วันเสาร์สบายๆ วันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “ชีวิต” และ “สุขภาพ” กันสักวันนะครับ ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันนานแล้ว ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคำสอนของ องค์ดาไลลามะ ในเรื่องชีวิตและสุขภาพ ซึ่งเป็นคำสอนที่โด่งดังมาก ผมขอนำมาลงให้อ่านกันอีกครั้งนะครับ “มนุษย์เป็นสิ่งที่แปลกที่สุดในโลก เขายอมสละสุขภาพเพื่อหาเงิน แล้วก็สละเงินเพื่อให้ได้สุขภาพกลับคืนมา เขาห่วงอนาคตมาก จนไม่มีความสุขกับปัจจุบัน ผลคือเขาไม่อยู่ทั้งปัจจุบันและอนาคต เขาอยู่เหมือนจะไม่มีวันตาย และสุดท้ายเขาก็ตายไปโดยไม่ได้มีชีวิตอยู่จริง” เป็นคำสอนที่ลึกซึ้งมาก และยังเป็นจริงในสังคมมนุษย์ที่ดิ้นรนกันอยู่ในปัจจุบันทุกวันผมยกคำสอน องค์ดาไลลามะ มาเป็นข้อเตือนใจ เพราะอยากจะบอกกับท่านผู้อ่านว่า ในยุคที่ “ค่ารักษาพยาบาลแพงจนขนลุก” การซื้อ “ประกันชีวิต” และ “ประกันสุขภาพ” เพื่อคุ้มครองในระยะยาว กำลังเป็น “เทรนด์ชีวิต” ที่สำคัญของคนยุคใหม่ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน์ ประธานคณะผู้บริหาร กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนพฤศจิกายนว่า โรคร้ายที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ก็คือ โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม โรคหัวใจ เป็นต้น โรคร้ายเหล่านี้มีค่ารักษาแพงมาก หากไม่เตรียมความพร้อมทางการเงินไว้ อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้ป่วยได้ยกตัวอย่างประมาณค่าใช้จ่ายจากสถิติสินไหมของ กรุงเทพประกันภัย ณ วันที่ 21 เมษายน 2561 ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคมะเร็งและเนื้องอก ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ จะอยู่ที่ 599,000–987,000 บาท โรงพยาบาลเอกชน จะอยู่ที่ 297,000–504,000 บาท โรงพยาบาลรัฐ จะอยู่ที่ 179,000–242,000 บาท และ โรคเกี่ยวกับหัวใจ ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ จะอยู่ที่ 437,000– 730,000 บาท โรงพยาบาลเอกชน จะอยู่ที่ 249,000-414,000 บาท โรงพยาบาลรัฐ จะอยู่ที่ 90,000-265,000 บาทดังนั้น การทำประกันภัยโรคมะเร็ง จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ เมืองไทยประกันชีวิต ผู้เชี่ยวชาญการวางแผนการเงิน ให้ความเห็นในวารสาร “การเงินธนาคาร” เช่นเดียวกันว่า การทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพ นอกจากจะ ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในการรักษาโรคร้ายแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่นำไป ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้ ได้อีกด้วยคุณอุมาพันธุ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถใช้สิทธิ์ประกันในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึงปีละ 330,000 บาท จากการ ทำประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ทำประกันบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท ทำประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้ 15,000 บาท ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ ลดหย่อนได้อีก 15,000 บาท ทั้งหมดนี้ ยังไม่รวมค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนบุตร และค่าลดหย่อนอย่างอื่นอีก เมื่อรวมกันแล้วอาจจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลยก็ได้ประกันที่กำลังฮิตก็คือ “ประกันสุขภาพ” ช่วยลดภาระปัญหา ค่ารักษาพยาบาลแพง นอกจาก ได้ลดหย่อนภาษีแล้ว ยังให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะโรคร้าย เช่น มะเร็ง รวมทั้ง การประกันภัยการดูแลระยะยาว ด้วยใครที่ยังไม่เคยทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ คุณอุมาพันธุ์ แนะนำว่า ให้เลือกแบบประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป เลือกทำได้ทั้ง แบบตลอดชีพ ที่เน้นความคุ้มครอง และ แบบสะสมทรัพย์ ที่เน้นการออมและผลตอบแทนโลกยุคดิจิทัล ทุกคนต้องช่วยตัวเองครับ จะรอพึ่งรัฐคงลำบาก ตัวช่วยที่ดีที่สุด ที่ผมขอแนะนำท่านผู้อ่านก็คือ การประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองในระยะยาว อย่างที่ องค์ดาไลลามะ ท่านสอนไว้ เงินและสุขภาพต้องสมดุลกันครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”