“ผมเป็นเด็กเกเร พูดจาไม่ดีกับแม่ โดดเรียนเป็นประจำ รวมตัวกัน 30–40 คนไปแว้นเป็นกลุ่มๆ กินเหล้า ชอบก่อเรื่องทะเลาะวิวาท กลับบ้านเกือบสว่าง”จักรพงษ์ สารครศรี หรือ “โต้ง” เด็กหนุ่มจากเมืองร้อยเอ็ด วัย 20 ปี บอกเล่าถึงประสบการณ์ความซ่าของตัวเองเมื่อ 6-7 ปีก่อน ทว่าในเช้าวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องพลิกชีวิตหลังกลับบ้านมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น กินกับข้าวที่แม่ทำรอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเสร็จ น้าสาวก็เดินมาบอกว่าแม่ของโต้งน็อกหมดสติต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน หมอบอกว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ รีบไปโรงพยาบาลเห็นแม่นอนนิ่งอยู่บนเตียง สมองมันตื้อไปหมด ร้องไห้หนักมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร เงินทองก็ไม่มีที่จะรักษาแม่แต่เหมือนฟ้ามาโปรด ลุงได้ให้หยิบยืมเงินมาทำบอลลูนขยายเส้นเลือดหัวใจ จนแม่ผ่านนาทีเป็นนาทีตายมาได้...“แม่ผมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เพราะพ่อเลิกกับแม่ตอนผมอายุแค่ 2 ขวบ เราจึงมีกันแค่สองคน ตอนผมมีเรื่องแล้วไปจบลงที่ห้องขังบนโรงพัก คนที่ไปประกันตัวทุกครั้งก็หนีไม่พ้นแม่ของผม”นี่คือจุดพลิกผัน วินาทีนั้นเลยตั้งใจว่าจะกลับเนื้อกลับตัว ห่างจากเพื่อนเกเร ละทิ้งการเป็นเด็กติดเกม แล้วหันมาตั้งใจเรียน ตอนแรกตั้งใจจะเรียนต่อมัธยมปลายเพื่อเป็นครู แต่ด้วยทางบ้านยากจนไม่มีทุนส่ง เลยตัดสินใจไปเรียน ปวช. ที่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เพราะที่นี่มี “ทุน” ให้ “เรียน”“ยิ่งเรียนก็ยิ่งชอบ จากที่เคยเป็นคนชอบเล่นเกมอยู่แล้วเป็นทุนเดิม พอมาเรียนรู้ทฤษฎีการออกแบบ อาจารย์ก็หางานมาป้อนให้แลกกับเงินค่าขนม เก็บหอมรอมริบจนซื้อโน้ตบุ๊กมือสองเป็นของตัวเองมาฝึกฝนสร้างสรรค์งานผ่านหน้าจอ”ขึ้นปี 3 เริ่มเขียนโปรแกรมได้ก็ตระเวนแข่งขันเพื่อพิสูจน์ตัวเองและได้เงินรางวัลมาแบ่งเบาภาระครอบครัว ชีวิตสนุกกับการเรียนจนจบ ปวช. และ ปวส. อาจารย์ที่สนิทกันได้แนะนำให้ไปสมัครทำงานในบริษัท SYN Commercial ที่ จ.ขอนแก่น...บริษัทแห่งนี้รับทำซอฟต์แวร์ระบบการขายออนไลน์ครบวงจร ทำให้ได้โคจรมาพบกับ “เขื่อน” หรือ ชิตวีร์ จงเรียน วัย 26 ปี มนุษย์ไอทีอีกคนจาก จ.มหาสารคาม ซึ่งต่อมาเขาทั้งสองได้กลายมาเป็นคู่หูกันในทีม “TrexcodeJr” และจับมือลงแข่งในเวที TechJam 2018 งานแข่งขันด้านไอทีรายการใหญ่ระดับประเทศที่จัดโดย กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ “KBTG” บริษัทเทคโนโลยีของไทยที่อยู่ในเครือธนาคารกสิกรไทย จากแชมป์ภาคอีสานมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่เพิ่งแข่งกันไปเมื่อไม่นานมานี้เขื่อน เล่าให้ฟังว่า สนใจไอทีมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเกมแต่ไม่ติด ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะวิทยาการสารสนเทศ ใช้เวลาว่างฝึกเขียนโปรแกรมจนรู้สึกว่าชอบทางนี้ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ จบแล้วก็มาทำงานตรงสายงาน คือ เป็นโปรแกรมเมอร์สะท้อนได้จากชื่อทีม “TrexcodeJr” ที่เขื่อนนำ 3 คำมารวมกันคือ T–Rex...เป็นไดโนเสาร์พันธุ์หนึ่ง และขอนแก่นก็เป็นถิ่นกำเนิดของไดโนเสาร์หลายพันธุ์ กับคำว่า Code...คือนักเขียนโปรแกรม หรือโปรแกรมเมอร์ และคำสุดท้าย Jr คือ จูเนียร์ เนื่องจากทั้งเขื่อนและโต้งนับว่ายังเป็นเด็กในศาสตร์แขนงนี้“วันที่ KBTG มาจัดแข่งที่ภาคอีสาน โต้งมาถามผมว่าพี่ไปแข่งรายการนี้กันมั้ย มันเท่ดีนะ เราเห็นประกาศแข่งขันก็คิดว่าเป็นเรื่องดีที่มีบริษัทใหญ่เห็นความสำคัญของเด็กต่างจังหวัด ยกเวทีมาประกวดให้คนอย่างพวกผมที่อยู่ห่างไกลได้แสดงศักยภาพกัน เป็นการปลดล็อกเด็กต่างจังหวัดได้สัมผัสกับเวทีใหญ่ด้านไอที”เราต้องออกไปชาเลนจ์ตัวเอง ไปท้าพิสูจน์ความสามารถด้านดีไซน์การออกแบบว่าจะสู้กับเด็กในกรุงเทพฯได้มั้ย เป็นคำตอบที่เขื่อนบอกกับโต้งโครงการ “TechJam 2018” มีรูปแบบการแข่งขันที่มีความยิ่งใหญ่และเข้มข้น โดยใช้ช่องทางออนไลน์ ถ่ายทอดการแข่งขันแนวใหม่ที่ดึงศักยภาพ...ความสามารถของผู้แข่งขันออกมาไม่ว่าจะเป็น วิธีคิด วิธีการทำงาน ไหวพริบ ตัวตนของผู้เข้าแข่งขัน ภายใต้ทักษะความสามารถทางเทคโนโลยีและการออกแบบ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของยุคสมัยแห่งอนาคต การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 สาขา ได้แก่ 1.Code Squad สำหรับผู้มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม 2.Data Squad สำหรับผู้มีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล 3.Design Squad สำหรับผู้มีทักษะด้านการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์“เขื่อน” กับ “โต้ง” เลือกแข่ง Design Squad เนื่องจากมั่นใจว่าตัวเองมีความถนัด โดยเขื่อนชอบการออกแบบความคิด ส่วนโต้งคิดว่าเทคนิคการดีไซน์ของตัวเองไม่น้อยหน้าใครน่าสนใจว่าแนวคิดการออกแบบสร้างคอมมูนิตี้ให้กับแอปขายสินค้าได้ชนะใจคณะกรรมการจนคว้ารางวัลชนะเลิศ และได้รับโอกาสไปศึกษาดูงานแหล่งนวัตกรรมด้านไอที ณ ซิลิคอน วัลเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาจากฝันในวัยเด็กของทั้งสองที่จะต้องไปสหรัฐอเมริกาให้ได้สักครั้งในชีวิต วันนี้...เด็กหนุ่มจากที่ราบสูงได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้แล้ว ด้วย...