เนื้อวัว เนื้อสัตว์แสนอร่อยที่หลายคนหลงใหลรสชาติเป็นอย่างมาก ยิ่งหากเป็นเนื้อคุณภาพดีขึ้นชื่อ ราคายิ่งแพง การเลี้ยงโคเนื้อให้ได้คุณภาพ จะขึ้นอยู่กับการใช้อาหาร และกระบวนการจัดการเลี้ยง จึงได้คุณภาพซากเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคแต่ที่แน่ๆ อย่าใช้สารกลุ่มเบตาอะโกนิส หรือ “สารเร่งเนื้อแดง” สารดังกล่าวใช้สำหรับช่วยในการขยายหลอดลม แก้อาการหอบหืดในคน และช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัว เพราะถ้านำสารกลุ่มดังกล่าวมาใช้ในระหว่างสัตว์ เช่น สุกร วัว เพื่อช่วยทำให้สัตว์มีการสะสมไขมันลดลง มีการเจริญเติบโต และกระตุ้นให้มีปริมาณเนื้อแดงเพิ่มขึ้นเมื่อผู้บริโภคซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อวัวที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างไปรับประทานอาจก่อให้เกิดอันตราย อาทิ อาการหัวใจเต้นผิดปกติ นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน และจะแสดงอาการอย่างรวดเร็วชัดเจนในกลุ่มสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคไฮเปอร์ไทรอยด์ได้เพื่อความสบายใจของสาวกกลุ่มบริโภคเนื้อวัว สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อวัวสดจากตลาดย่านต่างๆในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5 ตัวอย่างนำมาตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบตาอะโกนิสจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ เคลนบูเทอรอล แรคโตพามีน และซัลบูทามอล ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อวัวสดทุกตัวอย่างส่วนเนื้อคุณภาพที่แสนโอชะนั้น ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่มีสีชมพูหรือแดงระเรื่อ หรือสีไม่แดงสดจนเกินไป มีไขมันหนาบริเวณสันหลัง หากตัดชิ้นเนื้อสัตว์เป็นแนวขวางจะเห็นไขมันแทรกระหว่างชิ้นส่วนบริเวณกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน และเมื่อหั่นทิ้งไว้จะมีน้ำซึมออกมาจากชิ้นเนื้อ. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย