ชาวนายุคก่อน ทำนาต้นทุนต่ำ ไม่ใช่เพราะยุคก่อน สารเคมี ปุ๋ยเคมียังไม่มี แต่มาจากชาวนารุ่นก่อนให้ความสำคัญในจุดเริ่มต้นของการทำนา นั่นคือ...การลูบเทือก หรือการปรับระดับพื้นนาผิดกับชาวนายุคนี้ มองว่าเสียเวลา เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า...ให้ความสำคัญแต่ใส่ปุ๋ยเคมีทั้งที่การปรับพื้นนาก่อนลงมือปลูกข้าวนั้นสำคัญมาก จะเรียกว่าสำคัญที่สุดก็ว่าได้“การลูบเทือก ทำแล้วสิ่งที่ชาวนาจะได้รับ นั่นคือ ช่วยลดต้นทุนได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ลดการใช้เมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะนาหว่าน เพราะเมื่อพื้นนาราบเรียบได้ระดับ อัตรางอกจะสูง โอกาสเมล็ดพันธุ์แช่น้ำจนเน่าแทบไม่มี ชาวนาไม่ต้องเสียเวลาหว่านซ่อมใหม่ การปล่อยน้ำขังเพื่อกำจัดวัชพืชยังทำได้ง่าย ผลที่ตามมาเกษตรกรไม่ต้องเสียค่าแรงกำจัดวัชพืช และไม่ต้องเสียค่าสารเคมี”นายกฤษณพงษ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รักษาการอธิบดีกรมการข้าว ยังบอกถึงประโยชน์ของการลูบเทือก ยังช่วยร่นเวลาให้ปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยน้ำ ทำได้ง่าย รวดเร็ว ด้วยการปล่อยน้ำให้ชักพาปุ๋ยกระจายได้ทั่วทั้งแปลงส่งผลให้ต้นข้าวเจริญเติบโตเท่ากันทั่วทั้งแปลง ข้าวตั้งท้อง ติดรวงสุกแก่พร้อมกันถึงเวลาขายได้ราคาดี เพราะเป็นข้าวเกรดพรีเมียม...เนื่องจากข้าวอ่อนแก่สุกไม่เท่ากัน เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ชาวนาถูกกดราคาเป็นประจำนี่แหละข้อดีของการลูบเทือกที่ชาวนายุคนี้กำลังลืมเลือน ที่ยังพอมีให้เห็นกันบ้างแถว จ.สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา...สังเกตได้แม้ข้าวในตลาดโลกจะถูกจะแพง ชาวนาแถบนี้ไม่มีปัญหาม็อบเหมือนที่อื่น เพราะลูบเทือก ทำให้มีต้นทุนต่ำ ผลผลิตมีคุณภาพ ทำยังไงก็คุ้มเรื่องแบบนี้อย่าเมินมองข้ามเด็ดขาด รู้ไหมประเทศที่เคยปลูกข้าวไม่พอกิน วันนี้ส่งออกข้าวขายแข่งกับเราได้ อย่างเวียดนาม นั่นเพราะรัฐบาลให้การสนับสนุนชาวนาเน้นการปรับระดับพื้นที่นาก่อนปลูก แถมวันนี้จีนยังมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีปรับพื้นนาอย่างขนานใหญ่แล้วไทยจะเอายังไง จะสู้เขาได้ไหม...พรุ่งนี้มาว่ากันเรื่อง เทคโนโลยีลูบเทือกยุคดิจิทัลกัน.สะ–เล–เต