พัฒนาการด้านวิชาการยุคนี้ก้าวไกล สร้างสรรค์สิ่งดีงามหลายสิ่ง หลายอย่างให้เกิดขึ้นได้...!วันนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงเป็นครั้งแรกที่ลงมือศึกษาวิจัยวงจรชีวิตเม่นทะเล เพื่อหาลู่ทางส่งเสริมเกษตรกรเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจแต่สำหรับประเทศญี่ปุ่น ศึกษาพัฒนาการเลี้ยงหอยเม่นมาอย่างยาวนาน รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำมาทำเป็นเมนูต่างๆไว้รับประทานให้ถูกหลักอนามัยได้มากมายหลายอย่างนายศุภกานต์ ชัยโชติรานันท์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ประจำศูนย์วิจัยแห่งนี้ กล่าวว่า หลังจากศูนย์นำหอยเม่นดำขนยาว หอยเม่นดำขนสั้น หอยเม่นแต่งตัว และหอยเม่นแต่งตัวเขียวมาศึกษาวิจัยอย่างละเอียดจนสามารถเพาะพันธุ์ “หอยเม่นดำขนยาว” ได้เป็นผลสำเร็จ สำหรับใช้เป็นแนวทางศึกษาในการเพาะพันธุ์เม่นสายพันธุ์อื่นที่สามารถบริโภคได้ ขั้นตอนเริ่มแรกเกิดจากการปล่อยไข่ออกมาจำนวน 1 ล้านฟองหลังจากเลี้ยงตัวอ่อนอายุได้ 5 เดือน จะเหลือรอดเพียง 980 ตัว ถือเป็น ภาวะปกติตามธรรมชาติที่สัตว์น้ำเมื่อเกิดลูกปริมาณมาก มักมีอัตราการรอดน้อยเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการศึกษาเพาะพันธุ์และอนุบาลตัวอ่อน กระทั่ง หอยเม่นเจริญเติบโตแข็งแรงเป็นจำนวนมาก หากเลี้ยงในที่แคบ หนามยาวของหอยเม่นจะเกี่ยวพันกันแล้วร่วงลงสู่ก้นบ่อจึงต้องเลี้ยงในพื้นที่ที่มีขนาดเหมาะสมและไม่หนาแน่น ส่วนการบริโภค ไข่เม่นที่ได้รับความนิยม คือ เม่นสายพันธุ์ญี่ปุ่น บริโภคกันมากในประเทศญี่ปุ่น และประเทศเวียดนามส่วนประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยม แต่จากข้อมูลพบว่าขณะนี้พบชาวบ้าน บางส่วน และชาวประมงเกาะสมุยบริโภคหอยเม่นดำขนยาวกันแล้ว แต่ยังต้อง ศึกษาให้ทราบข้อมูลให้ชัดว่า สายพันธุ์ใดบริโภคแล้วปลอดภัยจากนั้นจึงจะก้าวหน้าต่อยอดไปสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจให้เกษตรกรไทย ได้เพาะเลี้ยงสร้างรายได้...!พลไชย ภิรมย์ศรี