ชวน-วิษณุให้กรณี ส.ส.นวัธ จบที่ศาลรธน.“ชวน” ยันไม่มีอำนาจ ชี้ขาดสถานะ ส.ส. “นวัธ” ควรส่งศาล รธน.วินิจฉัย “วิษณุ” เห็นตรงกันให้ตีความจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน “เสรีพิศุทธ์” ฟันธงสิ้นสภาพ ส.ส.ไปแล้ว “ชัยเกษม” เห็นแย้งยังเป็นอยู่ แต่เห็นด้วยส่งศาล รธน.จบ กกต.ทำหนังสือถึงเลขาสภาฯขอทราบวันสิ้นสภาพ เพื่อกำหนดวันจัดเลือกตั้งซ่อม “สรศักดิ์” บอกให้รอผลวินิจฉัยก่อน ป.ป.ช.สั่ง “มนัญญา” ยื่นบัญชีทรัพย์สิน กมธ.ปราบทุจริตตั้งแท่นสอบ “ไก่อู” สะกิดบัวแก้วขอข้อมูล “ผู้กองนัส” “ชยุติ” หลุดจาก ส.ว.คดีซื้อที่ดินตาบอดของ กทม. “บิ๊กตู่” คุยฟุ้งกลางวง “Asia Society” วางรากฐานเดินหน้าโดยรัฐบาลเลือกตั้ง ไม่สะท้านเจอหญิงบุกถึงหน้าเวทีพร้อมหน้ากาก “ยุทธนอคคิโอ” เย้ยคนประท้วงไม่ยักรู้จักเมืองไทย ซัดพวกหนีคำสั่งศาลไม่ใช่คนดี สมช.เชื่อกลุ่มประท้วงมีเบื้องหลัง “เมียกี้ร์” จ๋อยติดคุก 2 เดือน ศาลไม่ให้ประกันประเด็นสถานะการเป็น ส.ส. ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข น่าจะไปสิ้นสุดตรงให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด โดยทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อเป็นมาตรฐานต่อไปในอนาคต“ชวน” ยันไม่มีอำนาจชี้ขาด “นวัธ”เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาสถานะ ส.ส. ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกคุมขังตามหมายศาล ภายหลังศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตกรณีจ้างวานฆ่าว่า ได้รับรายงานและประเด็นที่ฝ่ายกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งให้ทราบถึงสถานะ ส.ส.ของนายนวัธแล้ว หลังจากนี้เลขาธิการสภาฯจะทำหนังสือแจ้งความเห็นดังกล่าวไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะส่งความเห็นที่แตกต่างเป็น 2 ประเด็นคือ เสียงข้างมากเห็นว่าสิ้นสมาชิกภาพ และเสียงข้างน้อยว่ายังไม่สิ้นสมาชิกภาพ ส่งไปยัง กกต.ทั้งหมด ยืนยันว่าประธานสภาฯไม่มีอำนาจชี้ขาดสถานะ ส.ส.ของนายนวัธว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญหน่วยงานที่มีอำนาจชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ต้องรีบดำเนินการ เพราะ กกต.ต้องพิจารณาจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วันไม่ตอบใช้เอกสิทธิ์สมัยวิสามัญผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าสถานะ ส.ส.ของนายนวัธยังมีความคลุมเครือ หากเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในเดือน ต.ค. หรือการประชุมสภาฯสมัยสามัญ ในเดือน พ.ย. นายนวัธจะสามารถใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง เพื่อออกจากเรือนจำมาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้หรือไม่ นายชวนตอบว่า อย่าเพิ่งสมมติ เรื่องยังไม่เกิดขึ้น รอให้ส่งเรื่องไปยัง กกต.ก่อน“วิษณุ” หนุนส่งศาล รธน.ตีความที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากดูตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 และ 101 เห็นชัดว่าทั้ง 2 มาตราโยงกัน อันหนึ่งขาเข้า อันหนึ่งขาออก โดยมาตรา 98 (6) ระบุว่า ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลก็ต้องพ้นสภาพ ไม่ว่าจะถึงที่สุดหรือไม่ และไม่ว่าจะข้อหาใดก็ตาม กรณีของนายนวัธเข้าในข้อนี้ และที่นายชวนทำหนังสือไปสอบถามนั้น ถูกต้อง เพราะถ้ามีคนร้องคัดค้านขึ้นมาแม้กฎหมายชัดเจน แต่ถ้ามีการถกเถียงก็ต้องมีคนชี้ขาด ถ้าสงสัยก็ไม่เป็นไร ให้ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญจะย้อนหลังกลับไปอยู่ดี กฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ใครเปิดดูก็เห็น แต่ทุกคนมีสิทธิสงสัยจะได้เป็นมาตรฐานเดียวกันเมื่อถามว่าต้องรอความชัดเจนถึงสถานะ ส.ส.