รัฐบาลกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯเป็นองค์ประธานประชุมอำนวยการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 26 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล “วิษณุ” เผยตั้ง คณะกรรมการ 7 ชุดเตรียมงาน ขณะที่เดือน เม.ย. เริ่มพิธี “พลีกรรม” ตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 4 พ.ค.63 เป็นวัน “ฉัตรมงคล” ตลอดรัชกาลนี้ ด้านมหาเถรสมาคมมีมติทุกวัดทั่วประเทศเจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง วันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมจัดบวช 6,810 รูป-ปฏิบัติธรรม เฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่งและเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ต้องจารึกไว้ คืองาน “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ที่ไทยทั้งแผ่นดินต่างปลื้มปีติยินดี เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อชมพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อรับทราบหมายกำหนดการพระราชพิธี ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผบ.เหล่าทัพ และผู้แทนสำนักพระราชวังเข้าร่วมต่อมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การแถลงรายละเอียดขอเป็นหลังวันที่ 26 ม.ค. เนื่องด้วยในวันดังกล่าวนั้น เวลา 17.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะทรงพระกรุณา เสด็จเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะมีประธานองคมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา เข้าร่วมประชุมด้วย มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนายวิษณุกล่าวอีกว่า จะแบ่งเป็นคณะกรรมการต่างๆ 7 คณะ ประกอบด้วย1.ฝ่ายพิธีการ มีตนเป็นประธาน2.คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัย มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน3. คณะกรรมการฝ่ายโครงการต่างๆ มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน4.คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน5.คณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการเสนองบประมาณ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน6.คณะกรรมการในส่วนของการทำจดหมายเหตุและ 7.กรรมการในส่วนประสานงานต่างๆซึ่งเป็นชุดย่อยลงไป หลายเรื่องในที่ประชุมวันนี้ต้องนำความกราบบังคมทูลในวันที่ 26 ม.ค. ก่อน บางเรื่องต้องขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงบางเรื่องต้องนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละออง ธุลีพระบาทด้วย จึงไม่สามารถแถลงได้นายวิษณุกล่าวว่า เบื้องต้นขณะนี้หมายกำหนด การออกมาแล้วว่า พระราชพิธีจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน 1.การเตรียมการเบื้องต้น 2.พระราชพิธีเบื้องกลาง และ 3.ส่วนที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่องเบื้องปลาย โดยพระราชพิธีเบื้องกลางคือ ตัวพระราชพิธีที่มี 3 วัน คือวันเสาร์ที่ 4 พ.ค. วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. วันจันทร์ที่ 6 พ.ค. แต่พิธีเบื้องต้นที่นำหน้ามาก่อนนั้น มีเกือบเต็มทั้งเดือน เม.ย. โดยจะเริ่มจากพิธี “พลีกรรม” คือพิธีตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. กระทั่งสิ้นเดือน เม.ย. ต่อด้วยเดือน พ.ค.ในวันที่ 2-3 พ.ค. ต่อจากนั้นจะเข้าสู่พิธีเบื้องกลาง ซึ่งเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4-6 พ.ค. โดยวันสำคัญที่สุดคือวันที่ 4 พ.ค. ที่ในปีนี้เป็นวันบรมราชาภิเษก แต่ในปีหน้าวันที่ 4 พ.ค.63 จะไม่ใช่วันบรมราชาภิเษก เพราะบรมราชาภิเษกไปแล้ว จึงเป็นวันที่ระลึกถึงการบรมราชาภิเษก ซึ่งปีหน้าวันที่ 4 พ.ค.63 จะเรียกว่า “วันฉัตรมงคล” และจะเรียกตลอดไปในรัชกาลนี้รองนายกฯกล่าวอีกว่า ส่วนกิจกรรมเบื้องปลายต่อเนื่องหลังวันที่ 6 พ.ค. คือในวันที่ 8-9 พ.ค. เป็นพระราชพิธีพืชมงคล หลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมของรัฐบาลและประชาชน ที่จะจัดน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ตรงนี้หลายๆ อย่าง ต้องรอให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องประชุมกันอีกทีเมื่อถามว่า หลังประชุมวันที่ 26 ม.ค.จะได้ข้อสรุปกระบวนการงานพระราชพิธีครบถ้วนใช่เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ครบทุกอย่าง วันนี้เท่าที่มีการรายงานในที่ประชุม ได้มีการเตรียมงานกันไปเองก่อนแล้ว ถือว่าลุล่วง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าสำหรับงานพระราชพิธีน่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า น่าจะคงยาวไปตลอด แต่จะไม่กระทบต่อเหตุการณ์บ้านเมืองวันเดียวกันที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เสด็จเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการหารือตามที่สำนักพระราชวังประกาศว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติและราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.2562 เพื่อให้พสกนิกรประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกันร่วมแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์นายสิปป์บวรกล่าวต่อไปว่า ในการนี้ คณะสงฆ์โดยมหาเถรฯและสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบโครงการบรรพชาอุปสมบทและปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยกำหนดจัดโครงการทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และวัดไทยในต่างประเทศ ดังนี้1.โครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติฯ ทั่วประเทศ 6,810 รูป ระยะเวลา 15 วัน2.โครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด จัดปฏิบัติธรรมระยะเวลา 7 วัน หรือตามความเหมาะสม3.พิธีทำบุญตักบาตร วันที่ 4 พ.ค. เวลา 07.00 น. และตั้งโต๊ะหมู่พระฉายาลักษณ์4.ให้ทุกวัดทั่วประเทศเจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง ในวันที่ 4 พ.ค. เวลาเดียวกันกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สำหรับกำหนดการจัดกิจกรรมทั้งหมดดังกล่าวจะมีการหารืออีกครั้งว่าจะจัดวันใด แต่เบื้องต้นจะเริ่มจัดในช่วงวันพิธีบรมราชาภิเษก