กระทรวงสาธารณสุข สั่ง สสจ.ทั่วประเทศเฝ้าระวัง 7 โรค ส่อพบเพิ่มขึ้นในช่วงหน้าร้อน ทั้ง “อุจจาระร่วง-อาหารเป็นพิษ-บิด-อหิวาตกโรค-ไข้ไทฟอยด์-ไข้เลือดออก-พิษสุนัขบ้า” และ 3 ภัยสุขภาพ ที่มาพร้อมกับอากาศร้อนแดดจ้า รวมถึง “ฮีทสโตรก-จมน้ำ” เตือนมีอาการเข้าข่ายกลุ่มโรคใดรีบพบแพทย์อย่าชะล่าใจ อาจรุนแรงถึงขั้นสังเวยชีวิตใกล้ถึงช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตือนประชาชนให้ระวังโรคที่จะทำให้เจ็บป่วยได้มากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนนี้มีโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากอากาศร้อนโดยตรง ได้แก่ การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อน คือ โรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด เป็นภาวะวิกฤติที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัว หรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น เล่นกีฬา หรือฝึกทหารโดยขาดการเตรียมตัวมาก่อน หรือผู้ใช้แรงงานกลางแดด เป็นต้น อาการของโรคฮีทสโตรกคือ อ่อนเพลีย หน้ามืด หากมีอาการรุนแรงผู้ป่วยจะตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นลม ซึ่งบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวอีกว่า 2.โรคและภัยสุขภาพที่เป็นผลจากอากาศร้อนแล้งและแดดจ้า ได้แก่ ผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่มีภูมิประเทศเป็นป่าเขา จึงเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าได้ง่าย ประกอบกับมีการเผาขยะต่างๆ และเผาไร่สวน เพื่อเตรียมที่ดินไว้สำหรับทำการเกษตร ดังนั้น ปัญหาผลกระทบทางสุขภาพจากหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือจึงยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง เช่น หญิงมีครรภ์ เด็กเล็ก เป็นต้น และกลุ่มที่มีอาชีพเสี่ยง เช่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน 3.โรคติดต่อที่พบมากขึ้นในฤดูร้อน ได้แก่ โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค และไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หนอนพยาธิฯ ซึ่งช่วงฤดูร้อนเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี หากได้รับเชื้อจะมีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ อุจจาระอาจพบเยื่อมูกและมีเลือดปน ในบางรายมีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ คร.จึงขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ ในส่วนอาหารที่ปรุงประกอบไว้นานแล้ว เช่น ข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้งนพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า 4.โรคติดต่อที่มีรายงานการระบาดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค และสามารถพบได้ทุกกลุ่มอายุ หากป่วยแล้วจะมีอาการไข้สูงโดยฉับพลัน ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขน ขา ข้อพับ ถ้ามีไข้สูง 2-3 วันไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และโรคพิษสุนัขบ้า สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าร้อนอากาศร้อนจัด อาจทำให้สัตว์หงุดหงิดง่าย จึงขอให้ระมัดระวังตนเองและบุตรหลานไม่ให้ถูกสัตว์กัดข่วน โดยขอให้ยึดหลัก “คาถา 5 ย.” เพื่อลดความเสี่ยงการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าคือ อย่าแหย่ให้สัตว์โมโหเพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ อย่าเหยียบบริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ อย่าแยกสัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบ จานข้าวหรืออาหารขณะสัตว์กำลังกิน อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย และ 5.ภัยสุขภาพในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ การจมน้ำ ส่วนใหญ่เกิดจากเด็กจะชวนกันไปเล่นน้ำเพื่อคลายความร้อนโดยลำพัง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไทยเสียชีวิต ซึ่ง คร.ได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนให้ระมัดระวังโรคและภัยสุขภาพไปยังสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) ทั่วประเทศให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคในพื้นที่ หากประชาชนเจ็บป่วยหรือมีอาการผิดปกติอย่าชะล่าใจ ขอให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงถ้าเจ็บป่วยแล้วมักมีความรุนแรงมากกว่าคนปกติ