ผู้ใหญ่สมัยโบราณ ท่านเปรียบเปรยเด็กๆ ไว้หลายสำนวน เช่น เมื่อเจอหนุ่มสาวที่แสดงท่าว่ามีความรู้มาก ท่านก็ว่า ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม“กาญจนาคพันธุ์” ยกกลอนเสภาขุนช้างขุนแผน บทที่ว่า “ถึงมีฤทธิ์เรี่ยวแรงแข็งเป็นเหล็ก มันก็เด็กเล็กลูกกะหำใส มันจะรู้สึกซึ้งถึงเพียงใด ปากไวยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”แล้วถ้าเจ้าเด็กนั้น คิดทำงานใหญ่ ลงท้ายก็ล้มเหลว ผู้ใหญ่ก็ว่า คบเด็กสร้างบ้านอีกสำนวน “เด็กอมมือ” พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 เรื่องสังข์ทอง “เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่แม่นยำ กลับถ้อยคืนคำทำขายหน้า เหมือนไม้หลักปักเลนเอนไปมา ยิ่งกว่าลูกเล็กเด็กอมมือ”มาถึงสำนวน “เด็กเมื่อวานซืน” สำนวนนี้ จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์ ทรงใช้ กับพลโทประยูร ภมรมนตรี เมื่อเช้าตรู่วันที่ 24 มิ.ย. พ.ศ.2475ขณะทรงถูกควบคุมจากพระตำหนักบางขุนพรหม มาประทับที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ในความควบคุมของคณะราษฎร (เบื้องแรกประชาธิปไตย สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2559)“พวกแกที่ยึดอำนาจนี้ ต้องการอะไร มีความประสงค์อะไร “ทรงถาม” ต้องการมีปาลีเมนต์ มีคอนสติติวชั่นใช่ไหม”พลโทประยูร กราบทูลว่า “ใช่” ทรงนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วรับสั่งถาม “แล้วมันจะดีกว่าที่เป็นอยู่เวลานี้หรือตาประยูร” ทรงถามต่อว่า ข้าพเจ้าอายุเท่าไรเมื่อข้าพเจ้ากราบทูลว่า 32 ก็รับสั่งว่า “เด็กเมื่อวานซืนนี่เอง...นี่แกรู้จักคนไทยดีแล้วหรือ แกจะต้องเจอปัญหาเรื่องคน พระราชวงศ์จักรีครองเมืองมา 150 ปีแล้ว รู้ดีว่าคนไทยนี่ปกครองกันได้อย่างไร“อ้ายคณะของแกจะเข็นครกขึ้นเขาไหวรึ”ทรงถามพลโทประยูร “แกเรียนอะไร” ข้าพเจ้ากราบทูลไปว่า “เรียนรัฐศาสตร์จากปารีส” ทรงสำทับว่า “อ้อ มีความรู้มาก...แกคงจะรู้จักโรเบสเปียมาราและกันตอง เพื่อนน้ำสบสฝรั่งเศสดีแน่ในที่สุดมันก็ผลัดกันเอากิโยตีน เฉือนคอกันทีละคน จำได้ไหมฉันสงสาร ฉันเลี้ยงแกมา นี่แกเป็นกบฏ รอดจากอาญาแผ่นดิน ไม่ถูกตัดหัว แต่จะต้องถูกพวกเดียวกันฆ่าตาย แกจำไว้”พลโทประยูร กราบทูลว่า “ทราบเกล้าแล้ว ตามประวัติศาสตร์มันจะต้องเป็นเช่นนั้น อย่างมากก็แค่ตาย”พอดี น.ต.หลวงสินธุสงครามชัย เปิดประตูห้องเข้ามาถวายคำนำ ส่งขนมปังก้อนหนึ่งกับใบปลิว 3-4 แผ่น พลโทประยูร อ่านคร่าวๆ รู้สึกว่ามีข้อความที่รุนแรงอยู่มาก แต่ก็พอเข้าใจเป็นเรื่องการเมืองจนเมื่ออ่านวรรคสุดท้ายคำประกาศยึดอำนาจ ความว่า “จะได้นำประชาชนให้ไปสู่ความสุข ความเจริญอย่างประเสริฐสุด ที่เรียกว่าศรีอารยะนั้น ก็พึงบังเกิดแก่ราษฎรถ้วนหน้า”พลโทประยูรสารภาพ “รู้สึกเลือดขึ้นหน้าซ่า” เพราะรู้ดีคำศรีอารยะนั้น แทนคำว่า “คอมมิวนิสต์”คำทำนายของกรมพระนครสวรรค์ ที่รับสั่งอยู่หยกๆว่าพวกแกจะต้องฆ่ากันตาย พลันเป็นความจริงขึ้นแล้วผมอ่านข้อเขียนพลโทประยูรแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งก็ซึมซับคำว่า “เด็กเมื่อวานซืน” เป็นคำตรัสเตือนจากน้ำพระทัยผู้ใหญ่ที่เมตตาผู้น้อย ฟังแล้วให้ความรู้สึกว่า เด็กๆนั้นยังพอแก้ไขได้ประวัติศาสตร์การเมืองชุดคณะราษฎร เป็นไปตามคำตรัสทำนายของท่านผู้ใหญ่ ทั้งเด็กเมื่อวานซืน เด็กอมมือ ที่เคยเป็นเพื่อนรัก ก็ผลัดกันหักเหลี่ยมโหด ผลัดกันฆ่ากันตายไปหลายคนเด็กเมื่อวานซืนรุ่นใหม่ๆ เด็กเล็กลูกกะหำใส น่าจะฟังเข้าหูไว้บ้าง ดีกว่าไม่ฟังเสียเลย.กิเลน ประลองเชิง