ของนายนวัธ จากศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ต้องรอ แต่ถ้าเขายังไม่ลาออก ใครจะไปทำอะไรเขา ต้องร้องศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดีให้วินิจฉัยว่าพ้นไปแล้วเมื่อนั้นเมื่อนี้ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน จะมีการเลือกตั้งใหม่ได้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่ขั้นตอนต่างๆ ต้องไม่เกิน 45 วัน ดังนั้น ต้องรีบทำเชื่อว่าไม่นาน ส่วนพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในหลายจังหวัดที่เกิดประเด็นปัญหานั้น กกต.จะแจ้งมายังรัฐบาลว่าขอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กกต.จะได้กำหนดวันเลือกตั้ง ขณะนี้ได้หารือถึงวันที่เหมาะสมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เท่าที่มีความชัดเจนคือการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐมพปชร.ดี๊ด๊าเตรียมส่งคนลงซ่อมที่ จ.ขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐภาค 4 ประชุม ส.ส.และอดีตผู้สมัครทั้ง 10 เขตของ จ.ขอนแก่น หารือถึงความพร้อมในการเตรียมส่งผู้สมัครรับการเลือกตั้งหากมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนนายนวัธ เตาะเจริญสุข นายเอกราชกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติส่งนายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคลงเหมือนเดิม เพราะในการเลือกตั้งที่ผ่านมานายสมศักดิ์ได้คะแนนเสียงอันดับที่ 2 ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า มีความพร้อมลงเลือกตั้งซ่อมมาก “เสรีพิศุทธ์” ฟันธงสิ้นสภาพแล้วพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ถือว่านายนวัธ เตาะเจริญสุข ขาดจากการเป็น ส.ส.แล้ว แม้เป็นเพียงศาลชั้นต้นก็ตาม แต่ได้ถูกจำคุกแล้ว เป็นไปตามรัฐธรรมนูญว่าต้องสิ้นสภาพ ส.ส. ไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เมื่อถามว่าพรรคเสรีรวมไทยจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ถ้าเราไม่ส่งคนลงสมัครก็จะไม่มีคะแนน ถึงแม้จะแพ้ก็ต้องส่งเพื่อรักษาฐานเสียงไว้ และจะส่งคนเดิมที่เคยลงแล้ว อยากพูดในที่ประชุมสภาด้วยซ้ำว่าเมื่อการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนแล้วจะเลือกตั้งไปทำไม กกต.บอกว่าต้องเลือกตั้งใหม่เพราะต้องทำตามรัฐธรรมนูญ แล้วทำไมกรณีถวายสัตย์ฯจึงไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมี เรื่องติดตามมาอีกมากที่ทำไม่ชอบแล้วไม่พิจารณาตัวเอง อีกหน่อยคนก็อ้างว่าคนนี้ทำผิดรัฐธรรมนูญได้ คนนั้นก็ต้องทำได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเลือกตั้งให้เสียงบประมาณ“ชัยเกษม” เห็นแย้งยังเป็น ส.ส.อยู่ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่านายนวัธยังไม่ขาดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด และคำสั่งให้คุมขังของศาลยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ในอีกไม่กี่วัน ขอยกตัวอย่างว่าหากมีการพิพากษาแล้วจำเลยไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวในวันพิพากษา แล้วปรากฏว่าศาลออกหมายขัง แต่วันรุ่งขึ้นเมื่อจำเลยนำหลักทรัพย์มายื่นประกันแล้วศาลให้ประกัน ถามว่ากรณีเช่นนี้จะตีความให้เขาขาดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.หรือ ถ้าตีความเช่นนั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต และจะมีคนเสียสิทธิลักษณะนี้อีกหลายคน ส่วนตัวจึงมองว่าการตีความเช่นนี้ไม่น่าจะถูกต้องเพราะไม่เป็นธรรม ดังนั้นเมื่อมีการให้ความเห็นที่หลากหลายผู้ที่จะให้ความชัดเจนได้คือศาลรัฐธรรมนูญ“นิพิฏฐ์” แซะทำเรื่องไม่เป็นเรื่องขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การสงสัยเรื่องที่ไม่ควรสงสัยนี่มันน่ารำคาญ กรณี ส.ส.ขอนแก่น ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตและศาลไม่ให้ประกันตัว ปรากฏว่าสำนักงานเลขาธิการ กกต. และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกิดสงสัยขึ้นมาว่า ส.ส.ท่านนั้นพ้นจากความเป็น ส.ส.แล้วหรือยัง ทำท่าว่าจะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เรื่องนี้มีหลักตามรัฐธรรมนูญในมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 ชัดเจนว่าต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก หรือยกตัวอย่างให้ชัดเข้าไปอีก กรณี ส.