกล้ม ก็คงไม่มีสาธารณรัฐฟินแลนด์ในวันนี้ พอสถาบันกษัตริย์รัสเซียร่วง ฟินแลนด์ก็ประกาศเอกราช ผู้คนในประเทศก็แบ่งเป็น 2 พวก คือพวกกลุ่มพิทักษ์ขาวกับพวกกลุ่มพิทักษ์แดงพวกแดงได้รับการหนุนจากโซเวียต พวกขาวได้รับการหนุนจากเยอรมนีและกลุ่มแยเกอร์ (ชายฉกรรจ์ชาวฟินน์ที่ไปฝึกทหารจากเยอรมนี) ความขัดแย้งรุนแรงจบลงด้วยการที่พวกขาวชนะ ชัยชนะของพวกพิทักษ์ขาวนี่ละครับ ที่ทำให้ฟินแลนด์ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซียไม่เป็นคอมมิวนิสต์เหมือนอูเครน มอลดาเวีย จอร์เจีย คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน ฯลฯกรกฎาคม 1919 สภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐฉบับใหม่ และเพื่อไม่ให้ประชาชนในประเทศแตกแยกเป็น 2 ขั้วรุนแรง ประชาชนเลือกคนที่มีนโยบายประนีประนอมทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายแดงที่ชื่อคาร์ลอ ยูฮอ สตอลเบิร์ก เป็นประธานาธิบดีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ฟินแลนด์ตกอับมาก เพราะเยอรมนีแพ้สงคราม ที่ประชุมสันติภาพที่กรุงปารีสปฏิบัติต่อฟินแลนด์ในฐานะประเทศแพ้สงครามเพราะฟินแลนด์ดันเคยประกาศเป็นพันธมิตรกับเยอรมนี สวีเดนซึ่งเป็นเจ้านายเก่าของฟินแลนด์ที่เคยปกครองฟินแลนด์มา 600 ปี (ก่อนรัสเซียปกครอง) ก็เรียกร้องที่จะผนวกหมู่เกาะโอลันด์เข้ากับสวีเดน โชคดีที่ที่ประชุมสหประชาชาติไม่ตัดสินตามคำเรียกร้องของสวีเดน หมู่เกาะนี้จึงยังเป็นของฟินแลนด์ต่อไปสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพโซเวียตของสตาลินตีฟินแลนด์ โซเวียตตั้งรัฐบาลหุ่นจากชาวฟินน์ที่เคยอยู่ในโซเวียต แต่ก็โดนฝ่ายต่อต้านโจมตีจนกองทัพโซเวียตคุมสถานการณ์ในฟินแลนด์ไม่ได้ สุดท้าย โซเวียตจึงยุติสงครามกับฟินแลนด์ แต่ก็ผนวกดินแดนของฟินแลนด์ไปเยอะสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟินแลนด์เละเทะตุ้มเป๊ะ เพราะยอมให้กองทัพเยอรมันเข้าไปในดินแดนของตัวเองได้ ตอนนั้นฟินแลนด์คิดว่าเยอรมนีจะชนะสงคราม ถ้าเยอรมนีชนะฟินแลนด์ก็จะได้ดินแดนที่เคยเสียให้กับโซเวียตคืนมาทว่าโชคร้าย เยอรมนีแพ้ ฟินแลนด์ก็เสียดินแดนและต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้โซเวียตฟินแลนด์เป็นชาติรัฐอาภัพเพราะมีพรมแดนติดกับประเทศใหญ่จึงโดนรังแกอยู่เรื่อย ภายหลัง ฟินแลนด์พยายามวางตัวเป็นกลาง (แต่เอียงไปทางโซเวียต เพื่อให้โซเวียตพอใจ) ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในคาบสมุทรสแกนดิเนเวียโดยการกระโจนเข้าไปเป็นสมาชิกของสภานอร์ดิก ที่มีทั้งสวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ฟินแลนด์ใช้การระหว่างประเทศสร้างตัวเอง ด้วยการเข้าไปเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น ภาคีสมทบของสมาคมการค้าเสรียุโรปหรือเอฟตา พยายามเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างสันติภาพของนานาประเทศในยุโรปก่อนหน้านี้ฟินแลนด์ไม่กล้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเพราะไม่อยากมีปัญหากับโซเวียต พอโซเวียตล่มสลาย ชาวฟินน์ก็ลงประชามติเข้าเป็นสมาชิกประชาคมยุโรปประชาชนคนทั้งโลกชื่นชมฟินแลนด์ อ่านคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียหรืออ่านหนังสือต่างๆ ต่างก็พูดถึงความโชคดีของชาวฟินน์ ชื่นชมฟินแลนด์โดยไม่เอ่ยถึงความทุกข์ยากลำบากของชาวฟินน์ในสมัยก่อน ผู้คนชื่นชมผู้ที่ประสบความสำเร็จโดยที่ไม่เอ่ยถึงภูมิหลังที่เผชิญกับความลำเค็ญแสนเข็ญจากการถูกกดขี่ข่มเหงมาก่อนประชาชนและผู้นำพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ฟินแลนด์ได้รับการพัฒนาอย่างมีมาตรฐานสูงทุกด้านจนฟินแลนด์เป็นประเทศที่ผู้คนมีความสุขมากที่สุดในโลกต่อเนื่องกันหลายปี (ตามรายงานของสหประชาชาติ) รัฐบาลฟินน์ให้เงินอุดหนุนระบบสาธารณสุขอย่างเต็มที่ มีการศึกษาฟรี มีความปลอดภัยสูง อยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่สงบสุขมากที่สุดในโลกที่มีทั้งเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรีย ฯลฯ ซึ่งประเทศเหล่านี้ ถ้าดูจากประวัติศาสตร์แล้ว ผ่านความระทมขมขื่นน้อยกว่าฟินแลนด์มากการขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ของนางสาวซานนา มาริน และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่เป็นสตรีอีก 4 คน (3 ใน 4 มีอายุต่ำกว่า 35 ปี) แม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือนางสาวคาตรี คุลมูนี ก็มีอายุเพียง 32 ปีเท่านั้น ยิ่งทำให้ฟินแลนด์ถูกมองจากผู้คนทั้งโลกมากยิ่งขึ้นขออนุญาตจบเรื่องของฟินแลนด์แต่เพียงเท่านี้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง :เปิดฟ้าส่องโลก : ภูมิหลังฟินแลนด์ (1)เปิดฟ้าส่องโลก : ภูมิหลังฟินแลนด์ (2)