510 ปี ก่อน ค.ศ. ระบอบการปกครองแบบใหม่ ที่เรียกประชาธิปไตย เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ที่เอเธนส์ นครหลวงของกรีก(ย้อนรอยจักรวรรดิมหาอำนาจ แอนดรูว์ เทย์เลอร์ เขียน ศรรวริศา เมฆไพบูลย์ แปล สำนักพิมพ์ เนชั่ลแนลจีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย สำนักพิมพ์อมรินทร์ฯ)ชนชั้นสูง ชื่อไคลส์ทีนิส ทนดูแม่ทัพนายกองปกครองแบบอำนาจบาตรใหญ่ไม่ไหว เป็นผู้ชักนำว่า กฎหมายใหม่ทุกฉบับจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมัชชาประชาชนสมัชชาประชาชน ตัดสินคดีการเมือง ลงมติการทำสงคราม หรือการสงบศึกเจ้าหน้าที่ทางการ ส่วนใหญ่คัดเลือกมาจากตัวแทนชนทั้งสิบเผ่า ที่เหลือมาจากการเลือกตั้งสภามีสมาชิก 50 คน ได้รับการคัดเลือกจากชนทั้งสิบเผ่าเหมือนกันรูปแบบประชาธิปไตยในเอเธนส์ เอามาเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยสมัยใหม่ ที่มีการเลือกตั้งหลายรูปแบบ ยังห่างไกลมากกรีก พ.ศ.นั้น มีประชากร 250,000 คน แต่ผู้มีสิทธิออกเสียง เป็นพลเมืองชายผู้ใหญ่ มีอยู่ 30,000 คนและหากจะนับจำนวนผู้เลือกตั้งจริงๆ ด้วยบริเวณเนินหินนิกซ์ใกล้กับอะโครโพลิส ที่ประชุมรองรับคนมีสิทธิเลือกตั้งได้แค่ 6,000 คนเท่านั้นเองขณะประชากรที่เหลือส่วนใหญ่ ที่เป็นผู้หญิงและทาส ถูกตัดสิทธิโดยสิ้นเชิงคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยังกำหนดให้เป็นทหาร ผ่านการฝึก ต้องมีบรรพบุรุษสองฝ่ายเป็นชาวเอเธนส์คดีแพ่ง คดีอาญา สมัชชาประชาชน เลือกจากคณะลูกขุน ซึ่งเป็นพลเมืองที่มีอายุเกิน 30 ปีข้อหนึ่งในรัฐธรรมนูญเอเธนส์ยุคแรกเริ่มที่น่าสนใจ ระบุไว้ว่า หากเห็นว่าปัจเจกบุคคลผู้ใด มีอิทธิพล หรือมีอำนาจมากเกินไปสมัชชาอาจมีมติให้เนรเทศบุคคลผู้นั้น ออกจากนครรัฐเป็นเวลา 10 ปีกาญจนาคพันธุ์เขียนถึงวิธีเนรเทศแบบนี้ไว้ ในคอคิดขอเขียน เล่มที่ 4สมัยหนึ่ง อริสติเนส แม่ทัพเรือ เกิดเขม่นกับเธมิสโตรเคส แม่ทัพบก เป็นปัญหาการเมือง ที่ต้องตัดสินกันด้วยคะแนนเสียงประชาชน ผลปรากฏว่า แม่ทัพบกถูกเนรเทศออกไปก่อนเวลาผ่านไปไม่นาน คนเห่อแม่ทัพเรือพักใหญ่แล้วก็เบื่อ ต้องมีการลงคะแนนไล่รอบใหม่กระบวนการลงคะแนนไล่ ทำกันที่ลานหินที่ว่า ใช้เศษกระเบื้อง หรือเปลือกหอย เขียนชื่อคนที่อยากไล่ลงไป แล้วเอาไปใส่ไว้ในโอ่งที่ตั้งอยู่กลางลานมีเรื่องเล่า วันนั้นคนงานหยุดงาน ชาวนาหยุดทำนา ถือเศษกระเบื้องเปลือกหอยมาที่ลานเลือกตั้ง ฯพณฯ อริสติเนส ก็เดินปะปนอยู่ ชาวนาคนหนึ่งเขียนหนังสือไม่เป็น เดินเร่อร่ามาขอให้อริสติเนส ช่วยเขียนชื่อ “อริสติเนส” ให้ท่านแม่ทัพเรือถามชาวนา “ไล่เขาทำไม เขาทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจหรือ?”“เปล่า” ชาวนาบอก “แต่ได้ยินซ้ำซากว่า เขาเป็นคนตรง จนเบื่อหู”ผลคะแนนวันนั้น มีคนกาชื่อแม่ทัพเรือไว้ 6,000 คน ก็เป็นอันว่า อริสติเนส ต้องเป็นพระเวสสันดร เร่ร่อนไปบำเพ็ญพรตนอกเอเธนส์ 10 ปี ตามกติกาวิธีนี้ ฝรั่งเรียก ออสตราซิส ออกจากคำ ออสตราคอน ของกรีก ที่แปลว่า เปลือกหอยหรือกระเบื้อง น่าเสียดาย ประชาธิปไตยแบบนี้ สมัยนี้ไม่มีบ้านเมืองไหนใช้กันแล้วถ้ายังมีใช้ เวลาเราเบื่อใคร ตั้งแต่ผู้นำการเมือง แม่ทัพนายกอง พ่อค้าผูกขาด ก็ช่วยกันหาเศษกระเบื้อง เขียนชื่อใส่ลงโอ่ง ก็ไล่ไปให้พ้นหน้าได้ทันที ไม่ต้องมานั่งหวานอมขมกลืนทนเบื่อกันเหมือนวันนี้.กิเลน ประลองเชิง