ใครก็รู้พื้นที่แถบจังหวัดนนทบุรี...ข้าว กล้วยไม้ ทุเรียน เป็นพืชเศรษฐกิจหลักทำเงิน เกษตรกรในพื้นที่นิยมทำกันค่อนข้างมากแต่ปัจจุบันด้วยสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป เอาแน่เอานอนไม่ได้ ประกอบกับพื้นที่หลายจุด ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชบางชนิด ทำให้มีการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชทางเลือกอย่างอื่น หรือไม่ก็ปลูกเสริมแซมกับพืชชนิดอื่น จนกลายเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มรายได้แล้วจะปลูกอะไรดี เป็นคำถามยอดนิยม ซึ่ง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) มีคำตอบจากการสำรวจต้นทุนเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่เป็นรายได้เข้ากระเป๋าสูงสุดใน 5 อันดับแรกทำนาบัว (บัวฉัตร) ต้นทุนการผลิตไร่ละ 27,313 บาท ได้ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนไร่ละ 10,887 บาทนาผักบุ้งน้ำ อายุปลูก-เก็บเกี่ยว 90 วัน ต้นทุนการผลิตไร่ละ 7,474 บาท ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนไร่ละ 11,526 บาทกะเพราแดง ต้นทุนการผลิตไร่ละ 59,576 บาท ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนไร่ละ 12,425 บาทกุยช่าย เก็บใบและดอกกุยช่ายขาย ต้นทุนการผลิตไร่ละ 49,387 บาท ผลตอบแทนหลังหักต้นทุนไร่ละ 31,813 บาทปลูกต้นดอกรัก เป็นอีกหนึ่งไม้ยืนต้น ทนแล้ง สามารถปลูกตามคันนา ในพื้นที่ว่างเปล่า หรือแซมกับพืชอื่นได้ เก็บผลผลิตได้ตลอดปี มีต้นทุนการผลิตไร่ละ 24,514 บาท แต่สร้างผลตอบแทนหลังหักต้นทุน มีกำไรสูงสุดถึงไร่ละ 25,486 บาทในส่วนของตลาดรับซื้อ ส่วนหนึ่งมีพ่อค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน หรือหากต้องการส่งเองก็ไม่ต้องกลัวเปลืองน้ำมันและเรื่องของความสด เพราะนนทบุรีอยู่ไม่ไกลจากตลาดใหญ่ พืชผักส่งเข้าตลาดไท สี่มุมเมือง ไม้ดอกส่งเข้าปากคลองตลาด สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมข้อมูลพืชทางเลือกในพื้นที่ภาคกลาง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-5640-5005-8 หรืออีเมล zone7@oae.go.th สะ-เล-เต