สัปดาห์ที่ผ่านมาและทั้งสัปดาห์หน้า ทีมงานรายการเปิดเลนส์ส่องโลกและของบริษัท มิ่งรุจิราลัย อัญมณีและเครื่องประดับ ตระเวนตามมณฑลต่างๆ ของจีนและจะอยู่ที่จีนไปจนกระทั่งถึงวันที่ 6 กันยายน 2562ก่อนหน้านี้ คู่หนุ่มสาวชาวจีนที่มีสตางค์ที่จะแต่งงานกัน จะให้โก้ต้องบินไปซื้อแหวนแต่งงานที่ยุโรป อาจเป็นเพราะไม่ไว้ใจอัญมณีที่อยู่บนหัวแหวนที่ซื้อในเมืองจีนว่าจะโดนของปลอมหรือเปล่า แต่ตอนนี้บริษัทอัญมณีและเครื่องประดับของฝรั่งวิ่งมาเปิด ตลาดเอาใจผู้บริโภคชาวจีนตามเมืองใหญ่ สร้างและใช้โซเชียลมีเดียเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนได้สำเร็จย้อนหลังกลับไปในสมัยราชวงศ์ คนจีนชอบมุก ทับทิม แซฟไฟร์ คอรอล ลาพิสลาซูลี และก็ควอตซ์ สมัยก่อนคนจีนไม่ชอบเพชร แถมเรียกเพชรอย่างดูถูกว่าแก้วของคนยุโรป และไม่เอาเพชรมาทำอัญมณีเพชรมีหน้าที่เพียงใช้ตัดและแกะสลักหยกเติ้งเสี่ยวผิงเปิดประเทศเมื่อ พ.ศ.2522 ผู้บริหารเดอร์เบียร์ซึ่งเป็นบริษัทเพชรรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลกประกาศในที่ประชุมเมื่อ พ.ศ.2528 ว่า “ถ้าเราเปลี่ยนพฤติกรรมของคนจีนให้เปลี่ยนจากการชอบพลอยแดง (ทับทิม) และพลอยน้ำเงิน (แซฟไฟร์) มาเป็นให้ชอบเพชร ต่อไปจีนจะเป็นตลาดขายเพชรที่ใหญ่มากของเรา”เดอร์เบียร์เริ่มเข้าไปโฆษณาเพชรและไปจัดกิจกรรมต่างๆเมื่อ พ.ศ.2528 ขอเรียนนะครับว่า ตอนที่เดอร์เบียร์เข้าเมืองจีน คนจีนยังไม่รวย ยังเพิ่งเริ่มหัดทำธุรกิจ ใครจะนึกเล่าครับว่า คนที่เริ่มมีสตางค์เพียงเล็กน้อยจะซื้อเพชร แต่เดอร์เบียร์ก็พบความสำเร็จในการเปลี่ยนทัศนคติของคนจีนจากการมองเพชรเป็นเพียงแก้วที่ใช้ตัดและแกะสลักหยก มามองว่าเพชรเป็นอัญมณีล้ำค่าพ.ศ.2537 อัตราการขายเพชรต่อพลอยในจีนอยู่ที่ 30 : 70 ทว่าหลังจาก พ.ศ.2542 คนจีนนิยมพลอยน้อยลงและหันไปซื้อเพชรกันมากขึ้น อัตราการขายเพชรต่อพลอยเปลี่ยนไปเป็น 70 : 30 พ.ศ.2547 เดอร์เบียร์ขายเพชรได้มากถึง 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยการพัฒนาการส่งเสริมการขายอย่างไม่หยุดยั้ง ทำอัตราการขายเพชรต่อพลอยใน พ.ศ.2547 สูงถึง 90 : 10คนจีนชอบทองคำ พลอยไปได้กับตัวเรือนทองคำ แต่ฝรั่งทำการตลาดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนเก่งมาก เพราะแพลทินัมกับสีขาวใสของเพชรไปด้วยกันได้ดี บริษัท Platinum Guild International และบริษัทแพลทินัมของฝรั่งรายอื่นเข้าไปทำการตลาดคู่กับเดอร์เบียร์ เพียงไม่กี่ปี หนุ่มจีนจะขอสาวแต่งงานต้องโชว์เครื่องประดับแพลทินัมฝังเพชรแทนแหวนทองแม้มีการเปิดประเทศแล้ว แต่คนจีนก็ยังไม่ใช้แพลทินัม จนอีก 15 ปีต่อมา คือใน พ.ศ.2537 ชาวจีนจึงเริ่มใช้แพลทินัม แต่ก็ยังใช้กันน้อยเพียงร้อยละ 1 ของที่ใช้ทั้งโลก ทว่าเพียง 4 ปีที่บริษัทแพลทินัมเข้าไปทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ พ.ศ.2542 คนจีนใช้แพลทินัมกันมากถึงร้อยละ 20 ของจำนวนการใช้แพลทินัมทั้งโลก และตั้งแต่ พ.ศ.2547 เป็นต้นมา คนจีนใช้โลหะแพลทินัมเป็นอันดับ 1 ของโลก ใช้กันมากถึงปีละเป็นล้านออนซ์ บริษัทฝรั่งจึงรวยไปตามๆกันอุตสาหกรรมพลอยสีของไทยก็เข้าไปทำการตลาดเหมือนกัน แต่ทำแบบมีหน่วยงานพาไปร่วมงานแสดงสินค้า ไปกันทั้งปี ปีละหลายครั้ง บริษัทที่ไปได้เงินอุดหนุนส่วนหนึ่ง เอกชนออกเองส่วนหนึ่ง เอกชนที่ได้ไปก็จะเป็นเจ้าเดิมที่มีสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานแต่ความไม่ขยันติดต่อกับหน่วยงานรัฐของจีน ทำให้หลายครั้งไปแล้วขายพลอยไม่ได้ ขายก็ถูกจับ อุตสาหกรรมพลอยสีของคนไทยก็จึงไม่ประสบความสำเร็จในตลาดจีนเท่าที่ควรจะเป็นปัจจุบัน วัยรุ่นจีนส่วนหนึ่งหันมาแขวนพระเครื่องของไทย ไม่ได้แขวนเพราะศรัทธาดอกครับ แต่แขวนเพราะเป็นแฟชั่น มาเมืองไทยต้องสักยันต์และซื้อพระแขวน โอกาสนี้ถ้าใครสร้างพระเนื้อผงที่มีพลอยสีประดับอยู่ในกรอบสวยๆ เรื่องนี้ผมว่าก็ยังพอที่จะแทรกตลาดจีนได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com