ส.ตายลง เผาแล้ว เก็บกระดูกแล้ว ถ้า กกต.เกิดสงสัยว่ากรณีอย่างนี้หมดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.หรือยัง ไม่ต้องทำหนังสือพร้อมส่งกระดูกไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือกกต.ขอทราบวัน “นวัธ” สิ้นสภาพผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ลต.0012/10179 ถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความชัดเจนเรื่องการสิ้นสภาพความเป็น ส.ส. โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 150 วรรคหนึ่ง (1) กำหนดให้กรณีที่เป็นเหตุให้ตำแหน่ง ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวลาออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 45 วัน นับแต่ตำแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลืออยู่ไม่ถึง 180 วัน ดังนั้นเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่นเขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่างเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จึงขอทราบการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายนวัธ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) ว่าเป็นไปโดยผลของคำพิพากษานับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.2562 หรือไม่และขอให้แจ้งสำนักงาน กกต.ทราบภายในวันที่ 27 ก.ย.2562เลขาสภาฯย้ำไม่มีอำนาจชี้ขาดนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับหนังสือจาก กกต.ที่สอบถามเรื่องสถานะการเป็น ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข แล้ว ตนจะทำหนังสือตอบกลับ กกต.ไปในวันที่ 27 ก.ย. แจ้งให้ทราบถึงความเห็นของฝ่ายกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ทำได้แค่การใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ให้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เข้าชื่อเสนอเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ส.ส.ให้เกิดความชัดเจน กรณีของนายนวัธ หากมีการวินิจฉัยออกมาในทางใดสามารถนำไปใช้เทียบเคียงการตีความสมาชิกภาพของ ส.ส.รายอื่นได้ หากเกิดประเด็นในลักษณะใกล้เคียงกันรอฝ่ายค้านยื่นสอบจริยธรรมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบการกระทำผิดจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญว่า หากฝ่ายค้านยื่นเรื่องมา ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อกฎหมายว่าสามารถรับไว้ไต่สวนได้หรือไม่ คงต้องรอให้เห็นคำกล่าวหาก่อน จึงจะให้ความเห็นเพิ่มเติมได้ว่าต้องเชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงหรือไม่ กรณีนี้อยู่ในความสนใจของสังคม ป.ป.ช.จะนำมาพิจารณาตรวจสอบดูว่ามีเนื้อหาเช่นไร ต้องใช้เวลาพิจารณามากน้อยแค่ไหนจะเร่งดำเนินการ สั่ง “มนัญญา” ยื่นบัญชีทรัพย์สินพล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวถึงกรณี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติให้ น.ส.มนัญญาต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. พิจารณาข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 105 (4) ระบุว่ากรณีพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองเดิมและเข้ารับตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือน โดยที่ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.นั้น จะเข้าข่ายเฉพาะกรณีการเป็น ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น อย่างนายกเทศมนตรีที่ น.ส.มนัญญาดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.จะแจ้งไปยัง น.ส.มนัญญาให้ดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ทั้งช่วงที่พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี และช่วงเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี กรณีนี้เป็นปัญหาเรื่องการตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน น.ส.