เมื่อ 24 ก.ย. ประธานาธิบดี อับดุลลา ยามีน แห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประเทศหมู่เกาะที่สวยงามในมหาสมุทรอินเดีย มีประชากรราว 400,000 คน ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดขึ้นเมื่อ 23 ก.ย. หลังคณะกรรมการเลือกตั้งประกาศว่า นายอิบราฮิม โมฮัมเหม็ด โซลิห์ ผู้นำฝ่ายค้าน ชนะการเลือกตั้งแบบพลิกล็อกขาดลอย ด้วยคะแนน 134,616 เสียง หรือ 58.33% ส่วนยามีนได้แค่ 96,132 เสียง หรือ 41.7% ห่างกันถึง 16.7% ขณะที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนสูงถึง 89%ยามีนแถลงรับความพ่ายแพ้ผ่านทางโทรทัศน์ ระบุว่า ประชาชนได้ตัดสินใจในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ตนได้พบและแสดงความยินดีกับโซลิห์แล้ว แต่จะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปี ถึง 17 พ.ย. ก่อนถ่ายโอนอำนาจให้โซลิห์อย่างราบรื่น ขณะที่โซลิห์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “อิบู” ประกาศชัยชนะต่อผู้สนับสนุนซึ่งออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนนในกรุงมาเล โดยระบุว่า สารดังและแจ้งชัด ประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง สันติภาพและความยุติธรรมก่อนหน้านี้ มีการคาดหมายว่ายามีนจะโกงและชนะการเลือกตั้ง และเขาอาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งถ้าพ่ายแพ้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2556 ศาลสูงสั่งให้ผลการเลือกตั้งรอบแรกเป็นโมฆะ หลังยามีนแพ้อดีตประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด นาชีด ส่งผลให้ยามีนมีเวลารวบรวมพันธมิตรและเอาชนะนาชีดได้ในการเลือกตั้งรอบ 2ยามีนมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจีนซึ่งปล่อยเงินกู้ให้มัลดีฟส์หลายพันล้านดอลลาร์เพื่อใช้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่จีนขยายอิทธิพลในมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งเข้าควบคุมท่าเรือในปากีสถานและศรีลังกา ท่ามกลางความหวาดระแวงของอินเดีย มหาอำนาจคู่แข่ง ก่อนการเลือกตั้ง นักการเมืองฝ่ายค้านถูกจำคุกหรือไปลี้ภัยในต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ยามีนถูกโจมตีว่าเป็นเผด็จการ ปิดปากสื่อมวลชน ก่อนการเลือกตั้ง สหรัฐฯและสหภาพยุโรป (อียู) ขู่ว่าจะคว่ำบาตรมัลดีฟส์ ถ้าสถานการณ์ด้านประชาธิปไตยยังไม่ดีขึ้นส่วนโซลิห์เป็นหนึ่งในนักการเมืองอาวุโสสูงสุด ชูนโยบายปฏิรูปประชาธิปไตย เขาลงชิงชัยในฐานะตัวแทนพันธมิตรฝ่ายค้าน ซึ่งรวมทั้งพรรคเอ็มดีพี, พรรคจัมฮูรี และพรรคอาดาลาธ ทั้งนี้ มัลดีฟส์ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 เกาะ เกาะอื่นๆ อีก 1,192 เกาะได้ชื่อว่า “สวรรค์ของนักท่องเที่ยว” รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว แต่มีความเสี่ยงจมทะเลในอนาคต เพราะภาวะโลกร้อนขึ้น.