อาหารไทยเป็นอาหารมีความหลากหลายทางรสชาติ และมีเสน่ห์แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอาหารไทยโบราณที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจง ส่วนผสมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องปรุง หรือเครื่องเคียง ต่างถูกคิดค้นจัดวางร่วมกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัว แม้กระทั่งการนำสมุนไพรบางชนิดมาเป็นส่วนผสม ก็สามารถให้สรรพคุณเป็นยาคลายอาการของโรคได้ เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ “ธนาคารกสิกรไทย” ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์อาหารไทยโบราณ จึงจัดกิจกรรม “สรรพรสสำรับโบราณ ย้อนรอยตำนานอาหารไทย” ขึ้น และได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษนี้แก่ลูกค้ากลุ่ม “เดอะ วิสดอม” เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความละเมียดละไมของรสชาติอาหารไทยโบราณ ที่หารับประทานได้ยากในปัจจุบัน โดยมี เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ เจ้าของร้านอาหารไทย “โบ.ลาน” ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ รวมถึงมีประสบการณ์ เคยได้ร่วมงานกับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในต่างประเทศ และเคยได้รับรางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดของเอเชียประจำปี 2556 เป็นผู้รังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณสำรับใหญ่เชฟโบได้เล่าถึงที่มาของการเริ่มทำอาหารไทยว่า เรื่องของอาหารและประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่เธอสนใจ และเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดร้านโบ.ลาน ขึ้น เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสรู้จักกับอาหารไทยแบบดั้งเดิม รวมถึงให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจความเป็นไทยและรสชาติของอาหารไทยอย่างแท้จริง ซึ่งสูตรและวิธีทำเมนูอาหารส่วนใหญ่ เธอได้มาจากการศึกษาและเทียบเคียงจากตำราอาหารโบราณหลายเล่ม เช่น แม่ครัวหัวป่าก์ โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์, ของคาว ของหวาน โดยหม่อมเจ้าหญิงจันทร์เจริญ รัชนี, ตำรับสายเยาวภา ของสายปัญญาสมาคม, น้ำพริก โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นต้น สำหรับเมนูแนะนำวันนี้ เป็นอาหารว่างพอดีคำอย่าง แป้งจี่แปลงหน้ากุ้ง ม้าอ้วน และ พะแนงไก่ย่าง สำหรับแป้งจี่นั้น เดิมเป็นขนม แต่เมื่อนำของคาวอย่างกุ้งมาผสมก็กลายเป็นอาหารคาวได้อย่างลงตัว เครื่องปรุง แป้งจี่แปลง : แป้งข้าวเหนียวดำ 1 ถ้วย/แป้งข้าวเหนียวขาว 1/2 ถ้วย/น้ำปูนใส 1/2ถ้วย/เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเส้น 1/2 ถ้วย/ใบโหระพา 1 ถ้วย/ใบมะกรูดซอย 1/4 ถ้วย/น้ำมันมะพร้าว สำหรับทากระทะ/ พริกแกงแดง 1/2 ถ้วย/กะทิแตกมัน 1/2 ถ้วย/น้ำปลาชิมพอชอบ/น้ำตาลมะพร้าว ชิมพอชอบ/น้ำมะขาม เปียก ชิมพอชอบ/ใบโหระพา 1/4 ถ้วย/ ใบมะกรูดซอย 1 หยิบมือ/กุ้งสับ 3/4 ถ้วย/รากผักชี 1/4 ถ้วย/กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ/พริกไทย หยิบมือวิธีทำ1) ผัดเครื่องแกงแดง กับกะทิแตกมันจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะขามเปียก พอได้รสที่ชอบแล้วใส่ใบโหระพา และใบมะกรูดซอย พักไว้ 2) ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกัน เทน้ำปูนใสลง แล้วนำมาผสมแกงแดงที่ผัดไว้ 3) ใส่มะพร้าวขูดลง ผสมให้เข้ากัน 4) จากนั้นใส่ใบโหระพา และใบมะกรูด ซอย ผสมให้เข้ากัน พอเปียก แต่ไม่เหลวมากนัก ถ้าแห้งไปสามารถเติมหัวกะทิและน้ำปูนใสได้ พักไว้สักครึ่งชั่วโมง5) ทาน้ำมันมะพร้าวลงบนกระทะ และใช้ช้อนคาวตักแป้งหยอดลง ขนาดเท่าเหรียญสิบ พอสุกหนึ่งข้างกลับด้าน ไฟไม่ต้องแรงมาก 6) โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย กับเกลือเล็กน้อย แล้วนำกระทะขึ้นตั้งไฟใส่น้ำมันนิดหน่อยผัดเครื่องโขลกสามเกลอให้หอม 7) แล้วใส่กุ้งสับลง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลทรายไม่ขัดขาว ผสมใบมะกรูดซอย 8) โรยหน้ากุ้งลงบนแป้งจี่ และถ้าชอบประดับด้วยผักชีได้เครื่องปรุง ม้าอ้วน : หมูสับ 1/2 ถ้วย/กุ้งสับ 1/2 ถ้วย/แห้ว หรือมันแกว 3/4 ถ้วย/เนื้อปู 1/2 ถ้วย/ผักชีซอย 3 ช้อนโต๊ะ/แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ/รากผักชี 5 ราก/ไข่ขาวเป็ด 2 ฟอง/กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ/พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ/น้ำปลา ตามชอบ/ ไข่แดงเป็ด 4 ฟอง/เกลือ 1 หยิบมือ/ผักชี/พริกชี้ฟ้าแดงวิธีทำ1) โขลกรากผักชี พริกไทย เกลือเข้าด้วยกัน ใส่ในชามผสม ตามด้วยหมูสับ กุ้งสับ แห้ว หรือมันแกวหั่นเต๋า 2) ไข่ขาวที่แยกไว้จากไข่แดง แป้งมัน ผสมให้เข้ากัน 3) แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ถ้าชอบเติมน้ำตาลทรายได้นิดหน่อย 4) ใส่ผักชีซอย 5) แล้วนำลงนึ่งในลังถึงใช้ไฟแรง ชิมรส แล้วปรุงตามชอบใจ 6) ไข่แดงที่แยกไว้ให้กรองผ่านผ้าขาวบาง เติมเกลือนิดหน่อย 7) นำหมูสับกุ้งสับที่ปรุงแล้วใส่ลงในถ้วยตะไล ปาดให้เรียบ ไม่ต้องใส่เต็มมากนัก 8) แล้วนำเข้าลังถึงนึ่งไฟกลาง 9) แล้วบีบไข่แดงลง วางผักชีหนึ่งใบกับพริกชี้ฟ้าด้านบน พร้อมด้วยเนื้อปูก้อน แล้วนึ่งอีกครั้งให้ไข่แดงสุกเครื่องปรุงพะแนงไก่ย่าง : เครื่องแกงพะแนง 1 ถ้วย/หัวกะทิ แตกมัน 3/4 ถ้วย/น้ำปลา ตามชอบ/น้ำตาลมะพร้าว ตามชอบ/น้ำมะขามเปียก ตามชอบ/ใบมะกรูด 10 ใบฉีกก้านกลางออก/เนื้อน่องไก่ติดสะโพก 600 กรัม/หัวกะทิ อย่างน้อย 200 มิลลิลิตร/ใบมะกรูดซอย 3 ช้อนโต๊ะ/ถั่วลิสงคั่วเลาะเปลือก บุบพอแตกวิธีทำ1) ตั้งกระทะทองใส่หัวกะทิที่แตกมันแล้ว ลงผัดกับเครื่องแกงพะแนง 2) ใส่ใบเตยมัดปมลงผัดให้หอม 3) ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก 4) ถ้าชอบใส่หัวกะทิเคี่ยวแกงให้พอขลุกขลิก แล้วแบ่งเป็นสองส่วนพักไว้ 5) หมักไก่ไว้ในส่วนแรกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง 6) ส่วนที่สองที่พักไว้ ปรุงให้ได้รสตามชอบใจ 7) เติมหางกะทิให้พอราดได้ 8) นำไก่ที่หมักไว้ขึ้นย่างด้วยไฟอ่อนๆ 9) นำน้ำแกงที่หมักไก่ไว้ทาลงบนเนื้อไก่ที่ย่างเรื่อยๆพอสุก แล้ว 10) ให้นำเครื่องแกงส่วนที่สองทาลงบนไก่ โรยด้วยถั่วลิสงคั่วและใบมะกรูดซอย.