คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระที่ถูกรีเซ็ตพ้นตำแหน่งทั้งคณะ แต่ยังหาคณะกรรมการชุดใหม่มารับหน้าที่แทนไม่ได้ ปรากฏในจดหมายเปิดผนึกขององค์กรภาคประชาชน ระบุว่า สนช.รับรองผู้ผ่านการสรรหาเพียง 2 คน และไม่รับรองถึง 5 คน ไม่เป็นไปตามหลักการปารีส ที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการสรรหา กสม.จดหมายเปิดผนึกขององค์กรภาคประชาชนนับร้อยองค์กรกล่าวว่า มติของ สนช.เป็นการจงใจปฏิเสธผู้ที่ทำงานภาคประชาชน และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ กสม. ไทยถูกลดระดับจากกลุ่มบีเป็นกลุ่มซี ซึ่งมีสถานะต่ำสุด ไม่สามารถร่วมประชุมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติผู้ที่ทำงานองค์กรภาคประชาชน 5 คน ผ่านการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน มีกรรมการประกอบด้วย ประธาน สนช. ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิ อาจารย์ นายกสภาทนายความ ผู้แทนสภาวิชาชีพทางการแพทย์ และสื่อ มวลชน ล้วนแต่เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับนับถือ แต่ไม่ผ่าน สนช. ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.กสม.เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระ ที่ถูกโละพ้นตำแหน่งทั้งคณะ เช่นเดียวกับ กกต.ที่ต้องแต่งตั้งใหม่โดย สนช. และกำลังถูกสังคมจับตามองด้วยความสงสัย ถูกการเมืองครอบงำหรือแทรกแซงหรือไม่ ขณะที่ ป.ป.ช.ถูกอุ้มให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งที่กรรมการบางคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เป็นองค์กรที่ถูกสงสัยว่าถูกการเมืองแทรกแซง มีปัญหาความน่าเชื่อถือทำไมจึงจงใจอุ้มบางองค์กร และจงใจโละบางองค์กร ทั้งๆที่ทุกองค์กรต่างได้รับแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อน น่าจะไม่ใช่ธรรมดา แต่น่าจะมาจากการคิดพิจารณาโดยสุขุมลุ่มลึก เนื่องจาก กกต.มีอำนาจตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจการเมือง และ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนดำเนินคดีทุจริตของข้าราชการและนักการเมือง จึงควรเป็นมิตรกับ คสช.ส่วน กสม.แม้จะไม่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายเหมือนกับ กกต.และ ป.ป.ช. แต่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ และขุดคุ้ยเรื่องราวนักการเมืองและข้าราชการ ถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญทุกฉบับจึงบัญญัติคุณสมบัติพื้นฐานของ กสม.ไว้ตรงกันว่าต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และต้องให้ภาคเอกชนร่วมสรรหาสนช.มาจากการแต่งตั้งของ คสช. สมาชิกส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ อาจไม่ไว้วางใจผู้ทำงานภาคประชาชน มองว่า จ้องจับผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ สนช.อาจต้องการ กสม.จากภาครัฐมากกว่า น่าเป็นห่วงว่ามีความรู้และเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนลึกซึ้งแค่ไหน ตัวอย่างคือการปฏิบัติต่อเด็กสาวชาวซาอุฯ ที่เกือบส่งกลับเพื่อรับชะตากรรมร้ายแรง.