(ภาพ) อาวุธเด็ด - คนงานจีนลำเลียงดินที่มีสินแร่โลหะหายาก (Rare Earth) เพื่อส่งออก ที่ท่าเรือเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงสู ก่อนนำไปสกัดเอาแร่ธาตุโลหะหายาก (รูปเล็ก) ซึ่งจีนเตือนว่าอาจใช้เป็นอาวุธตอบโต้สหรัฐฯ (รอยเตอร์)สงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯกับจีน บานปลายไม่ยอมหุบ หลังทั้งสองฝ่ายขึ้นภาษีสินค้าตอบโต้กันมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ สหรัฐฯยังขึ้นบัญชีดำ “หัวเว่ย” บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลก และผู้นำเทคโนโลยี “5จี” ของจีน โดยห้ามบริษัทสหรัฐฯทำธุรกิจด้วยถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แม้ระงับไว้ก่อน 90 วันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นการสกัดกั้นจีนไม่ให้ผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีของโลก โดยใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง หาว่าหัวเว่ยมีสายสัมพันธ์กับรัฐบาล กองทัพ และหน่วยข่าวกรองของจีน ซึ่งจีนปฏิเสธมาตลอด!จีนคงอัดอั้นตันใจเต็มแก่ที่ถูกสหรัฐฯขย่มเอาๆฝ่ายเดียว จนเมื่อ 29 พ.ค. สื่อของทางการจีนขู่ว่า จีนอาจใช้อาวุธเด็ด คือ “แร่ธาตุโลหะหายาก” (Rare Earths) ตอบโต้สหรัฐฯ เพราะจีนเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุหายาก 17 ชนิดมากที่สุดถึง 95% ของทั้งโลก และปี 2557-2560 สหรัฐฯต้องนำเข้าจากจีนกว่า 80%แร่ธาตุโลหะหายากเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดมิได้ในการผลิตแทบทุกภาค ทั้งภาคพลังงานหมุนเวียน การกลั่นน้ำมัน การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสมาร์ทโฟน โทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป หลอดไฟ รถไฟฟ้า เครื่องบิน เครื่องมือแพทย์ อาวุธยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ซึ่งถ้าจีนหยุดส่งออกให้สหรัฐฯ รับรองปั่นป่วนวินาศสันตะโร ระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯกลายเป็นอัมพาตไปแทบทุกองคาพยพ!บทบรรณาธิการของ นสพ.พีเพิล’ส์ เดลี ถึงกับจั่วหัวว่า “สหรัฐฯอย่าประเมินความสามารถในการตอบโต้ของจีนต่ำเกินไป” และย้ำว่าสหรัฐฯต้องพึ่งพาแร่ธาตุโลหะหายากจากจีนมากเพียงใด ทั้งยังเตือนว่า “อย่าพูดว่าเราไม่ได้เตือนคุณ!” และก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และรองนายกฯหลิว เหอ ของจีน ก็จงใจไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตแร่ธาตุโลหะหายากแห่งหนึ่ง เป็นสัญญาณขู่ว่าจีนอาจใช้แร่ธาตุหายากเป็นอาวุธตอบโต้สหรัฐฯส่วนหัวเว่ยเองก็สู้สุดตัว โดยยื่นฟ้องศาลสหรัฐฯในเมืองพลาโน รัฐเท็กซัส เร่งรัดให้พิพากษาโดยเร็วว่า “กฎหมายให้อำนาจด้านกลาโหมแห่งชาติ” (เอ็นดีเอเอ) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาเฉพาะกิจเมื่อปีที่แล้ว และห้ามหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯซื้ออุปกรณ์ การบริการ หรือทำธุรกิจกับหัวเว่ยและบริษัทคู่สัญญาของหัวเว่ยนั้นละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯหรือไม่ หลังหัวเว่ยยื่นฟ้องศาลเมืองพลาโน คัดค้าน ก.ม.