ผมชื่นชม...อีสป ทาสเตี้ยค่อม เมื่อสามพันปีที่แล้วมาก นิทานเรื่องกบเลือกนาย เรื่องเดียว...อีสปเล่าเหมือนรู้ว่ากบในบ้านเมืองสมัยต่อๆมาจะมีแต่ปัญหาเลือกนายเด็กรุ่นผมอ่านเรื่องกบเลือกนายตั้งแต่เรียนชั้น ป.เตรียม แต่อีกหลายๆเรื่องเพิ่งมาอ่านเอาตอนแก่ เช่น เรื่อง...หมาป่ากับหมาบ้าน(นิทานอีสป ฉบับเยาวชนยุคพัฒนา สาทิสลักษณ์ เรียบเรียง ถวิล มนัสน้อม บก.บริษัท 2020 เวิลด์ มีเดีย จำกัด พิมพ์ พ.ศ.2542)หมาป่าหิวโซตัวหนึ่ง พบหมาบ้านตัวใหญ่ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ก็เข้าไปทักทาย“คุณพี่ผู้โชคดี” หมาป่ายอ “ข้าไม่จำเป็นต้องถาม ทำไม พี่ท่านจึงดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่อยากจะบอกว่า ข้าอยากได้รับการเลี้ยงดูเหมือนท่าน”“ตามข้ามาซี” หมาบ้านว่า “ถ้าเจ้าทำเหมือนที่ข้าทำ ไม่ช้า เจ้าก็จะเป็นเหมือนข้า” หมาป่าดีใจ เดินตามไปแล้วถาม “จะให้ข้าทำอะไรบ้าง”“เพียงแต่ไล่พวกขอทาน” หมาบ้านแนะนำ “เฝ้าบ้านดูแลความปลอดภัยให้คนในครอบครัวเจ้าของบ้าน แค่นี้เจ้าจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี”หมาบ้านพาหมาป่าเดินมาเรื่อยๆ หมาป่าเริ่มสังเกตเห็น ขนที่คอหมาบ้านแหว่งหาย จึงถามหมาบ้านบอก “รอยขนที่แหว่งหายเกิดจากปลอกคอที่มีโซ่ล่ามไว้อีกที” “มีโซ่อีกด้วยหรือ” หมาป่าเริ่มไม่แน่ใจ “แล้วท่านจะไปไหนมาไหนตามใจชอบได้หรือ?”“บางทีก็ไปตามชอบใจไม่ได้” หมาบ้านตอบ หมาป่าถามต่อ “มันสำคัญนักหรือเรื่องนี้”หมาบ้านตอบ “เรื่องปลอกคอล่ามโซ่ เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว”หมาป่าได้ยินคำตอบนี้แล้วก็ชะงัก หยุดเดิน บอกหมาบ้านว่า“ข้ายอมอดมื้อกินมื้อ ดีกว่าจะได้กินอย่างอิ่มเอม แลกกับการถูกล่ามโซ่”ว่าแล้วหมาป่าก็แยกทางเดินกลับเข้าป่า ปล่อยหมาบ้านให้เดินกลับบ้านต่อไปแบบทางใครทางมันนิทานเรื่องนี้มีคำสอนอยู่ที่ตอนจบนี่เองผมนึกถึงเรื่องเด็กๆฮ่องกง ชุมนุมประท้วงยืดเยื้อยาวนาน...เริ่มจากท้องถนน ถูกกวาดล้างหนัก มีคนเจ็บคนตาย แล้วมาปักหลักที่มั่นสุดท้ายในมหาวิทยาลัย...เอาแบบอย่างประท้วง มาจากบ้านเมืองไหน ผมก็ลืมๆไปเสียแล้วในทัศนะคนแก่ประเทศกำลังพัฒนา ผมมองว่า ระบอบกึ่งเผด็จการของจีนแผ่นดินใหญ่ แก้ปัญหาปากท้องให้คนจีนกว่าพันสามร้อยล้านให้อยู่ดีกินดี มีหน้ามีตาเหมือนสิงคโปร์ รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นแท่นเป็นประเทศพัฒนา ล้ำหน้าฝรั่ง ญี่ปุ่นเป็นไปตามนโยบายของ เติ้ง เสี่ยวผิง แมวขาวแมวดำ ขอให้จับหนูได้ก็เป็นแมวที่ดีส่วนคนฮ่องกงนั้น ตั้งแต่ผู้ใหญ่มาถึงเด็ก เติบโตมาในวิถีของฝรั่ง...อยู่ดีกินดี เผลอยึดเสรีภาพเป็นอัตตา...จีนพี่ใหญ่จะแตะนิด...ก็ไม่ได้ที่จริงระบบแบบฮ่องกง...เทียบกับบ้านเมืองใกล้ๆ เอ้า! สมมติเป็นไทยไปไกลแบบสุดลูกหูลูกตาแล้วด้วยซ้ำเด็กฮ่องกงไม่เคยหิวมาก่อน เชิดหน้าเรียกร้องเป็นหมาป่าแต่เด็กๆบางบ้านเมืองที่มีแต่คนยากจนหิวโหย...เหมือนหมาป่า ผมไม่แน่ใจ พวกเขาต้องการให้ชาวบ้านท้องอิ่ม หรืออิ่มอกอิ่มใจกับเสรีภาพของระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เคยมีจริง...กิเลน ประลองเชิง