หลังมีกระแสกดดัน...ให้ยกเลิกประกาศ ป.ป.ช. ที่กำหนดให้ประธานสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง “ต้อง” ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.มิฉะนั้นประธานสภาและคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐ และมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 81 แห่ง จะนัดไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งกันระนาวส่งผลให้สภามหาวิทยาลัยไม่ครบองค์ประชุม “เกิดสุญญากาศ” กระทบการบริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศอย่างมโหฬารแต่ปรากฏว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ยอมถอยตามแรงกดดันดังนั้น ประธานสภามหาวิทยาลัย และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐทุกคนจึง “ต้อง” แจ้งบัญชีทรัพย์สินตัวเองและคู่สมรสต่อ ป.ป.ช.ตามกติกายกเว้น...สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานสภามหามกุฏราชวิทยาลัยเท่านั้น ที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเมื่อ ป.ป.ช.ไม่ยอมยกเลิกประกาศ ป.ป.ช. ประธานสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. จะทยอยยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกันสะบึมส์ส่วนผู้ที่สมัครใจอยู่ต่อก็ต้องทำบัญชีทรัพย์สินเพื่อยื่นต่อ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันปัญหาคือ การกำหนดให้ประธานสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีเวลาทำบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวและคู่สมรส รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเพียง 30 วันมันสั้นเกินไปคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงผ่อนผันให้ขยายเส้นตายแจ้งบัญชีทรัพย์สินจาก 30 วัน เป็น 60 วัน เพื่อให้เวลาสำรวจทรัพย์สินและจัดทำบัญชีทรัพย์สินอย่างพอเพียงส่วนประธานสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ยื่นใบลาออกไปก็ต้องแต่งตั้งคนใหม่เข้าไปเสียบตำแหน่งที่ว่างลงเพื่อให้การบริหารงานมหาวิทยาลัยไม่สะดุดหยุดกึกกลางคัน“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าเหตุผลที่ ป.ป.ช.กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐทุกคน ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ได้รับเงินเดือนประจำ รับแต่เบี้ยประชุมอย่างเดียว ยังต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.เพราะโดยข้อเท็จจริง ประธานสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติใช้จ่ายเงินของมหาวิทยาลัยโดยตรงมีอำนาจอนุมัติโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินเกิน 200 ล้านบาทขึ้นไปมีอำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปมีอำนาจอนุมัติให้มหาวิทยาลัยกู้ยืมเงิน หรือการถือหุ้น หรือการร่วมทุนครบวงจรดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยจึงต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เพื่อแสดงความโปร่งใสและเพื่อป้องกันการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือตัวเองการที่ ป.ป.ช.ไม่ยอมถอยตามแรงกดดันจึงถูกต้องแล้วทุกประการสุดท้าย “แม่ลูกจันทร์” ผิดหวัง อจ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ผู้เขียนรัฐธรรมนูญที่โฆษณาว่าเป็น “ฉบับปราบโกง” และเป็นผู้เขียน “พ.ร.บ.ป.ป.ช. ฉบับปราบโกง” มาเองกับมือแทนที่ อจ.มีชัย จะเป็นผู้นำแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.โชว์เป็นตัวอย่างให้สังคมยกย่องชื่นชมท่านอาจารย์มีชัย เกจิกฎหมายมือหนึ่งของ คสช.กลับแจวอ้าวลาออกจากตำแหน่งประธานสภามหาวิทยาลัยก่อนใครๆเพื่อไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.ตามกติกางานนี้มหาบุรุษมีชัยเสียรังวัดไปบานตะเกียง.“แม่ลูกจันทร์”