"นิพนธ์" ขอปกครองท้องถิ่น หยามค่าแรง400-แค่ลมปาก วัฒนาเอาคืนยื่นไต่สวนปปช.“ธรรมนัส” ปัดงัดข้อ “ประภัตร” แย่งห้องทำงาน ชี้แค่เรื่องจิ๊บจ๊อยให้ความเคารพกันมาตลอด นัด 3 รมช.เกษตรฯหม่ำมื้อเย็นกระชับสัมพันธ์ “ประภัตร” เห็นข่าวตกใจ ยันไม่มีแย่งห้องมาแย่งกันทำงานดีกว่า “องอาจ” กระตุกต่อมสำนึก รมต. คำนึงหัวอกประชาชนบ้างด้าน “นิพนธ์” เอามั่งขอดูกรมปกครองท้องถิ่น “ดิสทัต” ดอดเข้าทำเนียบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรวจความเรียบร้อยห้องทำงานรัฐมนตรี “อุตตม” ขู่ฟ้องคนบิดเบือนคดีกรุงไทย ไม่หวั่นฝ่ายค้านจองกฐิน เร่งยกระดับฝีมือก่อนปรับค่าแรง 400 ผู้นำแรงงานหยันลมปากรัฐบาล แค่ชื่อ “หม่อมเต่า” ก็จบเห่ ร่างนโยบายรัฐบาลถึงมือ “บิ๊กตู่” “ชวน” กำหนดวันแถลง 25 ก.ค. “วัฒนา” เอาคืนร้องไต่สวน ป.ป.ช. ตัดต่อพันธุกรรมสำนวนบ้านเอื้ออาทรหลังเกิดกระแสข่าวการแย่งชิงห้องทำงานกันระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ กับนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ยังไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ“ธรรมนัส” ปัดงัดข้อ “ประภัตร”เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งแย่งห้องทำงานกับนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ไม่เป็นความจริง ยังไม่ได้ส่งทีมงานเข้าไปดูห้องทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ ไม่มีปัญหา เรื่องเล็กน้อยมากหากทางกระทรวงจะจัดให้ส่วนไหน เพราะตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกรมากกว่าจะมายึดติดเรื่องห้องทำงาน และส่วนตัวรู้จักเคารพนับถือนายประภัตรมาตลอดปรึกษาหารือกันดี ขอสื่ออย่าจับมาเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็นและไม่มีมูลความจริง เป็นไปไม่ได้ที่ขัดแย้งกันด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบนี้นัด 3 รมช.หม่ำมื้อเย็นเคลียร์ใจร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมนัดทานอาหารค่ำที่โรงแรมแมริออท สุขุมวิท 57 กับนายประภัตร และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ จากพรรคภูมิใจไทย หลังมีข่าวแย่งห้องทำงาน ว่า มีการนัดหมายจริงเพื่อพูดคุยถึงการทำงาน ในฐานะที่ต้องมาทำงานร่วมกันในกระทรวง เนื่องจากนายประภัตรเป็นผู้มีประสบการณ์ เคยทำงานในกระทรวงนี้มาก่อน และเพื่อทำความรู้จัก น.ส.มนัญญา การนัดทานข้าวถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตนกับนายประภัตรนัดกันเป็นประจำ และพูดคุยทางโทรศัพท์กันเป็นเรื่องปกติ“ประภัตร” เห็นข่าวแล้วตกใจด้านนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ไม่ทราบถึงปัญหาเรื่องแย่งห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้เข้าไปจัดการเรื่องห้องทำงาน เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงจัดการห้องให้กับรัฐมนตรี โดยดูเรื่องของความเหมาะสมว่าจะให้ใครไปอยู่ที่ห้องไหน ยืนยันว่าทั้งตนและ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้มีปัญหาเรื่องแย่งห้องทำงาน แต่ถ้าแย่งกันทำงานนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่างคนต่างเห็นข่าวแล้วรู้สึกตกใจเหมือนกันว่ามีปัญหาขึ้นได้อย่างไร “องอาจ” กระตุกสำนึกรัฐมนตรีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งแย่งห้องทำงานของรัฐมนตรี ว่า อยากให้รัฐมนตรีที่เเย่งห้องทำงานกัน ไม่ว่าจะเกิดที่กระทรวงใด ควรคำนึงถึงหัวอกประชาชนที่เลือกพวกเราเข้ามาทำงานบ้าง หลักการเป็นผู้เเทนปวงชน โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรี ต้องนึกไว้เสมอว่าห้องทำงานไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับผลงานที่จะทำออกมา หากเราทำผลงานออกมาได้ดี น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่า ควรเเย่งกันทำผลงานมากกว่ามาเเย่งห้องทำงาน ถ้าเเย่งกันทำผลงานได้ดี ประโยชน์จะตกถึงประชาชน