เป็ดพะโล้ ที่เคยกินตามร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดทั่วๆ ไป ล้วนมีกรรมวิธีในการทำที่เหมือนๆ กัน คือนำเป็ดไปต้มกับเครื่องพะโล้ แต่สำหรับเป็ดพะโล้โบราณที่จะนำเสนอในวันนี้ มีกรรมวิธีการทำที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เพราะจะใช้น้ำตาลมะพร้าวมาเคี่ยวให้ข้น จนได้กลิ่นหอมของน้ำตาลกับสามเกลอ (รากผักชี พริกไทย กระเทียม) ทำให้เป็ดที่ต้มออกมาหวานหอมอร่อย โดยไม่ต้องใส่เครื่องพะโล้ของจีน และเวลารับประทานราดด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับกระเทียมสด แนมด้วยพริกชี้ฟ้าสด อร่อยล้ำจนต้องบอกต่อคุณนา-รัตนวรางค์ วินทกร ได้สูตรการทำเป็ดพะโล้โบราณนี้มาจากญาติของสามี (ดร.อธิโชค วินทกร) ที่สุไหงโก-ลก ทำขึ้นโต๊ะเลี้ยงญาติๆ เธอจึงขอสูตรมาทดลองทำกับคุณสามี ซึ่งทั้งคู่จะชอบทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ถึงกับทำแปลงปลูกผักปลอดสารเคมีไว้เต็มพื้นที่บ้านเลย ซึ่งมีตั้งแต่ ผักกาดขาว คะน้า กะหล่ำปลี กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน จิงจูฉ่าย ผักหวานป่า กะเพรา พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า รวมถึงกล้วยหอม กล้วยน้ำหว้า และยังปลูกไม้ยืนต้นอีกหลากหลายชนิด ทั้งมะกอกน้ำที่ไม่มีเมล็ด (คิดค้นเอง) สะเดา ชมพู่ ต้นกฤษณา รวมถึงเลี้ยงปลาในบ่อซิเมนต์อีกด้วย แม้แต่ปุ๋ยหมักชีวภาพก็ทำเอง รวมทั้งเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำมูลไว้รดผักและต้นไม้ และยังทำน้ำยาจากสมุนไพรไทยไว้ไล่แมลงจำพวกเพลี้ยและศัตรูพืชทั้งหลาย เรียกว่าทำเองหมดทุกอย่าง จึงหมดห่วงเรื่องอาหารอาบสารพิษโดยส่วนตัวคุณนาก็ทำอาหารเก่งมาตั้งแต่เด็กๆ โดยมีครูดี คือคุณน้าสอนการทำอาหารไทยโบราณ พอเธอแต่งงานเจอสามีที่ชอบเรื่องเดียวกัน จึงกลายเป็นพลังในการทำอาหารยกกำลังสอง เครื่องปรุงเป็ดพะโล้ : เป็ด 1 ตัวขนาดประมาณ 1½-2 กก. น้ำตาลมะพร้าว ½ กก.รากผักชี 10 รากพริกไทยดำ 2 ช้อนโต๊ะพริกไทยขาว 2 ช้อนโต๊ะกระเทียมจีน 20 กลีบเกลือ 1 ช้อนชา ถ้าไม่เค็มเติมได้ตามชอบน้ำเปล่า 2 ลิตรน้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ......วิธีทำ 1) โขลกรากผักชี กระเทียม 7 กลีบ เกลือ พริกไทยดำ พริกไทยขาว ให้ละเอียดแล้วนำลงผัดกับน้ำมันให้หอม แล้วพักไว้2) นำน้ำตาลมะพร้าวลงเคี่ยวในกระทะ กับน้ำมันที่เหลือจากผัดเครื่อง โดยใช้ไฟอ่อนมากๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาลไหม้ เคี่ยวจนน้ำตาลออกสีเข้ม เรียกว่าโล้น้ำตาล คือการเคี่ยวน้ำตาลให้เป็นสีเข้มเหมือนสีพะโล้ แต่ไม่ใช้เครื่องพะโล้3) เมื่อน้ำตาลเป็นสีเข้มแล้วนำเป็ดสดทั้งตัว หรือจะแล่เป็นชิ้น เช่นส่วนอก ส่วนน่อง เพื่อสะดวกในการทำ ไม่ต้องใช้หม้อใบใหญ่ นำเป็ดใส่ลงในกระทะ ตามด้วยเครื่องที่ผัดจนหอม4) เติมน้ำมันหอย และน้ำเปล่าให้ท่วมเป็ด เคี่ยวไปประมาณ 3 ชั่วโมง เนื้อเป็ดจะนุ่ม ทดสอบด้วยการใช้ตะเกียบจิ้มเนื้อเป็ด ถ้าทะลุเนื้อเป็ดแสดงว่าใช้ได้แล้ว จากนั้นนำเป็ดขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ 5) นำเป็ดลงต้มในน้ำพะโล้อีกครั้ง ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 5 นาที จึงนำขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ค่อยนำไปแช่เย็นเพื่อให้เนื้อเป็ดรัดตัวจากนั้นมาเตรียมทำน้ำราดเป็ด ซึ่งเหมือนน้ำจิ้มในตัว โดยนำกระเทียมที่เหลือมาปอกเปลือก แล้วสับให้ละเอียด ก่อนนำไปผสมกับน้ำส้มสายชู และเกลือ ซึ่งจะช่วยดับรสเผ็ดของกระเทียมลง เมื่อจะรับประทานให้ราดน้ำส้มสายชูที่ผสมกับกระเทียมลงไปที่เนื้อเป็ด จะได้ความหอมของน้ำตาลออกมาจากเนื้อเป็ด และได้ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูผสมกระเทียม เป็นสูตรที่เข้ากันได้อย่างลงตัว.