3 ทีมงานชงปลดล็อกปฏิรูปอุดมศึกษา เพิ่มช่องทางสู่ตำแหน่งวิชาการดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า “การปรับลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปอุดมศึกษา และการพัฒนามหาวิทยาลัยตามกลุ่มยุทธศาสตร์” ว่า จากการหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 3 กลุ่ม และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะทำงาน 3 ชุด ได้แก่ ด้านตำแหน่งวิชาการ ด้านกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) และด้านคุณภาพมหาวิทยาลัย (OKRs) รวมถึงเรื่องธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาโดย คณะทำงานได้รายงานความคืบหน้าในแต่ละเรื่องดังนี้ เรื่องการปรับลดข้อจำกัดด้านตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อให้อาจารย์ได้ทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของ อว.นั้น คณะทำงานมีข้อเสนอว่า จะเพิ่มช่องทางการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการเมื่อผลงานวิชาการมีจำนวนและคุณภาพ เป็นไปตามเกณฑ์โดยไม่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา แต่ต้องศึกษาเกณฑ์ที่แตกต่างกันตามสาขาเพื่อให้เกิดความยุติธรรม การปรับปรุงการให้คะแนนผลงานให้มีหลักการมากขึ้น เช่น การใช้การจัดกลุ่มคุณภาพวารสาร เพิ่มเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการที่เกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ เช่น สาขาศิลปกรรม ดุริยางคศิลป์ และวิจิตรศิลป์ที่ไม่ได้ใช้ผลงานวิจัย เรื่องของการให้มีช่องทางของพนักงานสมทบ, การยกเลิกเปอร์เซ็นต์ผลงาน และการปรับแบบฟอร์มใหม่ให้กระชับและไม่ใช้เวลามากในการจัดทำ โดยทั้งหมดจะจัดทำเป็นประกาศเดียวเพื่อป้องกันความสับสน คาดว่าจะนำเข้าพิจารณาใน ก.พ.อ. ประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้รมว.อว.กล่าวต่อว่า เรื่องการปรับ มคอ.ให้คล่องตัว ซึ่งข้อเสนอให้การอนุมัติหลักสูตรให้เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของสภามหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต้องส่งข้อมูลหลักสูตรให้กับกระทรวงผ่านระบบ CHECO โดย อว.จะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เมื่อเรียบร้อยก็สามารถเปิดหลักสูตรได้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอข้อคิดเห็นจากคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานของ กกอ. ส่วนหลักสูตรใดที่มีมาตรฐานระดับโลกแล้ว ควรได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเข้าสู่ระบบการประเมินอีก, เรื่องคุณภาพของมหาวิทยาลัยโดยเน้นการแบ่งกลุ่มประเภทมหาวิทยาลัยตามศักยภาพตามความสมัครใจ โดยให้มหาวิทยาลัยประเมินตนเองเพื่อการก้าวเข้าสู่กลุ่มประเภทที่เหมาะสม โดยการใช้ระบบที่เป็นที่ยอมรับ เช่น U-multiran k, THE Impact ranking หรือ QS Star Rating เพื่อให้เห็นว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอยู่ในระดับไหนและมีจุดเด่นด้านใด และ อว.จะดำเนินการพัฒนาเครื่องมือการประเมินกลุ่มยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และ ดำเนินการประเมินภายใน 6 เดือน จากนั้นจะใช้ งบประมาณ 2564 ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยต่อไป.