เพราะห้องทำงานไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าผลงานที่ทำให้ประชาชน“อุตตม” ไม่หวั่นฝ่ายค้านจองกฐินที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ในรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี ว่าที่ผ่านมาเคยชี้แจงเรื่องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยไปแล้ว ว่าเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางยุติธรรมในชั้นศาล โดยชี้ชัดเจนว่าตนไม่ได้กระทำความผิด ถือว่าเรื่องนี้ผ่านขั้นตอนมาหมดแล้ว และตนเป็นผู้บริสุทธิ์ การซักถามทั้งหลายตนเข้าใจและได้ชี้แจงแล้ว แต่หากถึงขั้นนำไปบิดเบือนมากไปจนทำให้เกิดความเสียหาย จะพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ และพร้อมตอบเหมือนรัฐมนตรีทุกคน หากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะถือเป็นหน้าที่ ไม่ได้รู้สึกหนักใจปรับค่าแรง 400 ต้องยกทักษะฝีมือนายอุตตมยังกล่าวถึงนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ว่า การขึ้นค่าแรงต้องขอฝากว่าต้องยกระดับทักษะขีดความสามารถผู้ประกอบการด้วย เพราะเราไม่สามารถทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตัวเองได้ เนื่องจากโจทย์ใหญ่เราคือต้องการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคต ดังนั้น เรื่องบุคลากรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด กับความยุติธรรมเรื่องรายได้จำเป็นต้องดูแล ความยั่งยืนต้องขึ้นอยู่ที่ฝีมือและทักษะแรงงานที่ต้องไปพร้อมกัน ต้องเชื่อว่าแรงงานและค่าแรงงานทางรัฐบาลจะพิจารณาควบคู่กันไป เมื่อมีนโยบายรัฐบาลออกมา ไม่ใช่ทำด้านใดด้านหนึ่ง การยกระดับทักษะฝีมือแรงงานคือหัวใจสำคัญกระตุ้น ศก.ต้องดูโลกความจริงนายอุตตมกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากจำเป็นต้องกระตุ้นเพื่อช่วยผ่อนแรงกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ ถือเป็นเรื่องดี มาตรการที่จะออกมาต้องตรงเป้าต่อกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่มาตรการฉาบฉวย และต้องสอดรับกับงบประมาณ และต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนสูง หลังเข้ามาทำงานแล้วจะออกมาตรการเป็นชุดๆ ส่วนการยกระดับผู้ประกอบการขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) มองว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (MAI) ควรมีบทบาทสำคัญ ฝากโจทย์ให้ MAI และพันธมิตร ช่วยกันหามาตรการช่วยยกระดับผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาด MAI ได้ รวมทั้งต้องหามาตรการเชื่อมโยงผู้ลงทุน ผ่านเครื่องมือการลงทุนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ ทั้งระดับเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ (sme startup) และผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชน (micro sme)ภารกิจแรกเร่งยกระดับฝีมือนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า นโยบายแรกที่จะเร่งทำ คือยกระดับแรงงานไทย เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการต้องได้รับประโยชน์ด้วย ต้องทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น แรงงานต้องมีฝีมือ จะยกระดับแรงงานให้มีทักษะฝีมือสูงขึ้น ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัยได้มากขึ้น เพื่อให้ได้รับค่าแรงสูงขึ้น ได้หารือกับภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย ทั้งสององค์กรต่างเห็นด้วยกับแนวทางนี้ โดยเอกชนจะร่วมกันชี้เป้าแรงงานและอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องยกระดับ“สมศักดิ์” ฟิตลุยเก็บข้อมูลทุกกรมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวหลังลงพื้นที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา และเรือนจำกลางสมุทรปราการ ว่า ภาพรวมถือว่าเรียบร้อยดี มีการเรียนการสอนตามหลักสูตรปกติ หากเยาวชนในศูนย์ฝึกสามารถปรับตัวปรับใจ มุ่งหาวิชาความรู้ เชื่อว่าจะกลับมาเป็นคนดีมีคุณภาพได้ในวันข้างหน้า ส่วนที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ ถือว่าสภาพความเป็นอยู่ดี มีงานหัตถกรรมและงานฝีมือคุณภาพดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องผู้คุมต้องดูแลนักโทษมาก สัดส่วนผู้คุม 1 คนต่อนักโทษกว่า 300 คน และพื้นที่เฉลี่ยนักโทษ 1 คนต่อพื้นที่ 1.4 ตารางเมตร ต้องนอนชิดกันมาก จากนี้จะทยอยลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆให้ครบทุกกรมในสังกัด เพื่อนำไปเป็นข้อมูล เพราะหลังจากที่ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน จะได้เริ่มทำงานได้ทันที“เจือ” อ้อมแอ้มย่องขอข้อมูลนายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชี้แจงกระแสข่าวเข้าไปขอข้อมูลโครงการต่างๆที่กระทรวงคมนาคม ว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสื่อ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม แค่ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานขอข้อมูล หรือแจ้งเรื่องให้ข้าราชการในกระทรวงคมนาคม หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในฐานะอดีต ส.ส.หลายสมัย ส่วนข้อมูลก็เป็นข้อมูลเปิดเผยแผนงานตามปกติของกระทรวง แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เข้าไปที่กระทรวงคมนาคมตามที่ข่าวระบุ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นคำสั่งใดจากนายถาวร อย่างที่สื่อเข้าใจ ร่างนโยบายรัฐบาลถึงมือ “บิ๊กตู่”นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ร่างนโยบายรัฐบาลที่ต้องแถลงต่อรัฐสภา ส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นร่างนโยบายรัฐบาลที่พรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันมาอย่างดี พยายามรวบรวมนโยบายจากพรรคร่วมทั้งหมด เพื่อให้ครอบคลุมนโยบายของทุกพรรค ถือเป็นร่างที่ได้รับความเห็นชอบจากพรรคร่วมทั้งหมด และร่างนโยบายนี้ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่ร่วมพิจารณาตลอด เพื่อปรับปรุงถ้อยคำและเนื้อหาให้เกิดความถูกต้อง ทั้งนี้ นายกฯ จะนำไปพิจารณาหากเห็นว่าต้องมีการปรับปรุง สำหรับร่างนโยบายรัฐบาลจัดทำเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่นายกฯ ต้องแถลงต่อรัฐสภา จะเอาเฉพาะประเด็นหลักๆครอบคลุมทั้งหมด และอีกส่วนหนึ่งที่จะขยายลงรายละเอียดชพน.ดันแก้ปัญหา ศก.รากหญ้าที่พรรคชาติพัฒนา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ร่างนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของรัฐบาลผสม 19 พรรค การที่พรรคพลังประชารัฐให้เกียรติพรรคร่วมให้มาร่วมจัดทำนโยบายร่วมกันในลักษณะนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการร่วมกันทำงานของรัฐบาลผสม และตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญของเสถียรภาพ และความร่วมมือกันของพรรคร่วมในภาวะเสียงปริ่มน้ำ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาล และทำให้ได้เห็นนโยบายที่ดีและสมบูรณ์ในทุกมิติ ในส่วนของพรรคชาติพัฒนานำเสนอนโยบาย อาทิ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าของคนในชนบทและเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ปรับนโยบายการศึกษาที่ให้ความสำคัญในด้านเทคโนโลยี ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นอุตสาหกรรมหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นต้นชทพ.ปลื้มแผนงานสิ่งแวดล้อมนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค กล่าวว่า ร่างนโยบายที่ออกมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจ พรรคได้ส่งนโยบายเร่งด่วน 7 ด้าน ตามที่หาเสียงกับประชาชน ไปพร้อมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเต็มรูปแบบ ในฐานะที่พรรคได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรากฏว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคได้รับการบรรจุเป็นส่วนใหญ่ โดยผสมผสานไปกับกรอบหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ การปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายยุทธศาสตร์ด้วย ถือเป็นนโยบายที่มีรายละเอียดครอบคลุมเพียงพอที่จะใช้ดูแลงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่เราได้รับมอบหมาย ส่วนนโยบายด้านอื่นที่พรรคควรมีส่วนร่วม โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่เรามี รมช. เกษตรและสหกรณ์อีก 1 คน แม้จะเป็นส่วนใหญ่ในร่างนโยบายไม่ได้ แต่มีรายละเอียดที่ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ เช่นเดียวกับนโยบายอื่นที่ครอบคลุมทุกด้าน เหลือเพียงแค่ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายเท่านั้น วันแถลงนโยบายรัฐบาล 25 ก.