มนัญญาสามารถยื่นขอผ่อนผันขยายเวลาการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินได้เรียกพวกยื่นทรัพย์สินเว่อร์แจงพล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ส่วนกรณีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่มีการยื่นทรัพย์สินจำพวกพระเครื่อง เหล็กไหลและอุกกาบาต ในมูลค่าสูงเกินจริงนั้น สำนักตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช. จะศึกษาข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม และจะเชิญผู้แสดงบัญชีทรัพย์สินมาให้ความเห็นประกอบ พร้อมถ่ายภาพทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐาน จะดำเนินการให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต หากทรัพย์สินดังกล่าวถูกเปลี่ยนมือ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแสดงบัญชี ทรัพย์สินนี้ แม้จะไม่มีปัญหา แต่เป็นเรื่องที่ผู้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต้องตอบสังคมให้ได้ถึงที่มาของรายได้และทรัพย์สินดังกล่าว เป็นเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวผู้ยื่นเองพท.ไล่ “ป้อม” ไปดูคนของตัวก่อนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ทวงถามถึงคลิปดูด ส.ส.นั้น ประชาชนตัดสินใจได้ว่า สิ่งที่ พล.อ.ประวิตรพูด มีน้ำหนักและคุณค่าเพียงพอจะรับฟังได้หรือไม่ ที่ผ่านมาเชื่อว่าสังคมมองเห็นว่ารัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุนไปแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ ส่วนจะเสนอการดูดแบบไหนอย่างไรคนทำรู้อยู่แก่ใจ วันนี้ประชาชนคิดบนพื้นฐานตรรกะเหตุผล ดังนั้น พล.อ.ประวิตรอย่ามัวแต่ไปถามหาคลิป เอาเวลาไปสอบสวนคนในพรรคให้ดี ว่ามีใครไปเสนอสิ่งจูงใจ พยายามไปตกปลาในบ่อเพื่อนหรือไม่ ถ้าพูดไปเรื่อยโดยไม่สำรวจข้อเท็จจริงที่สำคัญ ต่อให้เอาข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียน ผัดไทย มาเลี้ยงอีกกี่ตันกี่พันโต๊ะ ถ้ายังมีทัศนคติแบบนี้คงไม่ช่วยอะไร เพราะความเชื่อมั่นที่มันเสียแล้วมันเรียกคืนได้ยาก อย่ามาเสียคนตอนแก่เย้ย รบ.ถ้าดีจริงอย่ากลัวสภานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และเลขานุการวิปพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 รัฐบาลอย่ากังวลว่าฝ่ายค้านจะค้านอย่างเดียว หากโครงการใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผล สามารถตอบคำถามสังคมเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณได้ อย่าไปกังวลหรือมโนเกินเหตุถ้าทำดีจริง โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงที่จะลงมติใดๆในที่ประชุมสภา เพราะกังวลว่าจะคุมเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ แต่เรื่องงบประมาณของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง หากทำให้ประชาชนได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม การอภิปรายงบประมาณก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท้วงติงของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศมาแล้ว“เสรีพิศุทธ์” ตั้งแท่นสอบ “ไก่อู”ช่วงบ่ายที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ขอเอกสารกรณีมีการร้องเรียน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง และกรณีละเลยไม่ตรวจสอบการก่อสร้างอาคารฝ่ายนิทรรศการและศิลปกรรม ของกรมประชาสัมพันธ์ วงเงิน 25 ล้านบาท ให้ส่งเอกสารมายังคณะกรรมาธิการฯภายใน 15 วัน จากนั้นจะพิจารณาว่าต้องเรียกใครมาชี้แจงข้อมูลบ้าง ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ พล.ท.สรรเสริญออกจากราชการไว้ก่อน ระหว่างที่สอบสวนข้อเท็จจริงนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กมธ. เป็นการดำเนินการของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชา คงต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไปสะกิดบัวแก้วขอข้อมูล “ผู้กองนัส”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานของคณะอนุกรรมาธิการ 2 ชุดที่ตั้งขึ้นมา แต่คงไม่สามารถเดินทางไปหาข้อมูลหลักฐานยังต่างประเทศได้ทันภายในเดือน ก.ย.