หวยออกแล้ว...รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์การเมืองไปสู่เลือกตั้งใหม่ 24 ก.พ.62 จากนี้ไปคงไม่ต้องถามกันให้ ปวดหัว มาแบบนี้คงได้รัฐบาลใหม่บริหารประเทศ มิ.ย.62 จะราบรื่นหรือไม่ต้องลุ้นข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ข้ามไปอีกก้าว เมื่อรัฐบาลได้กางไทม์ไลน์อันหมายถึงกำหนดการก่อนถึงวันเลือกตั้ง24 กุมภาพันธ์ 2562 วันหย่อนบัตรน่าจะลงตัวแล้วว่าในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะนักการเมืองจะต้องปฏิบัติหากไม่อยากพลาดลงสนามเลือกตั้ง นั่นคือจะต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อน 26 พ.ย.6111 ธ.ค.61 กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้จะต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จใน 150 วัน (วันสุดท้ายคือ 9 พ.ค.62)อยู่ที่จะกำหนดให้เป็นแบบไหนจะเอา 90 วันเต็มๆไปเลยหรือเอาแค่ 60 วันเชื่อว่าคงไม่ยาวนานถึง 90 วันแน่เดือนนี้เช่นกันจะมีการประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมกับปลดล็อกคำสั่ง คสช.ข้ามไปปี 2562เริ่มจาก ม.ค. กกต.จะออกประกาศ กำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร จำนวน ส.ส.ในแต่ละเขตรับสมัคร ส.ส.โดยให้เวลา 5 วันพรรคจะต้องแจ้งชื่อบุคคลที่จะเสนอรายชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ กกต.ออกประกาศก็จะรู้แหละว่าพรรคไหนจะส่งใครขึ้นไปชิงนายกฯ15 ก.พ. สนช.จะต้องหยุดภารกิจในการพิจารณากฎหมาย24 ก.พ.62 เลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ 1 บัตร 1 เบอร์ 350 คน24 เม.ย. กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันนับจากเลือกตั้งกว่าจะเรียบร้อย กว่าจะได้นายกฯ ได้รัฐบาลใหม่ ได้ประธานสภาผู้แทนใหม่ ประธานวุฒิสภาก็ล่วงไปเดือน พ.ค.โน่นแหละ...และรัฐบาลชุดใหม่จะบริหารประเทศได้เต็มตัวเป็น มิ.ย.เตรียมตัวเตรียมใจรอรัฐบาลใหม่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่ก่อนจะถึงวันนี้หน้าที่สำคัญของประชาชนก็คือการหย่อนบัตรเลือกตั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อประเทศไทยมาก เพราะหลังจาก คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศมาถึงวันนี้ก็เกือบจะ 5 ปีแล้วว่างเว้นจากการเลือกตั้งมานานพอสมควรบทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมาน่าจะทำให้คนไทยได้ตื่นรู้การเมืองในหลาก หลายรูปแบบด้วยตัวเองการตัดสินใจเลือกใคร พรรคไหนจึงมีความสำคัญไม่น้อยโชคดีของคนไทยอย่างหนึ่งกับการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือมีตัวเลือกมากขึ้น มีผู้อาสามากขึ้น มีพรรคการเมืองมากขึ้นจะจิ้มใคร พรรคไหนจึงต้องตัด สินใจให้ดีเพราะหากผิดพลาดซํ้าอีกการเมืองก็กลับเข้าสู่วังวนเก่ากว่าจะได้แก้ตัวก็ต้องรอไปอีก 4 ปี หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุก่อนได้ว่าไปแล้วการเมืองที่จะต่อสู้กันในสนามเลือกตั้งก็พอมองเห็นชัดระหว่าง “พรรคเพื่อ” กับ “พรรคพลัง”ฝ่ายไหนสามารถรวบรวมเสียงได้มากกว่ากันคำตอบก็จะออกมาแบบนั้นมาถึงตรงนี้พรรคตระกูล “เพื่อ” ดูท่าจะมีปัญหาภายใน เพื่อไทยนั้นแม้จะผ่านการแก้ไขค่อนข้างราบรื่นแต่ไส้ในหาเป็นเช่นนั้นไม่?ทุกอย่างไปเด่นดังที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) มากกว่า เนื่องจากเป็นที่สะสมนักการเมืองในเครือข่าย “แม้ว-ปู” เพียบยังมีอีกชื่อ “พลังปวงชนไทย” มี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็นหัวเรือใหญ่งานนี้ต้องพูดว่าเทกันหมดหน้าตัก เลยทีเดียว!!!“ลิขิต จงสกุล”