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า มีการประสานเป็นการภายใน รวมถึงหารือกับประธานวุฒิสภาแล้ว กำหนดวันแถลงนโยบายรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.เป็นต้นไป ส่วนจะใช้เวลาแถลงนโยบายกี่วันนั้นขึ้นอยู่กับวุฒิสภา วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล ตกลงกันเรื่องกรอบเวลา มีเวลาแถลงไปจนถึงวันที่ 27 ก.ค. ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 ก.ค. โดยมอบหมายให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรประสานไปยังรัฐบาลเพื่อแจกเอกสารให้สมาชิกล่วงหน้าแล้ว เดิมกำหนดแถลงนโยบายไว้วันที่ 24 ก.ค. แต่รัฐบาลติดภารกิจสำคัญทำให้ต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 25 ก.ค. และยังคงใช้หอประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ เพราะห้องประชุมรัฐสภาแห่งใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ “นิพนธ์”ขอดูกรมปกครองท้องถิ่นนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า มีความตั้งใจอยากดูงานในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1.เพื่อขยายผลให้ อปท. สนองนโยบายรัฐบาล อาทิ การใช้ยางพารามาทำถนน พาราแอสฟัลติกคอนกรีต แก้ปัญหายางพาราตกต่ำ 2.ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในชุมชน ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จนใกล้สู่ภาวะปกติแล้ว พร้อมดึงนักลงทุนเข้ามาให้เกิดการลงทุนว่าจ้าง สร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ 3.สร้างตำบลปลอดภัย เน้นสร้างความปลอดภัย วินัยจราจร จากระดับตำบล หมู่บ้าน เพื่อแก้ไขและป้องกันการสูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สินที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ผลักดันให้เป็น “ตำบลปลอดภัย” ทั่วประเทศ เป็นงาน 3 เรื่อง ที่อยากดำเนินการลั่นไม่หนักใจถูกฝ่ายค้านกาหัวเมื่อถามว่า มีชื่อติดหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอก นายนิพนธ์ตอบว่า ไม่หนักใจ เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นโอกาส ที่ดีจะได้ใช้เวทีสภาฯชี้แจงหลักฐานเอกสารในข้อกล่าวหาหรือที่สังคมยังสงสัย การที่มีชื่อติดอยู่ในนั้น อาจเป็นเพราะไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วนทุกด้านเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการทุจริต แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้หรือไม่ เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องของทางจังหวัดที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล อบจ. สั่งการว่าให้ระงับ หรือให้กระทำได้ “ธนกร” พร้อมสนองถ้าได้โอกาสขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เตรียมผลักดันให้เป็นโฆษกรัฐบาล ว่า ทางพรรคยังไม่ได้หารือตำแหน่งทางการเมือง คงต้องรอหลังการแถลงนโยบายเสร็จก่อน ตำแหน่งโฆษกรัฐบาลขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯและผู้บริหารพรรค ตนพร้อมเคารพการตัดสินใจ และพร้อมทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านจะถือโอกาสอภิปราย 6 รัฐมนตรีในช่วงแถลง นโยบายนั้น มั่นใจว่าทั้ง 6 คนสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง รัฐบาลไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร แต่คิดว่าฝ่ายค้านควรให้รัฐบาลทำงานไปสักระยะก่อน