นี้ ขณะนี้มีแต่ข้อมูลดิบ ยังใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันความผิดไม่ได้ ต้องเดินทางไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในต่างประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลในช่องทางที่ถูกต้องจึงจะได้รับการยอมรับ คาดอีกไม่กี่วันจะมีความชัดเจน เบื้องต้นประสานไปยังปลัดกระทรวงต่างประเทศให้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เพื่อช่วยขอเอกสารที่ กมธ.ต้องการ ขึ้นอยู่กับจะได้รับความร่วมมือมากน้อยเพียงใด เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว จะพิจารณาว่าต้องเรียกใครมาสอบปากคำหรือให้ข้อมูลต่อ กมธ. เรื่องนี้แก้ปัญหาง่ายมากแค่ ร.อ.ธรรมนัสลาออก เรื่องก็จบแล้วพท.จี้สภาฯสอบ “ไก่อู” ไม่เป็นกลางที่รัฐสภา ร.ท.หญิง สุนิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ให้ตรวจสอบกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ใช้อำนาจหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เอื้อประโยชน์ช่วยบางพรรคการเมืองหาเสียงระหว่างเลือกตั้ง ร.ท.หญิงสุนิสากล่าวว่า ยื่นเรื่องให้ กมธ.เพื่อใช้เป็นอีกกลไกช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ถูกผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนมาในเรื่องดังกล่าว และยืนยันไม่มีปัญหาส่วนตัวกับ พล.ท.สรรเสริญมาก่อน“อ๋อย” โล่งอกพ้นบ่วงคดี คสช.นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทราบจากนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ว่าวันนี้มีนัดฟังคำสั่งอัยการคดีที่ ตน นายวัฒนา เมืองสุข และนายชูศักดิ์ ศิรินิล อีกสองแกนนำพรรคเพื่อไทย ตกเป็นผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 กรณีแถลงข่าว “4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาลและ คสช.นำไปสู่ความมืดมนอันตราย” โดยพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหาทั้ง 3 คน หลังส่งสำนวนและคำสั่งให้ ผบ.ตร.พิจารณา ก็ไม่แย้งคำสั่งดังกล่าว จึงให้ยุติการดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งสาม ต้องขอบคุณพนักงานอัยการที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและพวก ขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่แย้ง ทำให้คดีนี้ยุติลงในที่สุด แฉ คสช.สั่งเล่นงานคดีหนักนายจาตุรนต์กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลารวบรวมหลักฐานเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตั้งข้อหาพวกตน พอถามว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ เขาก็บอกตรงๆว่า คสช.สั่งมา ขอให้เห็นใจ ดีที่อัยการไม่ได้เป็นขุนพลอยพยักไปด้วย เมื่อ คสช.หมดไป คดีนี้จึงจบลงด้วยการสั่ง ไม่ฟ้อง การใช้อำนาจ คสช.ไปบีบบังคับเจ้าหน้าที่ให้กลั่นแกล้งทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่เห็นต่าง เกิดนับครั้งไม่ถ้วนใน 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์กับพวกปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมืองมาได้หลายปี ก็ด้วยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายที่ไร้ความยุติธรรมเช่นนี้ วันนี้ไม่มี คสช.แล้ว แต่ยังต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าท่านยังจะใช้ความเคยชินแบบเดิมๆต่อไปหรือไม่“ชยุติ” หลุด ส.ว.คดีที่ดินตาบอดวันเดียวกันนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาจำคุก 5 ปี นายชยุติ สืบตระกูล ส.ว. กรณีทุจริตการจัดซื้อที่ดินตาบอดของ กทม. ในสมัยที่เป็นเลขานุการ นายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม.ว่า ถือว่านายชยุติ สิ้นสภาพการเป็น ส.ว.ทันทีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (6) เนื่องจากถูกจำคุกจากคำพิพากษาในศาลฎีกาที่ไม่สามารถอุทธรณ์ใดๆได้อีกแล้ว ขั้นตอนต่อไปต้องเลื่อนลำดับ ส.ว.สายอาชีพที่อยู่ในบัญชีสำรองขึ้นมาเป็นแทน คือนายจัตุรงค์ เสริมสุข ที่อยู่ในบัญชีสำรองอันดับ 1 ของ ส.ว.