หัวใจ สมอง และความมุ่งมั่นเขื่อน มองว่า “TechJam” เป็นเวทีพิสูจน์ว่าเด็กไอทีในต่างจังหวัด อยู่ห่างความทันสมัย จริงๆก็มีครีเอทีฟติงกิ้ง มีความคิดสร้างสรรค์ด้านโปรแกรมการออกแบบคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างไอเดียได้ไม่แพ้ใครเช่นเดียวกับ โต้ง ที่มองว่า “TechJam” ได้เปิดโลกทัศน์เด็กบ้านนอกอย่างพวกผมได้พิสูจน์ตัวเองให้บริษัทใหญ่ได้รับรู้ว่ายังมีคนเก่งๆในภูมิภาคอีกจำนวนไม่น้อย และต้องชื่นชมที่มีการจัดแข่งใน 4 ภาค ถ้าจัดแข่งในกรุงเทพฯ พวกผมคงไม่มีโอกาสได้ไปแข่ง เพราะมีงานประจำต้องทำโต้ง ยังบอกด้วยว่า ช่วงที่ทำงานใหม่ๆได้สมัครเรียนต่อปริญญาตรี แต่สุดท้ายต้องยุติการเรียนและหันมาเอาดีกับการเรียนด้านครีเอทีฟดีไซน์จากโลกออนไลน์ซึ่งตรงกับความสนใจมากกว่า เพื่อก้าวต่อไปเป็นสตาร์ตอัพในอนาคตอันใกล้ให้ได้ ผมอยากฝากบอกเพื่อนๆในวัยเดียวกันที่ยังคึกคะนอง เกกมะเหรกเกเร ขอให้เชื่อฟังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ และหันมาสนใจการเรียน เลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ เพื่อสร้างชีวิตและอนาคตให้ตัวเอง“TechJam 2018 เป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้คนทั่วประเทศได้มาแข่งขันในทักษะที่เป็นหัวใจในการสร้างอนาคตของประเทศ และยังเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนกลุ่มนี้ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันแบบไร้ขีดจำกัด”ทีมที่เข้าแข่งขันในปีนี้มีความหลากหลาย มีสีสันอย่างมาก เช่น ผู้แข่งขันอายุน้อยที่สุด คือ 14 ปี และมากสุด คือ 60 ปี บางทีมมาแบบเดี่ยว...แข่งเป็นทีมคู่เพื่อน ทีมคู่อาจารย์-ลูกศิษย์ ทีมคู่แม่-ลูกและที่พิเศษคือ ทีมคู่สามี...ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ จึงเป็นทีมเดียวที่มีสมาชิก 3 คน แถมยังคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง สาขา Data Squad มาได้อีกด้วยสำหรับด้านการศึกษามีตั้งแต่คนที่จบปริญญาเอก อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา นักเรียนมัธยมปลายที่สามารถทำคะแนนได้ดีเยี่ยมจนคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง Code Squadหรือ...แม้กระทั่งผู้ที่ตัดสินใจไม่เรียนต่อและมุ่งมั่นทำงานที่ตนชอบและถนัด ซึ่งเป็นหนึ่งสมาชิกในทีมที่คว้าแชมป์ Design Squad ครั้งนี้ นับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสไว้กว้างสำหรับผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริงๆยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของเวทีแห่งนี้ยังต้องการให้ครอบครัว คนรอบตัวของคนที่สนใจเทคโนโลยีและการออกแบบ โดยเฉพาะพ่อแม่ได้เข้าใจ และส่งเสริมเด็กๆมากขึ้น ที่สำคัญ...ทำให้เห็นว่าสายงานนี้มีอนาคตและเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศ“ไทยแลนด์ 4.0” ต้องเกิด...ยิ่งโลกหมุนเร็วเท่าไหร่ การพัฒนาคนให้ทันโลกก็ยิ่งจำเป็น.