หากเห็นความไม่ชอบมาพากลค่อยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า “ดิสทัต” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่มีกระแสข่าวว่าจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล สักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และลงมาสักการะศาลพระภูมิ และศาลตายาย ก่อนขึ้นไปยังตึกบัญชาการ 1 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของห้องทำงานรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายดิสทัตกล่าวว่า มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพราะทำงานที่นี่มานาน และต้องมาดูแลอะไรต่างๆมากขึ้น จึงมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้ยังเป็นที่ปรึกษานายกฯ ยังไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการนายกฯอย่างเป็นทางการนายกฯห่วงฝากมาดูห้องทำงานนายดิสทัตกล่าวต่อว่า การแต่งตั้งน่าจะมีขึ้นหลังจาก ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ สำหรับภารกิจหลักหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการนายกฯอย่างเป็นทางการ ตนต้องทำทุกอย่างที่เป็นเรื่องสำคัญของนายกฯและรัฐบาลให้เรียบร้อย วันนี้มาดูแลความพร้อมของห้องทำงานต่างๆ เนื่องจากนายกฯเป็นห่วงเพราะเป็นช่วงรอยต่อ ครม.ชุดใหม่ เพื่อรองรับให้เกิดความเรียบร้อย จึงต้องดูแลให้ดี เชื่อไม่มีปัญหา ส่วนความพร้อมเอกสารนโยบายรัฐบาลที่ต้องแถลงต่อรัฐสภา ตนไม่ได้ดูแลด้านนี้ ต้องถามผู้ที่เกี่ยวข้องเรียกประชุม ครม.เก่านัดพิเศษผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.ใหม่หลังเสร็จสิ้นพิธีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ การประชุม ครม.วันนั้นจะมีการเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี และเสนอแต่งตั้งนางฐะปานีย์ อาจาร–วงศ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร มาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ครม.ชุดเก่าได้รับการแจ้งจะมีการประชุม ครม.ชุดเก่านัดพิเศษ ในเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ค. เนื่องจากมีเรื่องที่ต้องพิจารณาผู้นำแรงงานหยันลมปากรัฐบาลนายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย และคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวว่า นโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทของรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ว่า ที่ผ่านมามีการพิจารณาปรับค่าจ้างปี 2562 ขึ้นแค่ 8 บาท ยังตีกลับไปกลับมาให้ไปพิจารณาใหม่ 2 รอบ ตอนนี้ยังค้างเติ่งกับนโยบายปรับขึ้นถึง 400 บาท บอร์ดค่าจ้างพากันสะดุ้งสุดตัว เพราะมันมากเกินไปเป็นไปได้ยาก เพราะฝ่ายนายจ้างไม่เอาด้วยแน่นอน เว้นแต่รัฐบาลสั่งมา และอย่าคิดว่าลูกจ้างจะคล้อยตาม เพราะอะไรที่มันมากเกินไปและส่งผลกระทบให้ลูกจ้างตกงาน ลูกจ้างก็ไม่เอาด้วย นโยบายนี้จึงเป็นเพียงลมปากนักการเมืองที่ใช้หาเสียง โดยไม่ดูความเป็นจริง นักลงทุนต่างชาติจะพากันย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม กัมพูชา ลาว ผู้ประกอบการรายย่อยจะตายหมด สุดท้ายคนไทยจะพากันตกงาน ขณะที่สินค้าจะขยับปรับราคาสูงตามค่าจ้างแค่ชื่อ “หม่อมเต่า” ก็จบเห่แล้วนายพนัสกล่าวว่า เว้นแต่จะปรับขึ้นเป็นขั้นครั้งละ 10 บาท ขยับแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้นายจ้างปรับตัวได้ “ผมว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ค่าจ้างสูงขนาดนี้ลูกจ้างที่อยู่ระดับล่างคงอยากได้ แต่ถ้าเป็นลูกจ้างระดับบนอาจมองว่าตายห่าแล้ว ข้าวของมันจะขึ้นราคาอีกเท่าไหร่ ชาวนา ชาวไร่ จะแย่กันหมด บริษัทเล็กๆจะไปไม่รอด ทุกวันนี้ก็หืดขึ้นคอแล้ว มันจะป่วนกันไปหมด อย่าลืมว่าลูกจ้างมีเพียง 12 ล้านคน ที่ได้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ยังมีคนไทยอีก 50 ล้านคนที่จะต้องซื้อของแพงไปด้วย ส่วนแรงงานต่างด้าวยิ้มหวานเลย ได้ค่าจ้างขนาดนี้จะพากันแห่เข้ามาทำงานมากขึ้น และการที่กระทรวงแรงงานมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล “หม่อมเต่า” เป็น รมว.