วัยเด็กเล็ก หรือวัยอนุบาล ช่วงอายุ 3-6 ขวบ เป็นวัยแห่งการเริ่มเรียนรู้สิ่งรอบตัวไม่เว้นแม้แต่เรื่องอาหารการกิน ที่ผู้ใหญ่ต้องให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้เด็กๆ ว่าอาหารชนิดใดเป็นประโยชน์และอย่างไหนให้โทษต่อร่างกายโดยเฉพาะอาหารที่มีสีสันฉูดฉาด หลากสีสัน เด็กเห็นเมื่อใดมักเกิดความอยากลิ้มชิมรสชาติ โดยหารู้ไม่ว่ากำลังหยิบอันตรายเข้าสู่ร่างกายได้สีผสมอาหารทั้งสีจากธรรมชาติและสีสังเคราะห์เป็นวัตถุเจือปนอาหาร ที่หน่วยงานรัฐอนุญาตให้เติมลงในอาหารได้ แต่ต้องเติมในปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด เพราะหากใช้ปริมาณที่มาก เกินจากที่กฎหมายกำหนดอาจก่อผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน สีบางชนิดทำให้เกิดการแพ้ ผื่นคันเพื่อคลายความวิตกกังวล สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างขนมเด็ก จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อที่วางขายในเขตกรุงเทพฯนำมาวิเคราะห์สีผสมอาหารสังเคราะห์ 8 ชนิด ได้แก่ เอโซรูบีน (สีแดง), ปองโซ 4 อาร์ (สีแดงสด), อีริโทรซิน (สีชมพู), ฟาสต์ กรีน เอฟซีเอฟ (สีเขียว), อินดิโกทิน (สีน้ำเงิน), บริลเลียนต์ บลู เอฟซีเอฟ (สีน้ำเงิน), ซันเซตเยลโลว์ เอฟซีเอฟ (สีเหลืองส้ม) และตาร์ตราซีน (สีเหลือง) ผลปรากฏว่าพบในขนมเด็ก 5 ตัวอย่าง มีการใช้สีผสมอาหาร 3 ชนิด คือ เอโซรูบีน, ซันเซตเยลโลว์ เอฟซีเอฟ และตาร์ตราซีน ซึ่งอยู่ในปริมาณที่ยังไม่เกินมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 389 พ.ศ.2561 เรื่องวัตถุเจือปนอาหาร ที่กำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้สี 3 ชนิด ตามที่กำหนดไว้ต้องไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/กิโลกรัมอย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ยังต้องสอนให้เด็กๆเป็นคนช่างสังเกตและเลือกทานขนมหรืออาหารที่สีไม่ฉูดฉาดเกินไป และต้องอ่านฉลากรายการส่วนผสมให้ละเอียดก่อนซื้อ และควรเลือกขนมที่ใช้สีธรรมชาติ จะปลอดภัยกว่าสีสังเคราะห์. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย