ในแวดวงการทูตและการต่างประเทศของไทยต้องสูญเสียบุคลากรทางการทูตคนสำคัญไปอย่างน่าเสียดายในการจากไปของนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสหรัฐอเมริกาการเสียชีวิตของ ท่านทูตวีรชัย ถึงแม้จะเกิดขึ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ก็ถือเป็นการเสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยแท้ เพราะความเป็นทูต ความเป็นตัวแทนประเทศไทยในต่างแดนอย่างเป็นทางการนั้นดำรงอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง มิใช่เฉพาะเวลาราชการเท่านั้นท่านทูตวีรชัย เป็นเพชรน้ำเอกของกระทรวงการต่างประเทศ มีประวัติการศึกษาและการทำงานที่ยอดเยี่ยม เรียนชั้นประถมและมัธยมต้นที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ มัธยมปลายที่เตรียมอุดมศึกษา เข้าเรียนนิติศาสตร์จุฬาฯแล้วไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยปารีส นองแตร์ ไปจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส และเมื่อเข้ารับราชการแล้วได้เข้าไปเรียน วปอ.รุ่น 50 (วปรอ.รุ่น 20) รุ่นเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเส้นทางการรับราชการของ ท่านทูตวีรชัย ก็เป็นไปอย่างน่าสนใจ โดยเริ่มแรก เข้ารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศในตำแหน่ง เลขานุการตรี กองแอฟริกาและกลุ่มประเทศอาหรับ กรมการเมือง (ในขณะนั้น) เมื่อปี 2530 แล้วย้ายไปอยู่กองกฎหมาย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นเลขานุการตรี แล้วเลื่อนเป็นเลขานุการโท ออกไปประจำการต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2533 เป็นเลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อยู่ 4 ปี แล้วย้ายกลับมาเป็นนิติกร 6 กองกฎหมาย เจ้าหน้าที่การทูต 7 กองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ตามลำดับช่วงหนึ่งในชีวิตราชการของ ท่านทูตวีรชัย ในปี 2541 ได้โอนไปเป็น นักวิชาการพาณิชย์ 8 คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา อันเป็นตำแหน่งข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ อยู่ประมาณ 3 ปี เพื่อช่วยดูแลงานทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครบวาระแล้วโอนกลับมากระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้อำนวยการกองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ในปี 2544 เป็นรองอธิบดีกรมเศรษฐกิจ ปี 2547 และอธิบดีกรมเศรษฐกิจ ปี 2549พอปี 2550 ได้เป็น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ระหว่างนั้นได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งจริงจังและรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและทางราชการเต็มที่จนสร้างความไม่พอใจให้รัฐมนตรีในสมัยนั้นจึงถูกย้ายเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงในปี 2551 อยู่ระยะหนึ่ง 2-3 เดือนแต่ปีเดียวกันก็ได้กลับไปเป็น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายตามเดิมต่อมาปี 2552 เป็น เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์อยู่ 5 ปีเศษ ก่อนย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และเข้าดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561เวลาประมาณ 1 ปี ท่านทูตวีรชัย ดำรงตำแหน่ง ทูตวอชิงตัน ได้ทำหน้าที่ในการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและรักษาประโยชน์ของประเทศไทยได้ดีเลิศเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย อีกทั้งมีความกว้างขวางในสังคมการทูตที่นั่นเพราะเป็นที่รู้จักมักคุ้นในการทำงานระหว่างประเทศมายาวนานผลงานอันยอดเยี่ยมของ ท่านทูตวีรชัย ที่ฝากไว้กับประเทศชาติและประชาชนคือการเป็น หัวหน้าทีมประเทศไทย ในการต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารในศาลโลก โดยกระทรวงการต่างประเทศช่วงนั้นเล็งเห็นว่าจะต้องมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแน่จึงเตรียมการรับสถานการณ์ด้วยการส่ง ท่านอธิบดีวีรชัย ซึ่งขณะนั้นเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย รอบที่สอง ไปเป็น เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีที่ตั้งสถานทูตอยู่ที่ กรุงเฮก เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ และเป็นที่ตั้งของศาลโลกด้วย ท่านทูตวีรชัย ก็ได้ทำหน้าที่นี้สำเร็จลงด้วยดีโดยรักษาประโยชน์ของชาติไว้ได้มากที่สุดขอให้หลับสนิทชั่วนิจนิรันดร์สำหรับ วีรชัย-วีรชน ของคนทั้งชาติ.“ซี.12”