โจทย์เรื่องสารพิษเกษตร...ที่นักการเมืองสามพรรคกำลังทำกัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน จนทำให้ผมนึกถึง โจทย์ข้อรถไฟ และสายน้ำ ตอนเรียนวิชาเลขคณิต ระดับ 4 โรงเรียนผู้ใหญ่ยะลาโจทย์ข้อหนึ่ง...นักเรียนทั้งห้องไม่มีใครทำ ผมดั้นด้นทำไปคนเดียว...อาจารย์เอาไปทำบนกระดานดำ...ยาวจนหมดหน้ากระดานดำ ...อาจารย์ชมว่าเก่ง ที่ทำได้ แล้วเฉลยว่าความจริงโจทย์ข้อนั้นผิด ใช้สองมาตรา ถ้าแก้โจทย์ให้เป็นมาตราเดียว เลข...ข้อนั้น ทำได้สั้นนิดเดียวผมจำติดใจ...อะไรๆที่ว่าผิดนั้น...ไม่ได้เกิดจากการทำผิดแต่บางครั้งก็มาจากโจทย์ผิดโจทย์แรกเรื่องสารพิษ ผมฟังมานาน ยึดข้อมูลคนที่เชื่อว่าเก่งดีและบริสุทธิ์ใจ...อย่าง หมอธีรวัฒน์ เหมะจุฑา และ คุณสารี อ๋อง–สมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นจุดเริ่มเมื่อมีการ “แบน” สามสารพิษเกษตร ผมก็หลุดปากชม คุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่เป็นหัวเรือใหญ่เต็มปากเต็มคำชมเผื่อไปถึงหัวหน้าพรรค คุณอนุทิน ชาญวีรกูร ที่มุ่งมั่นห่วงสุขภาพความปลอดภัยของประชาชน ไม่เสียทีที่นั่งกระทรวงหมอ...ใช้ข้อมูลจากหมอขณะเดียวกัน ก็ชำเลืองไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ อาการที่รัฐมนตรีเกษตรฯ แสดงออกมาแบบ “ตีมึน” ตอนกระแสต้านสารพิษแรงตั้งหลักได้ก็ออกตัวให้เห็นว่า ฟังเสียงจากชาวบ้านฝ่ายอยากใช้ สารเคมีพิษต่อไป ด้วยเหตุผลที่...ที่จริงก็ฟังได้ หลายๆข้อผมไม่เคยลืม...อำนาจเงินจากบริษัทที่อยู่หลังสารเคมีพิษนั้น มหาศาล ล็อกเป้าประชาธิปัตย์ไว้แล้ว เป้าต่อไปก็คือรัฐมนตรีอุตสาหกรรม คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจมีการปรับกระบวนการ คณะกรรมการสารเคมีพิษกันใหม่...คุณสุริยะนั่งหัวโต๊ะในการประชุมครั้งใหม่...แล้วก็แถลงออกมา ยืดเวลาสารพิษบางตัวไปหกเดือน อีกตัวหนึ่งยังให้ใช้ต่อผมดูสีหน้าแววตา ตอนรัฐมนตรีอุตสาหกรรมแถลงข่าว...ฟังเหมือนมติใหม่สวนมติแบนสารพิษเก่า...จะด้วยอคติเดิมๆหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่ทำให้คิดได้ว่า คุณสุริยะซ่อนอะไรไว้ในใจแยะเลยผลการประชุมจึงออกมาแบบผิดฝาผิดตัว ทำให้คณะกรรมการสายคุ้มครองผู้บริโภคคนหนึ่งประกาศลาออก เพื่อประท้วงให้สะดุดหยุดคิดว่า คำแถลงของรัฐมนตรีสุริยะ เป็นการตีกินหาประโยชน์จากบริษัทสารเคมีพิษไม่ใช่มติจากคณะกรรมการแต่ประการใดเลยผมติดตามความเห็น หมอธีรวัฒน์ เหมะจุฑา เห็นคุณสารี อ๋องสมหวัง ไปให้กำลังใจรัฐมนตรีมนัญญา ที่แสดงท่าทีผิดหวังอย่างแรง ถึงขนาดประกาศขอไม่คุมกรมวิชาการเกษตร...ที่ตัวเองนำไม่ได้อีกต่อไปคุณอนุทิน รัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ออกข่าวทำนองว่า จะต้องหารือกันในพรรค ไม่ขู่ก็เหมือนขู่รัฐบาลว่า อาจจะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อกันไม่ได้ แต่เชื่อขนมกินล่วงหน้าได้ เป็นแค่ลีลา ชาติหน้าบ่ายๆ พรรคนี้ก็ไม่ออกโดยหัวจิตหัวใจ โจทย์หรือข้อมูลที่ผมได้ ผมเลือกชมฝ่ายภูมิใจไทย...แต่บังเอิญได้โจทย์ใหม่ ที่ยังไม่ยืนยัน แต่ฟังแล้วเชื่อทันทีว่า ทันทีที่สารเคมีพิษสามยี่ห้อ ถูกถอนออกไปสารเคมีตัวใหม่...ที่ฟังได้เหมือนว่า มีพิษน้อยกว่า ไม่แพงกว่า กำลังเข้ามาแทนและก็ให้บังเอิญอีกเหลือเกิน บริษัทสารเคมีตัวใหม่ ที่ว่า เชื่อมโยงไปจากบุรีรัมย์ ไปลงหลักปักฐานที่มั่นอยู่ที่เชียงใหม่...ถ้าโจทย์นี้ไม่ผิด ผมทำต่อ ก็จะได้ผลลัพธ์ใหม่...ลงท้าย งานที่สามพรรคการเมือง กำลังพลิกเหลี่ยมใช้เล่ห์ฟาดฟันกัน ก็เป็นแค่งานโจรปล้นโจรที่เคยชม ก็ขอถอนคำชม สงสารตัวเองพยายามจะรักพรรคการเมือง จนป่านนี้ ยังหาไม่ได้เลยสักพรรคเดียว.กิเลน ประลองเชิง