เกิดเหตุสังหารหมู่ด้วยอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกาอีกแล้ว เมื่อนายโรเบิร์ต บาวเออร์ส ชายผิวขาว วัย 46 ปี ใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม 1 กระบอก ปืนพกสั้น 3 กระบอก บุกกราดยิงฝูงชนในโบสถ์ของชาวยิว “ทรี ออฟ ไลฟ์” (ต้นไม้แห่งชีวิต) ที่เขตสเคอร์เริล ฮิลล์ เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 ต.ค. ขณะกำลังมีพิธีตั้งชื่อเด็กทารกในวันสะบาโต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 6 คน รวมทั้งตำรวจ 4 นาย โดยมี 2 คนบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายบาวเออร์สถูกจับกุมหลังยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่นาน 20 นาที และถูกยิงหลายนัดได้รับบาดเจ็บถูกส่งเข้าโรงพยาบาลระหว่างกราดยิงบาวเออร์สตะโกนว่า “คนยิวทุกคนต้องตาย” เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาก่อเหตุคนเดียว และเป็นคนในท้องถิ่นที่ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม เขามีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนและซื้อปืนอย่างน้อย 6 กระบอกตั้งแต่ปี 2559 เหตุร้ายครั้งนี้นับเป็นการโจมตีต่อต้านชาวยิวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯยุคใหม่ เจ้าหน้าที่ยังระบุว่าโพสต์ของเขาในโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยข้อความเกลียดชังชาวยิว รวมทั้งชี้ว่า “สมาคมช่วยผู้อพยพฮีบรูว์” องค์กรผู้ลี้ภัยชาวยิว นำผู้รุกรานเข้าสหรัฐฯ และฆ่าชาวอเมริกันตนจะไม่อยู่นิ่งเฉยด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯสั่งฟ้องบาวเออร์สในคดีอาญาถึง 29 กระทง รวมทั้งใช้อาวุธปืนก่อฆาตกรรม 11 กระทง ขัดขวางการแสดงความเชื่อทางศาสนาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 11 กระทง ใช้อาวุธปืนก่อความรุนแรง 3 กระทง และจะฟ้องเพิ่มในข้อหาก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง ซึ่งเขาอาจต้องโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตผู้นำทั่วโลกต่างส่งสารแสดงความเสียใจและประณามการสังหารหมู่ครั้งนี้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงว่าเป็นการฆาตกรรมหมู่ที่ชั่วร้าย ผู้ก่อเหตุเป็นปีศาจ บ้าคลั่ง สหรัฐฯควรเพิ่มบท ลงโทษประหารชีวิตในกฎหมาย แต่ระบุว่าเหตุกราดยิงนี้แทบไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ทรัมป์ยังสั่งลดธงชาติตามอาคารรัฐบาลลงครึ่งเสาจนถึง 31 ต.ค. เพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิต และจะเดินทางเยือนพิตต์สเบิร์กในเร็วๆนี้ส่วนนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงว่า ตนใจสลายและสยดสยองจากเหตุสังหารหมู่ชาวยิวครั้งนี้ ขณะที่ชุมชนชาวยิวใน สหรัฐฯต่างแสดงความตกตะลึงและเศร้าเสียใจ ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประณามการก่อความรุนแรงต่อต้านชาวยิวครั้งนี้ และสั่งให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโบสถ์และศาสนสถานของชาวยิวทั่วฝรั่งเศส.