สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบัน โดยมีแนวทางการทำงาน คือ1) สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้มีบทบาทหลัก (key actors) ในการวางแผนและดำเนินการตามแผนพัฒนาชุมชน ภายใต้การสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานกลาง 2) สนับสนุนให้ขบวนชุมชน มีบทบาทสำคัญในการวางแผนการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาของตนเอง (Demand driven) ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ไม่รอแต่การสนับสนุนจากภายนอกหรือรอทำตามแผนของหน่วยงาน (Supply driven) 3) สนับสนุนการวางแผนพัฒนาที่มีพื้นที่เป้าหมาย ให้เต็มพื้นที่ทั่วประเทศ (Nationwide development process) 4) จัดสรรและกระจายงบประมาณให้องค์กรชุมชนบริหารจัดการด้วยตนเองทั้งนี้ บทบาทสำคัญของ พอช. คือ การจัดกระบวนการพัฒนาองค์กรชุมชน (Community organizing) ในรูปแบบต่างๆ ให้ “สภาองค์กรชุมชนตำบล” ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เป็นกลไกในการเชื่อมโยงองค์กรชุมชน และภาคีพัฒนาต่างๆในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา มาทำงานแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นร่วมกันตลอดช่วง 18 ปี ในการเป็นหน่วยงานรัฐรูปแบบใหม่ ที่มีบทบาทในการหนุนเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนร่วมกับภาคีพัฒนา เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด 7,825 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการทำงานพัฒนาเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีทั่วประเทศนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.พอช. ชี้แจงว่า พอช.ได้ดำเนินการในมิติต่างๆแล้ว ดังนี้1.การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสทั้งในเมืองและชนบท ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในปี 2579” โดย พอช.รับผิดชอบ จำนวน 1 ล้าน 5 หมื่นกว่าครัวเรือนทั่วประเทศ เกิดผลการดำเนินงานคือ 1.1 โครงการบ้านมั่นคง 1.2 โครงการบ้านพอเพียงชนบท 1.3 โครงการบ้านมั่นคงชนบทในเขตปฏิรูปที่ดิน สปก.1.4 ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน 1.5 การช่วยเหลือกรณีไฟไหม้ ไล่รื้อ และภัยพิบัติ 1.6 บ้านริมคลองลาดพร้าว2.สภาองค์กรชุมชน เป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนที่รวมตัวกันในระดับตำบลหรือเมือง เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ และเป็นเวทีกลางในการผลักดันให้มีการแก้ปัญหาสาธารณะได้มีการจัดตั้งแล้ว 7,332 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 93.70 ของ อปท.ทั่วประเทศ มีสมาชิก 241,301 คน3.สวัสดิการชุมชน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล โดยสมาชิกจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนวันละ 1 บาท เป็นรายเดือนหรือรายปี มีการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลกันในหลากหลายด้าน ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการ 5,997 กองทุน มีสมาชิกรวม 5.5 ล้านกว่าคน มีเงินกองทุนกว่า 15,000 ล้านบาท นับเป็นสวัสดิการชาวบ้าน ที่แบ่งปันให้ผู้สูงอายุ เด็ก สตรี ฯลฯ ตามแต่เกณฑ์ที่ชุมชนกำหนดกันเอง4.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เป็นการหนุนเสริมให้ชุมชนวิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ ทรัพยากรและทุนภายในชุมชน วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ร่วมมือกับภาคีต่างๆ เชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน เช่น เกษตรอินทรีย์ วิสาหกิจชุมชน ท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น ดำเนินการแล้วใน 556 ตำบลนายไมตรี อินทุสุต ประธาน พอช. กล่าวว่า ปี 2562 นับเป็นจังหวะก้าวสู่ปีที่ 19 มีการดำเนินงานในเชิงปริมาณมากกว่าตอนเริ่มก่อตั้งถึงสิบเท่าตัว ผนวกกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และนโยบายใหม่ๆของรัฐบาล ทำให้ต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารขององค์กรอย่างเข้มข้นในทุกมิติโดยให้ “สภาองค์กรชุมชน” เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง บูรณาการหน่วยงานภาคีพัฒนาในพื้นที่ที่มีทุกภาคส่วนมาร่วมกันพูดคุย แลกเปลี่ยนวางแผนและทำงานร่วมกัน สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งระดับท้องที่ ท้องถิ่น และท้องทุ่งสู่ “พอช. ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นคงของมนุษย์”.อ่านคอลัมน์ที่เกี่ยวข้องสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)“ซี.12”