นี้ตั้งแต่เดือน มี.ค. หัวเว่ยสู้ - นายซ่ง หลิวปิง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัท “หัวเว่ย” แถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่หัวเว่ยในเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง กรณีหัวเว่ยยื่นฟ้องศาลสหรัฐฯ คัดค้านกฎหมายของสหรัฐฯ ที่สั่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯซื้อผลิตภัณฑ์และการบริการของหัวเว่ย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง (เอเอฟพี)หัวเว่ยชี้ว่าสหรัฐฯไม่เคยแสดงหลักฐานใดๆว่าหัวเว่ยเป็นภัยต่อความมั่นคง นักการเมืองสหรัฐฯใช้พลังของทั้งประเทศไล่ทุบบริษัทเอกชนจีนเพื่อกำจัดหัวเว่ย จะทำร้ายลูกค้าหัวเว่ยกว่า 3,100 ล้านรายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และจะทำร้ายบริษัทสหรัฐฯกว่า 1,200 บริษัท กระทบแรงงานในสหรัฐฯเองหลายหมื่นคนด้วยคำเตือนที่ว่า “อย่าพูดว่าเราไม่ได้เตือนคุณ” (Don’t say we did’t warn you) ปกติสื่อของทางการจีนจะใช้เมื่อจีนขัดแย้งกับชาติคู่อริในเรื่องใหญ่ๆเท่านั้น เช่น มีกรณีพิพาทด้านพรมแดนกับอินเดียในปี 2560 และก่อนจีนบุกโจมตีเวียดนามในปี 2521 คำขู่สหรัฐฯครั้งนี้จึงไม่ธรรมดา!จีนยังเคยใช้แร่ธาตุหายากเป็นอาวุธมาแล้ว โดยลดโควตาส่งออกให้ญี่ปุ่นหลังเรือยามฝั่งญี่ปุ่น 2 ลำชนเรือประมงจีนในทะเลจีนตะวันออกที่ทั้ง 2 ฝ่ายอ้างกรรมสิทธิ์ในปี 2553 ต่อมาในปี 2555 จีนก็ลดการส่งออกให้สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู) อ้างว่าต้องสงวนแร่ธาตุหายากไว้และการทำเหมืองแร่นี้ทำลายสิ่งแวดล้อม คดีนี้ถูกยื่นฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) 2 ปีต่อมาจีนก็แพ้คดีจนต้องยกเลิกระบบโควตาส่งออกแร่ธาตุหายากในที่สุดนักวิเคราะห์ชี้ว่า การใช้แร่ธาตุโลหะหายากสวนหมัดสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบรุนแรงสุดๆในระยะสั้น แต่จีนก็กลัวผลกระทบต่อตนเองในระยะยาวเช่นกัน เพราะจริงๆแล้ว มีแหล่งแร่ธาตุโลหะหายากอยู่อีกไม่น้อยทั่วโลก และจีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีแหล่งแร่ธาตุโลหะหายากในปริมาณมากปีที่แล้ว สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ประเมินว่าทั่วโลกมีแร่ธาตุโลหะหายากถึง 120 ล้านตัน อยู่ในจีนมากที่สุด 44 ล้านตัน ในบราซิล 22 ล้านตัน รัสเซีย 18 ล้านตัน ส่วนสหรัฐฯ ออสเตรเลียและชาติอื่นๆ รวมถึงเมียนมาและไทยเราก็มีไม่น้อย แต่สาเหตุที่ประเทศอื่นๆไม่ทำเหมืองแร่ธาตุโลหะหายาก เพราะกระทบสิ่งแวดล้อมรุนแรง ทั้งก่อขยะพิษ กากแร่ก็มีสารกัมมันตรังสีอันตรายถ้าจีนลดการส่งออกแร่ธาตุโลหะหายาก ทำให้ราคาพุ่งซื้อหาได้ยากขึ้น อาจกระตุ้นให้สหรัฐฯและชาติอื่นๆหันไปทำเหมืองแร่เอง และโลกในอนาคตมีนวัตกรรมใหม่ๆ อาจทำให้การพึ่งพาแร่ธาตุหายากลดลงนอกจากนี้ การ “แบน” แร่ธาตุหายากต่อสหรัฐฯ เท่ากับจีน “ราดน้ำมันลงบนกองไฟ” ขยายสงครามการค้า เทคโนโลยี ไปถึงความมั่นคงเต็มลูกสูบ ซึ่งจะไม่มีใครชนะ ทุกฝ่ายเสียหาย จีนจึงต้องคิดหนักมากแต่ถ้าถูกกดดันมากเกินไป และมี “ศักดิ์ศรี” อภิมหาอำนาจค้ำคอ...อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้!บวร โทศรีแก้ว