เราต่างรู้ว่าโลกมีบริวารคือดวงจันทร์ และบรรดาดาวเคราะห์เพื่อนบ้านในระบบสุริยะต่างก็มีดวงจันทร์บริวาร เช่นกัน แถมดาวเคราะห์บางดวงก็ไม่ได้มีบริวารแค่ดวงเดียว เช่น ดาวอังคาร มีจันทร์บริวาร 2 ดวงชื่อโฟบอสและไดมอส หรือดาวพฤหัสบดีก็มีดาวบริวารถึง 79 ดวง โดยมี 4 ดวงจันทร์โคจรใกล้ๆ คือ ไอโอ, ยูโรปา, แกนีมีด และคัลลิสโต ส่วนดาวเสาร์ก็มีดาวบริวาร 62 ดวง ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ที่รู้จักกันดีก็คือไททัน และเอนเซลาดัส จะยกเว้นก็แต่ดาวพุธกับดาวศุกร์ที่ไร้ดวงจันทร์บริวารของตนเอง อย่างที่รู้กันโดยทั่วไปว่าระบบสุริยะของเรานั้นเป็นสมาชิกของดาราจักร หรือกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way Galaxy) และทาง ช้างเผือกก็มีบริวารเช่นกัน ซึ่งความทะเยอทะยานอันน่าทึ่งของมนุษย์คือแรงผลักดันที่ทำให้เราสร้างเครื่องมืออันทรงพลังเพื่อหาคำตอบถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ตรวจสอบความเป็นไปในปัจจุบัน และคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต การสร้าง กล้องโทรทรรศน์ วิสตา (Visible and Infrared Survey Telescope for Astronomy–VISTA) ให้เป็นกล้องโทรทรรศน์สำรวจใหญ่ที่สุดในโลก ออกแบบด้วยการใช้กระจกใหญ่เพื่อเห็นมุมมองแบบกว้าง ทำให้สามารถจับภาพของเนบิวลา กระจุกกาแล็กซี หรือแม้แต่กาแล็กซีบริวารของทางช้างเผือกได้ กล้องโทรทรรศน์วิสตาเป็นเครื่องมือของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป หรืออีเอสโอ (European Southern Observatory- ESO) ตั้งอยู่ที่หอสังเกตการณ์พาราแนลในชิลี มีภารกิจสำคัญคือใช้สังเกต เมฆแมก-เจลแลนใหญ่ (The Large Magellanic Cloud–LMC) หนึ่งในกาแล็กซีบริวารที่อยู่ใกล้ทางช้างเผือกมากที่สุด โดยวัดระยะห่างจากโลกก็ไกลกัน 163,000 ปีแสง แต่เมฆแมกเจลแลนใหญ่นั้นก็ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว เพราะยังมีพี่น้องที่ขนาดเล็กกว่าชื่อ เมฆแมกเจลแลนเล็ก (The Small Magellanic Cloud–SMC) กาแล็กซีแคระแห่งนี้ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์จำนวนหลายร้อยล้านดวง อยู่ห่างจากโลกออกไป 210,000 ปีแสง ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวนกทูแคน (Tucana) หากถามว่าทำไมต้องสำรวจกาแล็กซีบริวารทั้ง 2 แห่งนี้...มีความสำคัญอย่างไร? คำตอบที่พอสรุปได้ก็คือนักดาราศาสตร์ได้เฝ้าสังเกตกาแล็กซีคู่นี้มานานกว่าทศวรรษ ก็เพื่อจะทำแผนที่ประวัติศาสตร์การก่อตัวของดวงดาวในเมฆแมกเจลแลนใหญ่และเมฆแมกเจลแลนเล็ก รวมถึงโครงสร้าง 3 มิติของทั้งคู่ ซึ่งจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถสังเกตดาวฤกษ์จำนวนมาก ที่สำคัญคือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ การเคลื่อนที่ของกาแล็กซี และดาวแปรแสง พี่น้องเมฆแมกเจลแลนใหญ่และเล็กจึงเปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการที่เหมาะมากสำหรับนักดาราศาสตร์ในการศึกษากระบวนการก่อตัวของกาแล็กซีนั่นเองล่าสุด กล้องโทรทรรศน์วิสตาเผยภาพที่น่าทึ่งจากการสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบของกาแล็กซีคู่นี้อย่างละเอียดแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผลที่พบคือมีดวงดาวปรากฏอยู่ตรงใจกลางเมฆแมกเจลแลนใหญ่อย่างชัดเจน นักดาราศาสตร์วิเคราะห์ดาวราวๆ 10 ล้านดวงในเมฆแมกเจลแลนใหญ่อย่างละเอียดและกำหนดอายุของดาวเหล่านั้นโดยใช้แบบจำลองดาวฤกษ์ที่ทันสมัย พบว่าดาวที่อายุน้อยกว่านั้นจะอยู่ตามแขนกังหันในกาแล็กซีแห่งนี้ นอกจากกาแล็กซีบริวารแล้ว ทางช้างเผือกของเรายังมีเพื่อนบ้านกาแล็กซีที่มีขนาดใหญ่ชื่อ แอนโดรเมดา (Andromeda galaxy) หรือรู้จักในอีกชื่อคือ เมสสิเยร์ เธอร์ตี้วัน 31 (Messier 31) แอนโดรเมดาจัดเป็นกาแล็กซีทรงกังหันหรือชนิดก้นหอย (spiral galaxy) มีขนาดใหญ่ที่สุดในกาแล็กซีกลุ่มท้องถิ่น (Local Group Galaxy) ทางช้างเผือกของเราก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยแม้ว่าจะมีกาแล็กซีเพื่อนบ้านยิบย่อยหลายสิบแห่งตั้งอยู่ใกล้กับทางช้างเผือก แต่แอนโดรเมดาถือเป็นกาแล็กซีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กับทางช้างเผือกมากที่สุดจนมองเห็นด้วยตาเปล่า เนื่องจากแอนโดรเมดา มีความสว่างที่สุด มองเห็นได้ที่ 2,500,000 ปีแสง มองหาได้จากละติจูดกลางทางตอนเหนือ โดยจะเห็นได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในทางตอนเหนือตั้งแต่พลบค่ำจนถึงรุ่งสาง แต่ก็มีอีกวิธีสำหรับการมองหาแอนโดรเมดา นั่นคือดูที่กลุ่มดาวแคสซิโอเปีย (Cassiopeia the Queen) ซึ่งเคลื่อนที่รอบดาวเหนือ (Polaris) แคสซิโอเปียเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวที่มองเห็นง่าย รูปร่างเหมือนตัวอักษรเอ็ม (M) หรือ (W) ให้มองไปทางทิศเหนือเพื่อค้นหากลุ่มดาวนี้ การค้นหากาแล็กซีแอนโดรเมดาผ่านกลุ่มดาวแคสซิโอเปียก็ให้มองหาดาวเชดาร์ (Schedar) เป็นดาวฤกษ์สีเหลือง จะเห็นว่าดาวเชดาร์ชี้ไปยังแอนโดรเมดาอย่างไร.กันเกรา