รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางดำเนินการคดีข้อพิพาท ที่มีนายปกรณ์ อาภาพันธุ์ เป็นประธาน ได้เชิญบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด หรือ BEM มาเจรจาเรื่องการขยายอายุสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 เพื่อยุติข้อพิพาททั้งหมดระหว่าง กทพ. กับ BEM ซึ่งสาระสำคัญในการเจรจาครั้งนี้ กทพ.ได้ขอปรับลดอายุสัญญาสัมปทานเป็นไม่เกิน 30 ปี จากผลการเจรจาเดิมเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.61 กำหนดไว้ 37 ปีส่วนเงื่อนไขอื่นๆคงเดิม ได้แก่ ส่วนแบ่งรายได้ระหว่างกทพ. กับ BEM สัดส่วน 60/40 ตลอดอายุสัมปทาน ปรับอัตราค่าผ่านทาง 10 บาท ทุก 10 ปี ส่วนการก่อสร้างทางด่วน 2 ชั้นจากอโศกไปประชาชื่น ขึ้นอยู่กับผลการศึกษากระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA รวมถึงให้บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด หรือ NECL ผู้รับสัมปทานทางพิเศษสายอุดรรัถยา หรือ ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ BEM ยกเลิกในการสงวนสิทธิ์เรียกร้องการจ่ายเงินชดเชย กรณีปริมาณจราจรบนทางด่วนสายบางปะอินฯ ลดลง 20% จากเหตุทางแข่งขัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทขึ้นอีก ซึ่งทาง BEM ยินดีรับเงื่อนไขดังกล่าว และขอกลับไปหารือภายใน ก่อนแจ้งให้ กทพ.ทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อนำเสนอที่ประชุมบอร์ด กทพ. วาระพิเศษ วันที่ 15 พ.ค.นี้ ก่อนเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป.