ปัจจุบัน “สตาร์ตอัพ” เป็นศัพท์ยอดฮิตของธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด สามารถทำรายได้มหาศาล โดยใช้การพัฒนาเทคโนโลยีที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราเป็นธุรกิจที่ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นการเริ่มต้น ซึ่งมีความจำเป็นต้องระดมทุนมาขับเคลื่อนธุรกิจ ดังนั้น รูปแบบการลงทุนส่วนใหญ่มักจะมาจากธุรกิจกองทุนร่วมลงทุนหรือ Venture Capitalist ที่ระดมเงินทุนมาจากนักธุรกิจ ซึ่งมักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มคนที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีที่มองเห็นทิศทางของโลกในอนาคตซึ่งในบ้านเราเองก็เริ่มเห็นกลุ่มนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่รวมตัวกันระดมทุนเพื่อการลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ในต่างประเทศเองก็มีกระแสข่าวถึงการเข้าไปลงทุนเป็นระยะๆอย่างล่าสุด businessinsider.com รายงานว่า ในเดือน ก.ย.กลุ่มนักลงทุนที่เป็นมหาเศรษฐี นำโดย “บิลล์ เกตส์” ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ “เจฟเบซอส” ผู้ก่อตั้งอเมซอนดอทคอมและไมเคิล บลูมเบิร์ก ผู้ก่อตั้งบริษัทบลูมเบิร์ก ได้จัดสรรเงินจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านพลังงาน 9 แห่งการลงทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองทุนที่เรียกว่า Breakthrough Energy Ventures (BEV) เป็นกองทุนที่ไม่ต้องการรับผลตอบแทนจากการลงทุนนานถึง 20 ปี เพื่อให้บรรดานักวิทยาศาสตร์และวิศวกรได้ใช้เวลาพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานให้มีความสมบูรณ์แบบแต่มีธุรกิจสตาร์ตอัพหนึ่งที่น่าสนใจ คือบริษัท Pivot Bio ที่มีฐานในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ระดมทุนครั้งล่าสุดได้เงินจำนวน 70 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากกองทุน BEV โดยบริษัทแห่งนี้พัฒนาแบคทีเรียที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อนำมาทดแทนการใช้ปุ๋ยสำหรับการเพาะปลูกและถูกมองอาจจะเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกสำหรับการเกษตรในอนาคต เพราะมองว่าในปัจจุบันมีการใช้ปุ๋ยมากเกินไปซึ่งปุ๋ยได้ปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 300 เท่า ก๊าซยังไหลลงสู่แม่น้ำลำธารเป็นพิษต่อสัตว์น้ำ ขณะที่บริษัทดังกล่าวได้ค้นพบแบคทีเรียที่ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยเคมี ที่เรียกว่า Nitrogen Fixing bacteria เป็นแบคทีเรียที่ตรึงไนโตรเจนได้ โดยค้นพบชิ้นส่วนที่หายไปของไมโครไบโอม (Microbiome)วิธีการทำงานของบริษัทนี้ เกษตรกรสามารถฉีดพ่นแบคทีเรียในรูปของเหลวลงบนเมล็ดพันธุ์ได้ ทันทีที่เมล็ดพันธุ์งอกและรากแรกจุลินทรีย์จะยึดติดกับรากและปกคลุมเหมือนถุงมือซึ่งจะช่วยให้แบคทีเรียสามารถให้อาหารแก่พืชได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยมากเกินไป แต่อุปสรรคสำคัญคือเกษตรกรไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีใหม่นั่นเองหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานและการเกษตรจะลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรและประหยัดการใช้พลังงานในที่สุด!หนุ่มดิจิทัลcybernet@thairath.co.th