แรงงาน ยิ่งทำให้ไปกันใหญ่ จบเกมเลย เพราะคนที่จะมาทำหน้าที่นี้ต้องคุยกับคนงานได้ จะมาทำตัวสูงเป็นผู้ดีไม่ได้ เพราะคาแรกเตอร์ของ “หม่อมเต่า” ไม่ได้อยู่กับคนยากจน ไม่ใช่คนคุยง่าย เห็นได้ตั้งแต่อยู่กระทรวงการต่างประเทศ ถ้าเอะอะโวยวายคุยกัน ไม่รู้เรื่องก็วงแตก ปัญหาแรงงานมีมาก เชื่อว่าใน 3 เดือน ได้เห็นม็อบผู้ใช้แรงงานออกมาแน่นอน”อนค.ชง พ.ร.บ.ป่าพัฒนาช่วยคนจนที่สหกรณ์นิคมสร้างตนเองวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายเกษมสันต์ มีทิพย์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และที่ปรึกษานโยบายด้านการเกษตรพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร นายพิธากล่าวว่า ปัญหาสำคัญของพี่น้องเกษตรกรคือเรื่องของที่ดิน อย่างพื้นที่นิคมสร้างตนเองวังทองเป็นพื้นที่มีลักษณะทับซ้อน การจัดสรรที่ดินเป็นเหมือนกระดุมเม็ดแรก ถ้าเริ่มแบบผิดๆมันก็ไปไหนต่อไม่ได้ เกษตรกรจำนวนมากมีปัญหาเอกสารสิทธิ ปัญหาป่าทับที่ ดังนั้นเรื่องที่สองที่สามที่อยากทำไม่ต้องคิดเลย อย่างการเกษตรแปรรูป การเลิกใช้สารเคมี เราจะลองผิดลองถูกไม่ได้อีกแล้ว เห็นว่าการแก้ปัญหาที่ดินจะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาในขั้นต่อๆไป อาจต้องออก พ.ร.บ.ป่าพัฒนาให้เป็นพื้นที่กลาง ไม่ใช่ทั้งของรัฐและของประชาชน เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อแก้ปัญหาเอกสารสิทธิ ในประเทศไทยเราทำเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ต่างชาติมาเยอะแล้ว เราทำให้คนไทยสักครั้งได้ไหมความเชื่อมั่นอยู่ที่ตัวรัฐบาลเองด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตามที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวพาดพิงถึงการเดินทางเยือนต่างประเทศของตนและคณะ อาจสร้างผลลบต่อประเทศชาตินั้น ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับ พล.ท.วีรชน ว่าการพบปะหารือระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภาของประเทศต่างๆ เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่จะนำความรู้ความร่วมมือที่ได้มาสร้างประโยชน์ให้ประชาชนไทย นานาชาติให้ความสนใจการเมืองไทยอยู่แล้ว เพราะเราเป็นประเทศที่มีความสำคัญในอาเซียน และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การติดตามสถานการณ์ต่างๆจึงเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญความน่าเชื่อถือของรัฐบาลย่อมเกิดแต่เนื้อใน และการเลือกตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งบริหาร พรรคอนาคตใหม่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก “วัฒนา” เอาคืนร้องไต่สวน ป.ป.ช.ที่พรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีบ้านเอื้ออาทรว่า พบข้อพิรุธของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการทำสำนวนฟ้องร้องคดี โดย ป.ป.ช.ได้ตัดต่อคำให้การของพยานในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง ส่งผลให้คำให้การของพยานที่ ป.ป.ช.ยื่นต่อศาล มีเนื้อหาที่แตกต่างจากบันทึกคำให้การที่พยานเคยให้ถ้อยคำไว้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อีกทั้งยังเป็นการจงใจปกปิดหลักฐานที่แสดงความบริสุทธิ์ของตน อาทิ ป.ป.ช.จงใจตัดทิ้งถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ ที่ระบุว่าประกาศการเคหะแห่งชาติ เกี่ยวกับทีโออาร์ที่ตนกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ยังคงประกาศใช้มาจนถึงปัจจุบัน จงใจตัดทิ้งถ้อยคำที่เจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติยืนยันว่าการเคหะเป็นผู้จัดการประชุม เพื่อให้ศาลเข้าใจว่าตนเรียกผู้ประกอบการมาพูดคุยส่วนตัวเรื่องผลประโยชน์ ตนยื่นร้องต่อศาลให้มีการไต่สวนอัยการหลังพบความผิดปกติของเอกสาร ซึ่งวันที่ 18 ก.ค.