สายอาชีพ แต่ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่“บิ๊กตู่” โวเดินหน้าโดยรัฐบาล ลต.สำหรับภารกิจเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 74 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 12.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) วันที่ 25 ก.ย.ที่สถาบัน Asia Society นครนิวยอร์ก พล.อ.ประยุทธ์ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับมาดามโจเซ็ท ชีราน ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร Asia Society และนายทอม นากอร์สกี้ รองประธานบริหารฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศจากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย” ว่า ถือเป็นการปาฐกถาครั้งแรกในรอบ 7 ปีของนายกฯไทย 5 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาวางรากฐานให้กับประเทศ แก้ปัญหาปากท้อง เอารัดเอาเปรียบในสังคม ปรับปรุงกฎระเบียบอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน ประกาศต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ จัดการปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปฏิบัติตามโรดแม็ปครบถ้วน ต่อจากนี้ไทยจะเดินไปข้างหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญไม่สะท้านบุกชูป้ายถึงหน้าเวทีผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดอยู่นั้นปรากฏว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นชูป้ายประท้วง พร้อมชูหน้ากาก “ยุทธนอคคิโอ” ตะโกนคำว่า “มิสเตอร์ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก่อนถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกไปแต่โดยดี ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวแก้สถานการณ์ว่า “ฮัลโหล แท้งกิ้ว เวรี่มัช ขอบคุณ” ก่อนกล่าวต่อว่า ทราบดีว่าประชาธิปไตยเป็นสากลที่ทุกคนยอมรับ เป็นโรงเรียนเป็นระบบมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกในปัจจุบัน ตนยอมรับแต่ขอว่าต้องเข้าใจเรานิดหนึ่งว่าอะไรคือปัญหาอยู่ตรงไหน ในช่วงเปลี่ยนผ่านเราควรจะทำแค่ไหน ถ้าเราได้ความร่วมมือแบบนี้ก็แก้ได้หมด ความขัดแย้งจะลดลง หรืออย่างเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้จะไม่เกิดขึ้น เย้ยประท้วงไม่ยักรู้จักเมืองไทยพล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคนมาประท้วงที่หน้าโรงแรมที่พักว่า มีคนมาประท้วง 20 กว่าคน ไม่ใช่คนไทยสักคน ยังไม่ทราบเลยว่ามาจากไหน เมื่อไปถามว่าประเทศไทยอยู่ไหนกลับไม่รู้จัก ก็งงๆแต่ไม่สนใจ เพราะงานสำคัญกว่าจะไปทะเลาะกับคนเหล่านี้ให้เสียเวลา เป็นรัฐบาลมาปีนี้เข้าปีที่ 6 เจอมาทุกปัญหา ก็รับฟังนำมาแก้ ทำงานด้วยความเสียสละ อดทน อดกลั้น จริงจัง วินัยทหารคือทำงานแล้วต้องสำเร็จ ทหารต้องสั่งคนไปรบส่งคนไปตาย ถ้ายึดที่หมายไม่ได้ก็ตายไปเลย และตนสำเร็จทุกครั้งถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าทำไม่ได้ทำไม่เก่งก็ตายไปนั่นคือความเสียสละ ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ตัวเอง ไม่คิดถึงความเสี่ยงของตัวเอง ครอบครัวเป็นห่วงแต่ยอม เพราะสละตนให้กับประเทศชาติไปแล้ว ตนจะไปเรียกร้องอะไรจากใครซัดพวกหนีคำสั่งศาลไม่ใช่คนดีพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในไทย ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ใครหนีคำสั่งศาลถือว่าไม่ใช่คนดี ยืนยันไม่เคยทำผิดกฎหมาย แม้เข้ามาลักษณะนี้ไม่ได้อยากเข้ามา แต่เพราะไทยมีปัญหาไม่อยากให้เกิดสงคราม กลางเมือง ไม่รู้ว่าที่ถือป้ายเมื่อกี้คือใคร โรดแม็ปเลือกตั้งก็ทำแล้ว และเป็นที่ยอมรับ สหรัฐฯก็ยอมรับ หลายประเทศล้วนยินดีกับตน อย่าไปฟังสิ่งที่บิดเบือน สื่อโซเชียลต่างๆอย่าไปฟังมากนักย้ำไทยยึดหลักปรัชญาพอเพียงต่อมาเวลา 17.15 น. ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ พล.อ.ประยุทธ์พบหารือกับนายทิจจานี มูฮัมหมัด-บานเด ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ตอกย้ำประเทศไทยยึดแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน และหอการค้าสหรัฐฯ ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Fostering Partnership for Common Pros perity” ย้ำถึงโครงการอีอีซี และมาตรการจูงใจการลงทุน ต่อมาเวลา 08.