คนฐานะดีคิดสั้นปลิดชีพตัวเอง 3 รายในวันเดียว รายแรก หนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัททัวร์ ใช้เตาอั้งโล่รมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋งหลังขับรถมาอยู่บ้านเดิม เพราะมีเรื่องทะเลาะกับภรรยา รายที่สอง สาวใหญ่เจ้าของเกสต์เฮาส์จุดเตาในรถเก๋งรมควันฆ่าตัวคาเก๋งเพราะเครียดป่วยโรคภูมิแพ้ รายสุดท้าย เป็นหนุ่มใหญ่ผู้ถือหุ้นบริษัทโลจิสติกส์กว่า 7 แสนหุ้น เบื่อชีวิตป่วยโรคกล้ามเนื้อ เดินเหินไม่สะดวก รักษาไม่หาย กระโดดจากหน้าต่างห้องพักคอนโดมิเนียมชั้น 23 พุ่งหลาวตกบ้านที่อยู่ติดกันแหลกเละสยองคนฐานะดีฆ่าตัวตายหนีปัญหารุมเร้า 3 รายซ้อน รายแรกเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ร.ต.อ.อนุชา จินดาศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตในรถเก๋งจอดข้างรั้วโรงงานผลิตท่อและถังเหล็กขนาดใหญ่ บริษัท สยามสตีลเวอร์คส จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 6 ต.บางแก้ว ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.สมุทรสงคราม แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นำกำลังและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม รุดไปสอบสวนพบรถเก๋งโตโยต้าพรีอุส สีดำ ทะเบียน 2 กธ 8203 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องอยู่ข้างรั้วโรงงาน ประตูรถล็อกทุกด้าน ต้องใช้อุปกรณ์งัดเข้าไปตรวจสอบ พบศพนายชริน บัวพิศ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 427/126 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นอนหงายคาเบาะคนขับปรับเอนนอน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย บนพื้นรถข้างประตูหลังซ้ายมีเตาอั้งโล่ตั้งอยู่ 1 เตา ถ่านถูกเผาเป็นขี้เถ้าหมดแล้ว มีจดหมายลาตายอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ตาย เขียนถึงแม่และญาติให้ดูแลตัวเอง ลงท้ายว่า “ปล.ผมทำผิดเอง ขอใช้กรรมที่ทำผิดครับ” ส่งศพไปชันสูตรสถาบันนิติเวชวิทยาสอบสวนจากนายชัย หิรัญพจน์ ยามโรงงานดังกล่าว ให้การว่า เห็นรถคันดังกล่าวขับเข้ามาตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวาน กระทั่งเช้านี้ตนกลับมาเข้าเวรยังเห็นรถจอดติดเครื่องอยู่เหมือนเดิม เข้าไปเคาะประตูแรงแต่ไม่มีเสียงตอบรับเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ในรถแจ้งตำรวจมาตรวจสอบต่อมานายชาลี บัวพิศ อายุ 50 ปี พี่ชายของนายชริน และญาติๆเข้าพบ ร.ต.อ.อนุชา จินดาศรี รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดี ให้การว่า นายชริน ผู้ตาย เป็นเจ้าของ หจก.นิภาทัวร์ จำหน่ายตั๋วเครื่องบิน อยู่ย่านถนนทรัพย์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ ปกติจะพักอยู่กับภรรยาที่สำนักงาน เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายชรินขับรถมาพักบ้านที่อ้อมน้อย บอกว่าทะเลาะกับภรรยา แล้วขับรถออกจากบ้านเมื่อวันที่ 18 ก.ย.จากนั้นติดต่อไม่ได้อีกเลยจนมีคนมาพบศพ ญาติไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนที่ผู้ตายเขียนในจดหมายลาตายขอชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อขึ้น ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร อีกรายบ่ายวันเดียวกัน ร.ต.ท.ธัญญา อุดทอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สอบสวนเหตุมีผู้เสียชีวิตในรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า สีขาว ทะเบียน 3 กง 6376 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในลานจอดรถในซอย 3 ถนนเลียบชายหาดพัทยาเหนือ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง พบผู้ตายชื่อ น.ส.แคทรียา แก้วสุ อายุ 21 ปี นั่งอยู่เบาะคนขับ มีเลือดและน้ำลายไหลออกทางปากและจมูก ที่ช่องวางเท้าฝั่งข้างคนขับพบเตาอั้งโล่ 1 เตา ภายในมีเศษขี้เถ้าและถ่านอยู่ ที่เบาะหลังยังพบถุงถ่าน มีดปลอกผลไม้ และไฟแช็กวางอยู่บนกระดาษหนังสือพิมพ์ สอบสวนทราบว่าผู้ตายเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ชื่อ “แคท เกสต์เฮาส์” ใกล้ที่เกิดเหตุ ยังไม่มีครอบครัว และป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ มาเช่าลานจอดรถเป็นรายเดือนอยู่ติดกับลานจอดรถ คาดว่าเครียดเรื่องอาการป่วยรมควันฆ่าตัวรายสุดท้ายเมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.ท.อภิเทพ เทพเสนา รอง สว. (สอบสวน) สน.ลุมพินี สอบสวนเหตุคนพลัดตกคอนโดมิเนียม 23 ชั้น “คอนโดแกรน วิวล์ เฮาส์ 2” ซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองตัน–เหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เสียชีวิตในบ้านเลขที่ 14/1 ที่อยู่ด้านหลังติดกับคอนโดดังกล่าว พบศพนายพลวัฒน์ พุ่งกุมาร อายุ 55 ปี ร่างแหลกเละสยอง กะโหลกแตก แขนขาหักผิดรูป ขาขวาขาดถึงโคนขา ทราบว่าผู้ตายพลัดตกจากห้องเลขที่ 27/76 23B ชั้นที่ 23 เป็นห้องพักของผู้ตาย ตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการรื้อค้นหรือการต่อสู้และไม่พบจดหมายลาตาย สอบสวนนางรจนา ทองอำไพ แม่บ้านของคอนโดดังกล่าว ให้การว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อ เดินไม่สะดวก รักษาหลายโรงพยาบาลก็ยังไม่ทราบสาเหตุและรักษาไม่ได้ เมื่อช่วงเช้ามืดหัวหน้า รปภ.ได้ยินเสียงดังคล้ายคนตกลงมาแต่เดินหาไม่พบ กระทั่งเช้าตนใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปในห้องเพื่อปลุกผู้ตายไปกินอาหารเช้าตามปกติแต่ไม่พบผู้ตาย เห็นเพียงหน้าต่างและแอร์เปิดไว้ แจ้ง รปภ.ให้ช่วยตามหาจนพบศพ คาดสาเหตุจากผู้ตายเครียดจากอาการป่วย ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย สำหรับผู้ตายถือหุ้นบริษัท จุฑานาวี จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจำนวน 7 แสนหุ้น