คดีความของนายตำรวจระดับสารวัตร ที่กำลังขัดแย้งกับนายพันทหารบก กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ เพราะทั้ง 2 คนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 45ความจริงเรื่องนี้มันนานแล้ว แต่จนแล้วจนรอด พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ ตั้งมหากิจศิริ หรือสารวัตรชิน กับ พ.ต.ธงธน มากจันทร์ ยังตกลงกันไม่ได้ความขัดแย้งเริ่มมาจากภรรยาของทั้ง 2 คนคือ น.ส.ภากัญ มากจันทร์ เปิดร้านตัดเครื่องแบบชื่อลายพรางร่วมกับสามี พ.ต.ธงธน มาชักชวนให้ น.ส.พัชริดา ดลภาวิจิต ภรรยาสารวัตรชิน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ตำรวจมาตัดเครื่องแบบด้วยผ้าสีกากี สนว.01เพราะได้โควตามาเป็นแสนหลาทำให้ตัดได้ถูกกว่าท้องตลาดเพียงชุดละ 1,500 บาท!เงินที่ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ฝ่าย พ.ต.ธงธนรับไป 1,300 บาท ส่วนภรรยาสารวัตรชินได้ค่าประชาสัมพันธ์ชุดละ 200 บาทหลังประกาศรับตัดเครื่องแบบไปตามหน่วยงานตำรวจต่างๆ ตำรวจแห่มาสั่งตัดกว่า 5,000 คน เก็บค่ามัดจำลูกค้าชุดละ 1,000 บาท ส่งให้ร้านลายพรางชุดละ 650 บาท ที่เหลืออีก 350 บาท ภรรยาสารวัตรชินเก็บไว้เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค.2560 บอกว่าตัดเดือนเดียวเสร็จ แต่จนถึงเดือน มี.ค.2561 ยังไม่มีใครเห็นชุดที่สั่งตัด ตามทวงมากๆส่งมาให้บางส่วน แต่ไม่ใช่สีกากี สนว.01 อย่างที่ตกลงกัน!?มีการเจรจากันหลายครั้ง เรื่องขอเงินกว่า 5 ล้านบาทคืน ผู้บังคับบัญชาทั้งตำรวจและทหารรู้ดีสารวัตรชินตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี หลังตำรวจส่งสำนวนให้อัยการเรื่องเงียบไป 3 เดือน ก่อนส่งหนังสือสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ธงธน และภรรยากลับมาให้!อ้างเหตุผลว่า สารวัตรชินไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง และบอกด้วยว่า ผู้ถูกกล่าวหาส่งมอบเครื่องแบบตำรวจให้ลูกค้าไปหมดแล้ว ไม่เห็นมีใครต่อว่าหรือส่งคืน?สารวัตรชินเลยเล่นไม้ตาย ลุยไปถึงโรงเรียนเสนาธิการทหารบก!ร้อนถึง “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบความผิดจะถูกลงโทษสถานหนักเพราะรู้ว่า ผ้าสีกากี สนว.01 ที่เอามาอ้าง สำคัญขนาดไหน?"สหบาท"