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 26 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์หารือกับนายอันโตนิอู กูแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และหลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ.เคนเนดี เวลา 12.00 น. วันที่ 26 ก.ย. (เวลาท้องถิ่น) ถึงไทยเวลา 21.55 น. วันที่ 27 ก.ย.“โบว์ ณัฏฐา” แจงอดีต “นศ.ชู 3 นิ้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ณัฏฐา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้นำคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ช่วงที่มีผู้ลุกขึ้นประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ขณะกำลังกล่าวปาฐกถาในการประชุม Asia Society มาทวีตผ่านทางทวิตเตอร์พร้อมข้อความว่า “อดีต นศ.ผู้เคยชู 3 นิ้วต่อต้านรัฐประหาร ชูป้ายประท้วงขณะ พล.อ.ประยุทธ์กำลังกล่าวปาฐกถาในการประชุม Asia Society แสดงความภูมิใจว่าในรัฐบาลที่แล้วที่ตนเข้ามายึดอำนาจเพื่อความสงบเรียบร้อยนั้น สภาได้ออกกฎหมายกว่า 400 ฉบับ ซึ่งมากกว่าสมัยรัฐบาลก่อนๆ”สมช.ชี้คนประท้วงมีเบื้องหลังที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีมีคนชูป้ายประท้วงนายกฯระหว่างปาฐกถาในงาน Asia Society ที่สหรัฐฯว่า อาจมีใครให้ชาวต่างชาติมาประท้วงหรือไม่ ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องสืบสวนว่าลักษณะดำเนินการเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ของเราที่อยู่ในต่างประเทศคงทราบเรื่อง และจะมีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้ทราบต่อไป แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่ายังมีความเคลื่อนไหวของคนไทยด้วย มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.อ.วัลลภตอบว่า ยังไม่ทราบ ถือเป็นธรรมดา มีทั้งคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยทบ.แจงซื้อ ฮ.ติดอาวุธ 4.2 พันล้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธว่า เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 กำหนดความต้องการขั้นต่ำไว้จำนวน 31 ลำ โดยได้รับการอนุมัติจัดหาเมื่อปี 2554 ลอตแรก 8 ลำ การจัดหาครั้งนี้เป็นการอนุมัติลอต 2 อีก 8 ลำ จะรวมระบบอาวุธ เครื่องควบคุมการยิง กล้องตรวจการณ์ ชิ้นส่วนซ่อมการส่งกำลังเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อสร้างโรงเก็บเครื่องช่วยฝึก และการฝึกอบรม รวมวงเงิน 4,226 ล้านบาท ส่วนการนำเสนอข่าวกรณีรัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติขายเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธเบาแบบ AH-6I ให้ ทบ.มูลค่าโครงการราว 400 ล้านเหรียญ หรือ 1.2 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นลักษณะเปิดกรอบไว้ให้ไทยแบบเต็มระบบ แต่แผนการจัดหาของ ทบ.ต้องการจัดหาแบบเฉพาะรายการตามความจำเป็น ภายใต้วงเงิน 4,226 ล้านบาทเท่านั้นไปซื้อเครื่องบินทำฝนหลวงดีกว่านายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีสหรัฐฯอนุมัติขายเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 8 ลำ ให้กองทัพไทย ในวงเงินรวม 12,000 ล้านบาทนั้น 5 ปีที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณด้านความมั่นคงสูงสุด ขณะที่ไม่มีภัยร้ายแรงด้านความมั่นคงเลย มีแต่ภัยทางเศรษฐกิจ จึงเป็นการใช้งบประมาณภาษีประชาชนอย่างผิดที่ ผิดทาง ผิดสถานการณ์ เป็นเรื่องเสียหายต่อภาพรวมประเทศอย่างยิ่ง ควรตัดสินใจลดการซื้อ ฮ. แล้วตั้งงบเสริมในปีถัดไป ขณะเดียวกันก็ควรนำงบนั้นไปซื้อเครื่องบินทำฝนหลวง ซึ่งอาจได้เครื่องบินเป็นฝูง สามารถผลิตฝนหลวงช่วยเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง“ปิยบุตร” วอนอย่าจำกัดฝ่ายค้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การอภิปรายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามข่าวบอกว่าจะให้แค่ 