กว่าหกสิบปี สมัยที่ยังไม่มีวิทยุทรานซิสเตอร์ วิทยุยังใช้ถ่านไฟฉายเป็นกระบะ เด็กบ้านจนๆ ฟังวิทยุจากบ้านคนรวย... เพลงหนึ่งที่คุ้นหูจนจำได้เพลง “มนต์การเมือง” สุเทพ โชคสกุล แต่ง คำรณ สัมบุญณานนท์ ร้องอ่านแต่เนื้อเพลงเป็นตัวหนังสือ จืดชืดไป เด็กรุ่นใหม่ใช้ไอโฟน เป็น ลองเปิดฟัง น่าจะได้อารมณ์กว่าเสียงโฆษณาของนักการเมือง ยกเอาแต่เรื่องที่ดีงามมาพูดจา มีหนังมาฉายให้ชาวไร่ชาวนา ได้ดูได้ชมกันทั่วหน้า ระรื่นตื่นตากันทั่วไปจะสร้างไอ้โน่นจะทำไอ้นี่ที่ยังขาดแคลน ทั่วทุกถิ่นทุกแดนฟังดูช่างแสนจะชื่นใจ ถนนหนทางลำคลองจะสร้างให้มากมาย เลิกเลี้ยงวัวเลี้ยงควายจะซื้อรถไถให้มาไถนาดีอกดีใจแต่นี้ต่อไปคงสุขอารมณ์ ชาวนาพากันชื่นชมนิยมดังเขาพูดมา พอเป็นผู้แทนนั่งแท่นอยู่ในสภา ตั้งหลายปีที่ผ่านมาจะไถนายังต้องใช้ควายถนนหนทางที่ว่าจะสร้างก็ยังไม่มี มันกินอิฐทรายกันป่นปี้ถนนจะมีกันได้อย่างไร เขาเป็นผู้แทนกันยังไม่ทันเท่าไหร่ ทรัพย์สินเงินทองมีมากมาย มันน่าแปลกใจเมื่อคิดขึ้นมาปากบอกรักชาติผมฟังอนาถใจจริง เห็นแต่เขาจะช่วงจะชิงตำแหน่งใหญ่ยิ่งกันในสภา วิ่งเต้นหาเสียงกินเลี้ยงกันใหญ่ตามเหลาตามบาร์ บางคราวยกพวกเข้าเข่นฆ่า มันเหลือระอาผู้แทนเมืองไทยผมขอวิงวอนราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน ไอ้พวกชอบโกงชอบกิน ไอ้พวกกังฉินอย่าเลือกเข้าไป เลือกแต่คนดียังมีอยู่อีกมากมาย แล้วพี่น้องจะสุขใจจะพาชาติไทยเรารุ่งเรืองผู้รู้บอกว่า เพลงมนต์การเมือง ดังเมื่อราวๆปี พ.ศ.2495 สมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม คนชอบฟังวิทยุก็เปิดซ้ำ แต่บางเวลาก็เงียบไป จะมีผู้มีอำนาจ หรือนักการเมืองบาดใจ ทนฟังเพลงเสียดสีตัวเองไม่ไหว สั่ง “แบน”หรือคนฟังมโนกันไปเอง ไม่มีหลักฐานยืนยันแต่เรื่องที่แอบซุบซิบกัน เช่นเพลง กลิ่นโคลนสาบควาย ปรีชา บุญญเกียรติ ร้อง ขึ้นต้นว่า “อย่าดูหมิ่นชาวนา เหมือนดั่งตาสี เอาผืนนาเป็นที่พำนักพักพิงร่างกาย”...เคยถูกสั่งห้ามเปิดบางครั้งเขาว่ากันว่า เพราะ “สี” เป็นชื่อคุณปู่ของท่านผู้นำ ท่านฟังแล้วไม่สบายใจสมัยเผด็จการ ไม่ว่ายุคไหน อย่างเพลงประเทศกูมี เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้เสมอทบทวนเนื้อเพลง มนต์การเมือง เป็นกรณีศึกษา จากสมัยนั้นผ่านเลยมาถึงสมัยนี้ 66 ปี ชาวนาทันสมัยใช้รถไถ จนเลิกเลี้ยงควายกันไปหมดแล้วจะถือว่าเป็นความสำเร็จของนักการเมืองก็คงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าชาวนาขืนใช้ควายไถนาต่อไป นอกจากไม่ทันเพื่อน ไม่ทันกิน ยังไม่ทันโลกท่อน “มีหนังมาฉาย” เลือกตั้งสมัยนี้ กกต.ท่านห้าม แค่ให้มีรถโฆษณาหาเสียงท่อนเด็ด “ถนนหนทางที่ว่าจะสร้างก็ยังไม่มี มันกินอิฐทรายกันป่นปี้” เรื่องถนนเป็นอดีตไปแล้ว ถือเป็นผลงานผู้แทนก็ได้ นอกจากจะมีถนนถึงบ้าน ไฟฟ้าก็ตามติดต่อด้วยท่อน “เขาเป็นผู้แทนกันยังไม่ทันเท่าไหร่ ทรัพย์สินเงินทองมากมาย ...นักการเมืองหลายคนร่ำรวยแบบน่าแปลกใจ ปัจจุบันก็ยังเป็นกันอยู่ท่อนจบ สุดท้าย “ขอวิงวอนราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน ไอ้พวกชอบโกงชอบกินไอ้พวกกังฉินอย่าเลือกเข้าไป” วันนี้...ใครฟังแล้ว ชอบก็น่าจะเอามาใช้ได้อีกจะดัดแปลงให้เข้าสมัย ถ้าต้องเลือกระหว่างพรรคเผด็จการ กับพรรคโกง อย่าเลือกพรรคโกงเข้าไป...ก็ไม่เลว.กิเลน ประลองเชิง