นี้ สั่งให้อัยการยื่นคำให้การเพื่อไต่สวนความผิดปกติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่น่าเชื่อถือ หากจำเลยไม่ละเอียดพอจะไม่รู้ว่าเอกสารมีความผิดปกติ สาเหตุที่เปิดเผยความผิดปกติของการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่อยากต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ พร้อมทั้งเห็นว่าการยื่นร้องไต่สวนครั้งนี้ สอดรับกับมติของศาลฎีกา ที่ให้ ป.ป.ช.ถูกฟ้องร้องได้ เย้ย “ผู้นำ” หนอนหนังสือปลอมๆร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเลิกแนะนำหนังสือให้ชาวบ้านอ่านได้แล้ว ถ้าไม่ได้อ่านด้วยตัวเอง หรือไม่ได้เล็งเห็นคุณค่าของหนังสือเล่มนั้นจริง ล่าสุดมาแนะนำหนังสือ 2 เล่ม เกี่ยวกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติกรรมสวนทางกับหลักการในหนังสืออย่างสิ้นเชิง หัวใจสำคัญที่หนังสือเสนอ คือการปฏิรูปสังคมให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก การลดบทบาทของภาครัฐ การกระจายอำนาจ แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ดึงอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง สร้างความเข้มแข็งให้ระบบราชการเข้าไปควบคุมความคิดความอ่านประชาชน และ พล.อ.ประยุทธ์มีแนวคิดต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ใครที่คิดเปลี่ยนแปลงสังคมไทยมักถูกรัฐบาลไล่ให้ไปอยู่ประเทศอื่น หรือถูกกล่าวหาว่าหนักแผ่นดิน หากการอ่านหนังสือไม่ใช่ความถนัดของ พล.อ.ประยุทธ์ก็อย่าไปฝืนแนะนำหนังสือให้ใครต่อใครอ่านโว พท.โฉมใหม่ส่วนผสมลงตัวร.ท.หญิงสุณิสายังกล่าวถึงโฉมหน้ากรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ว่า หวังว่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้ง แต่เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ ที่หัวหน้าพรรคควรเป็น ส.ส. เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน จะได้ทำหน้าที่ได้ทั้งในสภาฯและนอกสภาฯเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการบริหารชุดใหม่เป็นส่วนผสมที่มีทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าคละเคล้ากันไป มั่นใจว่าจะทำงานตอบสนองความต้องการประชาชนได้แน่นอน ปชป.ยังไม่เคาะตำแหน่งการเมืองอีกเรื่อง นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาทิ ตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่า ยังไม่มีการหารือกัน ทุกตำแหน่งต้องผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับพรรค ขณะนี้รัฐมนตรีในส่วนของพรรคทั้ง 7 คน กำลังเดินหน้าทำงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไปยันนำยางสดผสมทำถนนทั่ว ปท.พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงการหารือกับกรรมการสมาคมผู้ค้ายาง และตัวแทน 5 บริษัทผู้ส่งออกยางพารา แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศมีผลกดดันให้ราคายางในประเทศตกลง ประกอบกับมีพ่อค้าต่างชาติเข้าปั่นราคายางในตลาดล่วงหน้า ทำให้ราคาผันผวน รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายการนำน้ำยางสดไปผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ทั่วประเทศ โดยจะให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าประมูลซื้อน้ำยางสดแทนการประมูลซื้อยางแผ่นเหมือนที่ผ่านมา และทางสมาคมผู้ค้ายางจะรับน้ำยางสดไปปั่นผสมสารเคมีเก็บไว้ โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาซื้อไปทำถนนต่อไป โดยจะเริ่มซื้อในที่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป“หมอทศ” รุดตรวจตาขวา “จ่านิว”ช่วงค่ำวันเดียวกัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เดินทางไปตรวจอาการบาดเจ็บที่บริเวณตาขวาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่บ้านพัก หลังถูกคนร้ายลอบทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดพบว่าบาดแผลทุเลาขึ้น แต่ตาขวายังมีปัญหาด้านการมอง และคงต้องเลื่อนการเดินทางไปศึกษา หลัง จากได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียออกไปก่อนอย่างน้อย 1 เทอม