จากคดีชายคลุ้มคลั่ง กลายเป็นเรื่องใหญ่โต?เพราะผู้ก่อเหตุดันเป็นนายตำรวจระดับ สวป.สภ.บ้านเอื้อม จ.ลำปาง ลงมาก่อเหตุถึงหอพักราณี เฮ้าส์ ซอยเจริญกรุง 80ที่สำคัญ หลังจากตำรวจสายตรวจ สน.วัดพระยาไกร ไประงับเหตุ เห็นความผิดปกติของผู้ต้องหา เหมือนคนติดยา ค้นตัวพบยาไอซ์หนัก 1.55 กรัม และยาระงับประสาทในตัวด้วย!ตอนแรกดูสภาพแล้วตำรวจวัดพระยาไกรก็ไม่เชื่อ แต่พอคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก ตรวจสอบถึงรู้ว่าผู้ต้องหาคือ พ.ต.ต.อาชันธ์ นันตะกูล จริงความอึดอัดเริ่มบังเกิด เพราะรู้กันอยู่แล้วว่า ไม่มีตำรวจที่ไหนอยากจับตำรวจด้วยกัน...ต้องขอคารวะผู้บังคับบัญชา สน.วัดพระยาไกร ที่ทำหน้าที่ตำรวจอย่างตรงไปตรงมา จากความพยายามสอบปากคำได้ความว่า สารวัตรอาชันธ์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและโรคเครียด มาตั้งแต่ปี 2555!อ้างว่าเดินทางมากรุงเทพฯ เพราะเข้ามากู้เงินสหกรณ์ตำรวจแต่ตอบไม่ได้ว่า ทำไมถึงถูกจับขณะคลุ้มคลั่งเพราะเมายาไอซ์?!ความจริงตำรวจมีอาการเครียดและป่วยทางจิตมีเป็นจำนวนมาก บางคนยอมรับ บางคนไม่ยอมรับ เพราะมันเป็นเรื่องของหน้าที่การงานทั้งที่ความจริงแล้ว คนเราเจ็บป่วยกันได้ ไม่ว่าร่างกายจะแข็งแรงแค่ไหน?กรณีนี้ก็น่าสงสาร เพราะยอมรับแล้วว่า ป่วยโรคเครียดและโรคซึมเศร้าจนต้องไปหาหมอรักษาอาการป่วยอยู่ แต่ไม่เข้าใจว่า ถึงขนาดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ยังไง!ถือเป็นเรื่องเลยเถิดเกินเยียวยา ถึงกับต้องถูกดำเนินคดีข้อหายาเสพติด แถมไม่มีคนมาประกันตัว ถูกส่งเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางไปแล้วปัญหายาเสพติดไม่ได้ลุกลามเฉพาะชาวบ้าน แต่ในหมู่ตำรวจ ข้าราชการ เริ่มมีให้เห็นกันเยอะจำได้ว่ามีการตีปี๊บจะตรวจสารเสพติดกับตำรวจทุกปี ไม่รู้เดี๋ยวนี้หายไปไหน?ความจริงถ้าจะแก้ปัญหายาเสพติด ต้องบังคับข้าราชการตำรวจทุกคนตรวจสารเสพติด!?รวมไปถึงข้าราชการทุกหน่วยงาน เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแน่ๆมัวแต่เห็นใจ ไม่แก้ไขตั้งแต่ต้น...ดูกรณีนี้เป็นตัวอย่าง พอ ปล่อยปละละเลยจนถูกจับติดคุกติดตะราง แล้วช่วยกันได้หรือเปล่า?"สหบาท"