ผู้นำสูงสุด–อยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบัน โบกมือทักทายฝูงชนก่อนกล่าวสุนทรพจน์ ระหว่างไปพบปะชาวอิหร่านจาก จ.อาร์เซอร์ไบจานตะวันออก ในกรุงเตหะราน (รอยเตอร์)สัปดาห์ที่แล้ว พูดถึง “การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน” เมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งส่งผลให้อิหร่านเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็น “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” หลังจาก “ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี” กษัตริย์องค์สุดท้ายถูกโค่นล้มใน พ.ศ.2522 และ “อยาตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี” ขึ้นมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด จากนั้นสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาตลอด...วันนี้มาว่ากันต่อครับ!หลังการปฏิวัติอิสลามได้ปีกว่าๆก็เกิด “สงครามอิรัก-อิหร่าน” ขึ้น หลังประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก ฉีกสนธิสัญญา ค.ศ.1975 ว่าด้วยกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำยุทธศาสตร์ “ชัตต์ อัล-อาหรับ” ซึ่งแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีสไหลมาบรรจบกัน จากนั้นอิรักก็กรีฑาทัพบุกโจมตีอิหร่านแบบสายฟ้าแลบเมื่อ 22 ก.ย. 2523มูลเหตุใหญ่มาจากซัดดัม ฮุสเซน นับถืออิสลามนิกายสุหนี่ ขณะที่ฝ่ายโคมัยนีนับถืออิสลามนิกายชีอะห์ อิหร่านยังสนับสนุนกบฏชาวเคิร์ดชนกลุ่มน้อยในอิรัก สงครามอิรัก-อิหร่านกินเวลา 8 ปี มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 680,000 คน ก่อนยุติลงเมื่อ 20 ส.ค.2531 หลังทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับมติสงบศึกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)หลังสงครามสงบไม่ถึง 1 ปี โคมัยนีก็ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 3 มิ.ย.2532 และ อยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่เดือน ต.ค.2524 ก็ขึ้นมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดแทน ขณะที่นาย อัคบาร์ ฮาเชมิ ราฟซานจานี ผู้นำหัวอนุรักษนิยมสายกลาง ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในปี 2536 ซึ่งระหว่างกุมอำนาจ เขาส่งเสริมรัฐบาลที่เปิดกว้างขึ้นและเร่งฟื้นฟูประเทศหลังสงครามประธานาธิบดีคนต่อมาคือ โมฮัมหมัด คาตามี ผู้นำหัวปฏิรูป ซึ่งกุมอำนาจ 2 สมัย ช่วงปี 2540-2548 แต่เขาต้องต่อสู้กับฝ่ายอนุรักษนิยม และในเดือน ก.ค.2542 เผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลาม นิสิตนักศึกษาที่สนับสนุนคาตามีปะทะกับตำรวจถึงขั้นนองเลือดในยุคคาตามี ความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐฯ ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยปี 2538 สหรัฐฯสั่งปิดกั้นทางการค้าและการเงินต่ออิหร่านโดยสิ้นเชิง จากนั้น 29 ม.ค.2545 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็ขึ้นบัญชีดำอิหร่านให้เป็น 1 ใน 3 “อักษะปีศาจ” (Axis of Evil) ร่วมกับอิรักและเกาหลีเหนือ โทษฐานสนับสนุนการก่อการร้ายความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่านยิ่งแย่ลง หลังมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ผู้นำสายอนุรักษนิยมสุดโต่ง ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีแทนคาตามี เมื่อ 25 มิ.ย. 2548 ซึ่งหลังขึ้นกุมอำนาจได้เดือนเศษ เขาประกาศว่าจะลบล้าง “อิสราเอล” พันธมิตรหมายเลข 1 ของสหรัฐฯในตะวันออกกลางออกจากแผนที่โลก ในช่วงที่เขากุมอำนาจ 2 สมัย อิหร่านยังเริ่มเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตรชี้ว่าอิหร่านต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยืนยันมาตลอดว่ามีโครงการนิวเคลียร์เชิงพลเรือนเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ไม่ใช่ด้านการทหารหลังชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในปี 2552 อาห์มาดิเนจาดก็สั่งกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงสายปฏิรูปทั่วประเทศอย่างโหดเหี้ยมเฉียบขาด ทำให้ขบวนการปฏิรูปถูกทำลายย่อยยับ ที่ลี้ภัย–ชาวอิหร่านเข้าเยี่ยมชมบ้านที่อยาตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี อดีตผู้นำการปฏิวัติอิสลามอิหร่านเคยอาศัยอยู่ ระหว่างการลี้ภัยเกือบ 14 ปี ที่ถนนอัล–ราซูล ใกล้มัสยิดอิหม่าม อาลี ในเมืองนาจาฟของอิรัก (เอเอฟพี)ต่อมาเมื่อ 15 มิ.ย. 2556 ฮัสซัน รูฮานี ผู้นำสายกลาง ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีมาจนถึงปัจจุบัน ในยุครูฮานี ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ดีขึ้นมาก ถึงขั้นที่เขาและประธานาธิบดีบารัค โอบามา โทรศัพท์คุยกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจากันโดยตรงนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อ 14 ก.ค.2558 อิหร่านยังลงนาม “ข้อตกลงนิวเคลียร์” ฉบับประวัติศาสตร์กับ 6 ชาติมหาอำนาจของโลก (P5+1) นำโดยสหรัฐฯ หลังเจรจากันถึง 21 เดือน โดยภายใต้ข้อตกลง อิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รวมทั้งการส่งออกน้ำมันแต่เดือน ม.ค.2559 “ซาอุดีอาระเบีย” พันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ซึ่งนับถือนิกายสุหนี่และแย่งชิงอิทธิพลกับอิหร่านมายาวนาน รวมทั้งพันธมิตรหลายชาติในภูมิภาค ก็ประกาศตัดหรือลดความสัมพันธ์กับอิหร่าน หลังซาอุฯ ประหารชีวิตผู้นำศาสนานิกายชีอะห์คนสำคัญ จุดชนวนความขัดแย้งรุนแรงขึ้นจากนั้นอิหร่านก็ถูกพันธมิตรตะวันตกกล่าวหาว่าสนับสนุนการก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง และแทรกแซงกิจการภายในของชาติอาหรับอื่นๆ รวมทั้งเข้าร่วมทำสงครามกลางเมืองในซีเรียและเยเมน ทั้งยังไปจับขั้วกับ “รัสเซีย” ในศึกซีเรียด้วยรูฮานีชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อ 19 พ.ค.2560 ด้วยเสียงสนับสนุนจากฝ่ายปฏิรูปและเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่เขาถูกโจมตีว่าละทิ้งคนยากจน หลังใช้นโยบายรัดเข็มขัดเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และปลายเดือน ธ.ค.2560 เกิดการประท้วงรุนแรงต่อต้านรัฐบาลหลายวัน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ยิ่งเลวร้ายถึงขีดสุด เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นกุมอำนาจและประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน เมื่อ 8 พ.ค. 2561 จากนั้นสั่งคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง 2 ระลอกเมื่อเดือน ส.ค. และ พ.ย. 2561 และเตรียมคว่ำบาตรหนักขึ้น รวมทั้งห้ามส่งออกน้ำมันทั้งหมดแม้ถูกเล่นงานหนักหน่วง ผู้นำอิหร่านก็ไม่ยี่หระ ขู่จะตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างสาสมถ้าถูกโจมตีก่อน สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียด ถ้าไม่รีบปลดชนวน อาจนำไปสู่สงครามใหญ่ที่หลายฝ่ายหวั่นกลัว!บวร โทศรีแก้ว40 ปี ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (1)