นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ สามารถบรรลุข้อตกลงถอนตัวอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ “เบร็กซิต” กับอียูแล้ว ในการประชุมกับผู้นำอียู 27 ประเทศ ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เมื่อ 17 ต.ค.62 หลังมีการปรับแก้ข้อตกลงเดิมเล็กน้อย รวมทั้งผ่อนคลายเรื่อง “แบ็กสต็อป” ว่าด้วยระบบศุลกากรและการควบคุมพรมแดนไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษกับไอร์แลนด์ซึ่งเป็นสมาชิกอียูข้อตกลงล่าสุดนับเป็นชัยชนะของจอห์นสัน ผู้นำการรณรงค์ถอนตัวจากอียูในการลงประชามติเมื่อเดือน มิ.ย.2559 ซึ่งชาวอังกฤษลงมติให้ถอนตัวด้วยเสียง 52% ต่อ 42% โดยเขาแถลงว่า มั่นใจยิ่งว่าข้อตกลงเบร็กซิตนี้จะผ่านสภาสามัญในการประชุมสมัยพิเศษใน 19 ต.ค. และกระตุ้นให้เหล่า ส.ส.สนับสนุนข้อตกลงเบร็กซิตใหม่นี้ หลังฉบับก่อนๆถูกตีตกในสภาถึง 3 ครั้งสมัยนายกฯ เทเรซา เมย์อย่างไรก็ตาม พรรคแรงงานฝ่ายค้าน รวมทั้ง ส.ส.จำนวนมากในพรรคอนุรักษนิยมของจอห์นสัน และพรรคพันธมิตร ทั้งพรรคสหภาพประชาธิปไตย (ดียูพี) ของไอร์แลนด์เหนือ พรรคชาติชาวสกอต และพรรคเสรีประชาธิปไตย ประกาศไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ ซึ่งถ้าไม่ผ่านสภาอีก จอห์นสันอาจถูกบีบให้ขอเลื่อนเบร็กซิตเป็นครั้งที่ 3 แม้เขาประกาศจะนำอังกฤษถอนตัวจากอียูตามเส้นตาย 31 ต.ค.นี้ ถึงแม้ไม่มีข้อตกลงใดๆ.