กรณีการขับเคลื่อนไม่พอใจกับ โควตา รมต. ในพรรคพลังประชารัฐ แตกเรื่องแตกราวไปจนถึงการขับ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจาก เลขาธิการพรรค ต้องเข้าใจก่อนว่าที่ไปที่มาของ พลังประชารัฐ คืออะไรเมื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ว่า กองทัพจะต้องเข้ามาควบคุมความสงบทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มาเป็นนายกฯแล้วคือการต้องมีพรรค คสช.ที่จะสานอำนาจต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปีตามยุทธศาสตร์โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้ยาวนานถึง 20 ปี แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกองทัพว่าจะอยู่ยาว ซึ่งในอดีตหลังการยึดอำนาจ กองทัพก็เป็นเช่นนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่กล่าวกันว่า กองทัพเดินได้ด้วยท้อง คงไม่ถูกนัก แต่ กองทัพปัจจุบัน จะต้องมีองค์ประกอบด้วย นักการเมืองและมวลชน จึงจะเดินต่อไปได้ตามโรดแม็ปที่เป็นกองหนุนมาด้วยกันไปด้วยกัน ประกอบด้วย สามพี่น้อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยไม่ว่าจะปรับ ครม.อีกกี่เที่ยวก็ต้องเห็นสามพี่น้องอยู่ด้วยกันต่อมาคือฝ่ายการเมืองมาจากหลายค่ายหลายขั้ว มีทั้งแดงทั้งเหลือง ทั้ง กปปส. นปช. และที่จะขาดไม่ได้คือ สามมิตร ที่นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่นอกจาก สามมิตร แล้วก็ยังมี กปปส. ที่มี ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ยกขบวนมาเป็นหนึ่งในพลังประชารัฐทั้งหมดนี้เกิดจากการประสานของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯส่วนหนึ่ง และ สามพี่น้อง ส่วนหนึ่ง ทีนี้ในสามพี่น้องก็จะมี ทีมงานฝ่าย เสธ. ที่ทำงานเป็นเอกภาพ ขึ้นกับผู้บังคับบัญชาของตัวเองและมีบทบาทสำคัญกลุ่มนักการเมืองมีทั้งสมหวังและผิดหวัง ซึ่งก็ไม่เฉพาะใน พลังประชารัฐ ที่ สามพี่น้อง และ รองสมคิด ไปทาบทามเอาไว้ แต่มี บิ๊กกองทัพ และ ฝ่าย เสธ. ช่วยกันอีกแรงดังนั้น ในสามพี่น้องก็ไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง เช่นเดียวกันในซีกนักการเมืองก็ไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง มีทั้งกลุ่มอีสาน กลุ่มภาคใต้ กลุ่มภาคตะวันออก กลุ่มภาคเหนือ ที่แต่ละกลุ่มก็มีวาระเป็นของตัวเองเมื่อถึงจุดที่จะต้องแบ่งเค้ก กปปส. ที่ขึ้นอยู่กับสามพี่น้อง และ ฝ่าย เสธ. จึงสามารถท่ีจะแชร์ข้อมูลบางอย่างได้ใกล้ชิดกว่า สามมิตร หรือกลุ่มการเมืองอื่นในขณะที่ สี่ยอดกุมาร สายตรง รองนายกฯสมคิด ที่ให้ไปบุกเบิก พลังประชารัฐ ก็ไม่แข็งแรงพอที่จะต่อรองอะไรได้มากนัก อาศัยสัมพันธ์กับ รองนายกฯสมคิด และ กปปส. โดยเฉพาะ สนธิรัตน์ ฉีกแนวไปจับมือกับ กปปส. อย่างชัดเจนโฟกัสไปที่กระทรวงพลังงานเริ่มจากชื่อของ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แล้วมาเป็นชื่อของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และก็เปลี่ยนเป็น สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จนกระทั่งเกิดกรณีสามมิตรยื่นคำขาดจะขับสนธิรัตน์ออกจากเลขาธิการพรรค เพราะอะไร มีต่อภาคสอง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th