2 วันนั้น อาจไม่พอ เราจะใช้มาตรฐานสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำไม่ได้ เพราะมีพรรคฝ่ายค้านที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว อาจขอขยายเวลาเพิ่มเป็น 3-4 วัน อย่าเอาเวลามาเป็นข้อจำกัดในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน เป็นการทำหน้าที่บนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะเราไม่มีการตรวจสอบเรื่องงบประมาณมาหลายปีแล้ว ขอย้ำว่าเราไม่ได้ขัดขวางการทำงานของรัฐบาล หรือฉวยโอกาสจ้องล้มรัฐบาล แต่นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านว่ารัฐบาลมีแนวทางการบริหารที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ มีพี่น้องประชาชนก็ตั้งคำถามว่าทำไมงบประมาณของกลาโหมมันโป่งขึ้นมาเยอะ เราจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตีรวนเพื่อล้มรัฐบาล แต่อยากให้เป็นประโยชน์ของประเทศจริงๆ“อนุทิน” ปัดดูดอนาคตใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ไปพบปะกับ ส.ส.อนาคตใหม่จนมองว่าจะมีการทาบทามมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า ไปกินข้าวแล้วพบกับ ส.ส.อนาคตใหม่ ที่ประจำอยู่เขตปทุมธานี และ ส.ส.คนดังกล่าวเข้ามาขอถ่ายรูปคู่ ซึ่งตนก็ถ่ายด้วยไม่มีอะไรมาก ขณะนี้ดีอยู่แล้วเป็นฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้อยากเป็นฝ่ายค้านลั่นไม่มีใครลืม “ทักษิณ” 30 บาทนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยวิพากษ์วิจารณ์ระบุรัฐบาลเอาหน้ารับเสียงชื่นชมกับความก้าวหน้าของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคแทนที่จะให้เครดิตนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่เป็นผู้ริเริ่มว่า ใครๆก็ทราบว่าเป็นโครงการจากใคร ให้เครดิตหรือไม่ก็ดูว่าวันนี้ตนเชิญ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.สาธารณสุข ที่ริเริ่มโครงการนี้มาเป็นที่ปรึกษาฯ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. เพิ่งประชุมกัน ไม่ต้องกังวล เรารู้อยู่แล้วนี่คือคุณูปการที่อดีตนายกฯที่ได้ทำให้กับประเทศไทย ยังไงก็ไม่มีใครลืม“เมียกี้ร์” ติดคุกศาลไม่ให้ประกันเมื่อเวลา 11.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นางระพิพรรณ พงศ์– เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 2 เดือน ไม่รอลงการลงโทษในคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ได้เข้าแสดงตัวต่อศาลตามหมายจับไม่มาฟังคำพิพากษาและให้ติดตามมารับโทษ โดยนางระพิพรรณ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างจะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ทั้งนี้ นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ เปิดเผยว่า ศาลเห็นว่าในวันนัดอ่านคำพิพากษาจำเลยไม่มาศาลมีพฤติการณ์น่าจะหลบหนี ศาลยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นางระพิพรรณ ต้องถูกนำตัวไปควบคุมยังทัณฑสถานหญิงกลาง ตามที่ศาลออกหมายขังส่งตัวจำเลยไปเรือนจำ“โอ๊ค” ยัน 25 พ.ย. ไปฟังศาลไม่หนีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร บุตรนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจำเลย ขึ้นเบิกความต่อศาลในคดีฟอกเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน เนื่องจากนายพานท้องแท้รับโอนเช็ค 10 ล้านบาทเข้าบัญชี มีส่วนในการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อของธนาคารกรุงไทยกับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ภายหลังเบิกความ ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 พ.ย. เวลา 10.00 น. โดยให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 30 วัน หากไม่ยื่นจะถือว่าไม่ติดใจ ขณะที่นายพานทองแท้กล่าวว่า ไม่ได้เครียด แต่ตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะเข้าไต่สวนเป็นครั้งแรก พูดทุกอย่างตามความจริงชัดเจน และจะกลับมาฟังคำตัดสินในวันที่ 25 พ.ย.ด้วยตนเอง